วันจันทร์, มีนาคม 9, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT ท่ามกลางวิกฤตความมั่นคงที่ชายแดนอันคุกรุ่น

 ท่ามกลางวิกฤตความมั่นคงที่ชายแดนอันคุกรุ่น

เผยแพร่

spot_img

การประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านของพรรคเพื่อไทยเพื่อตรวจสอบรัฐบาลใหม่ของนายอนุทิน ชาญวีรกุล ซึ่งเคยเป็นพันธมิตรร่วมรัฐบาลกันมาก่อน กำลังถูกมองว่าเป็นเกมการเมืองที่ขาดประสิทธิภาพและอาจไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ ต่อประเทศชาติ ในช่วงเวลาที่ควรหันมารวมพลังเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากภายนอก.

                          การที่พรรคเพื่อไทยประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านเพื่อตรวจสอบรัฐบาล “อนุทิน 1” กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าเป็นการเล่นเกมการเมืองที่มุ่งตอบสนองต่อความขัดแย้งภายในมากกว่าการตรวจสอบเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง 

                        ทั้งสองพรรคเคยร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลและดำเนินนโยบายต่างๆ มาแล้ว การอภิปรายในครั้งนี้จึงเสมือนเป็นการเปิดเผยความลับในบ้านที่ตัวเองเคยร่วมสร้าง การทุ่มเททรัพยากรทางการเมืองเพื่อตรวจสอบรัฐบาลที่รู้ดีอยู่แล้วว่ามีเวลาทำงานเพียงสี่เดือนตามเงื่อนไข MOA ดูจะเป็นการกระทำที่ไม่ได้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ในเชิงบวกมากนัก เพราะรัฐบาลเองก็มีข้อจำกัดด้านเวลาในการบริหารงานอย่างเต็มที่และไม่สามารถทำโครงการขนาดใหญ่ได้

                       ในมุมมองทางรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนบทบาทจากพรรคร่วมรัฐบาลมาเป็นฝ่ายค้านในระยะเวลาอันสั้นเช่นนี้ สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นและความขัดแย้งที่ฝังรากลึกระหว่างสองพรรค 

                      การตรวจสอบจึงอาจเป็นเพียงการแสดงออกถึงความแค้นส่วนตัวหรือความต้องการสร้างฐานอำนาจใหม่ทางการเมืองมากกว่าการทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะที่แท้จริง ซึ่งในสถานการณ์ปกติก็อาจเป็นเรื่องที่รับได้ แต่ในห้วงเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญกับปัญหาที่ซับซ้อนและเร่งด่วนอย่างปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายและการหันมาโจมตีกันเองภายในประเทศจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ชาญฉลาด

                       ประเด็นที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือการที่กัมพูชายังคงละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและสนับสนุนให้พลเมืองของตนรุกล้ำพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีอย่างต่อเนื่องในขณะที่ฝ่ายการเมืองของไทยกำลังแตกแยก เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่ากัมพูชากำลังฉวยโอกาสจากการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง 

                          การที่ฝ่ายค้านซึ่งเป็นรัฐบาลเดิม และรัฐบาลใหม่ที่กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่การเผชิญหน้าในสภา ยิ่งทำให้ประเทศขาดความเป็นเอกภาพในการรับมือกับภัยคุกคามจากภายนอก ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายควรหันมาให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

                           การรวมพลังเพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนจึงเป็นเรื่องที่เร่งด่วนและจำเป็นกว่าการใช้เวทีสภาเป็นเครื่องมือในการระบายความแค้นทางการเมือง

                           ขณะที่ “ศึกใน” กำลังเปิดฉากอย่างดุเดือดในสนามการเมือง “ศึกนอก” ที่ชายแดนกลับคุกรุ่นกว่าที่เคย รัฐบาลและฝ่ายค้านกำลังง่วนอยู่กับการชำระแค้นจากความหลัง จนลืมไปว่ายังมีศัตรูร่วมที่กำลังจ้องมองและพร้อมจะฉวยโอกาสจากความแตกแยกของพวกเขาอยู่

ข่าวล่าสุด

Beyond Power and Technology: “A Call for Moral Leadership”

We are all human. We are born the same way, and we all require the same basic necessities to survive. How, then, have we allowed greed to consume us?

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

คนไทยสกัด “แคลเซียมพรีเมียม” จากปลาหมอคางดำ

คุณภาพเทียบชั้นแซลมอน คว้ารางวัลระดับโลก!  . ทิ้งภาพจำปลาไร้ค่าไปได้เลย! ใครจะไปเชื่อว่า "ปลาหมอคางดำ" ที่ก้างเยอะ หัวโต เนื้อน้อย จะถูกนักวิจัยไทยจับมาแปลงโฉมใหม่ สกัดเป็น "Bio-Calcium เกรดพรีเมียม" ที่คุณภาพเบียดตีคู่มากับปลาแซลมอนราคาแพง! งานนี้ไม่ได้เก่งแค่ในประเทศ แต่บินไปคว้า...

ไปรษณีย์ไทย เปิดตัวแสตมป์ พระแม่ธรณีบีบมวยผม รับ ‘วันสตรีสากล’ 8 มีนาคม

“วันสตรีสากล” (International Women's Day : IWD) ถือเป็นการระลึกพลัง ความสามารถ และความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงสังคม

ข่าวอื่นๆ

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...