โรงแรม ห้างค้าปลีก ธนาคาร น้ำมัน เมื่อชายแดนตึงเครียด รัฐควรคุ้มครองธุรกิจไทยแค่ไหน ?
ท่ามกลางสัญญาณความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย กัมพูชา คำถามสำคัญไม่ได้อยู่เพียงที่การเคลื่อนกำลังหรือการทูตความมั่นคง หากแต่อยู่ที่ความพร้อมของรัฐไทยในการดูแล “คนไทยและธุรกิจไทยในต่างแดน” โดยเฉพาะในพนมเปญ ซึ่งเป็นที่ตั้งของกิจการไทยจำนวนมาก ซึ่งแผ่ขยายจำนวนมาก ตั้งแต่โรงแรมระดับ 4–5 ดาวหลายแห่ง ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ ร้านอาหารไทย นานาชาติระดับภัตตาคาร ไปจนถึงธนาคาร สถานีบริการน้ำมัน และบริษัทท่องเที่ยวจำนวนมาก
เมืองหลวงของกัมพูชาจึงไม่ใช่แค่ศูนย์กลางการเมือง แต่เป็น “ฐานเศรษฐกิจนอกประเทศ” ของทุนไทย ที่กำลังถูกทดสอบพร้อมกับสถานการณ์ความมั่นคงชายแดน

รัฐจะมีบทบาทเพียงให้คำแนะนำทั่วไป หรือจะขยับสู่การคุ้มครองเชิงรุกผ่านการทูตเศรษฐกิจ มาตรการช่วยเหลือฉุกเฉิน และการประสานกับรัฐบาลกัมพูชาอย่างเป็นระบบ
จากข้อมูลสาธารณะของหน่วยงานเศรษฐกิจและแวดวงธุรกิจ การลงทุนของไทยในพนมเปญกระจุกตัวในภาคบริการและค้าปลีกอย่างชัดเจน อาทิ โรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไปในย่านธุรกิจและท่องเที่ยวหลายแห่ง ห้างสรรพสินค้าและศูนย์ค้าปลีกขนาดกลางและใหญ่ ร้านอาหารและภัตตาคาไทย,
เอเชียตะวันตกนับหลายสิบแบรนด์ ธนาคารพาณิชย์ไทยที่มีสาขาและบริการทางการเงินครบวงจร รวมถึงสถานีบริการน้ำมันและธุรกิจโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงการค้าไทย กัมพูชา เครือข่ายเหล่านี้จ้างงานทั้งคนไทยและคนกัมพูชาจำนวนมาก และพึ่งพาความเชื่อมั่นทางการเมืองเป็นปัจจัยหลักในการดำเนินธุรกิจ
ผลกระทบและความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ชายแดน
แม้การสู้รบหรือการปะทะยังจำกัดอยู่ตามแนวชายแดน แต่ในเชิงเศรษฐศาสตร์การเมือง ความตึงเครียดระดับรัฐสามารถส่งแรงสะเทือนถึงเมืองหลวงได้โดยไม่ต้องมีเสียงปืน ธุรกิจโรงแรมและท่องเที่ยวเสี่ยงต่อการยกเลิกการเดินทาง ค้าปลีกและร้านอาหารอาจได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อและภาพลักษณ์ ธนาคารและธุรกิจพลังงานต้องบริหารความเสี่ยงด้านความเชื่อมั่นและกฎระเบียบ หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ธุรกิจไทยอาจเผชิญแรงกดดันทางอ้อม ตั้งแต่การตรวจสอบเข้มงวด การอนุญาตที่ล่าช้า ไปจนถึงการถูกดึงเข้าไปอยู่ในบริบททางการเมืองโดยไม่สมัครใจ
โจทย์ของรัฐบาลไทยจึงไม่ใช่แค่การดูแลชายแดน แต่รวมถึงการคุ้มครอง “เศรษฐกิจคนไทยนอกประเทศ” ผ่านการทูตเชิงเศรษฐกิจ การคุ้มครองนักลงทุน การเตรียมแผนช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน และการสื่อสารที่ชัดเจนต่อภาคธุรกิจ
หากรัฐเลือกนิ่งเฉย ก็อาจอธิบายได้ว่าเป็นการเคารพกลไกตลาด แต่หากวันหนึ่งโรงแรมระดับ 4-5 ดาว ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร ธนาคาร และสถานีบริการน้ำมันของไทยในพนมเปญสะดุดพร้อมกัน คำถามคือ รัฐจะยังบอกได้หรือไม่ว่า “เป็นเรื่องของเอกชน” หรือความเสียหายนั้นจะย้อนกลับมาเป็นต้นทุนทางเศรษฐกิจและการเมืองที่รัฐไทยหลีกเลี่ยงไม่พ้น
19/12/2568 “ชัยทัศน์“



