หน้าแรกINSIDE - INSIGHTนักการเมืองเอี่ยวสแกมเมอร์

นักการเมืองเอี่ยวสแกมเมอร์

เผยแพร่

spot_img

 ฝ่ายค้านเดือด! ซัดนายกฯ “นิ่งดูดาย”ปล่อยนักการเมืองเอี่ยวสแกมเมอร์ ส่อขัดขวางกระบวนการโลก

                               สัญญาณอันตรายของความเชื่อมั่นรัฐบาลดังกึกก้อง เมื่อฝ่ายค้านเปิดหน้าบุกหนัก กล่าวหานายกรัฐมนตรี “นิ่งดูดาย” ต่อกรณีข่าวโหมกระพือว่านักการเมืองระดับประเทศมีชื่อพัวพันขบวนการ “สแกมเมอร์” ข้ามชาติ ซึ่งเป็นวาระระดับโลก ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องภายในประเทศ

                              ยิ่งไปกว่านั้น การที่คณะกรรมาธิการฯ ต้องเผชิญกับการ “ปฏิเสธ” เข้าชี้แจงของรัฐมนตรีหลายราย ยิ่งตอกย้ำภาพความพยายามปกป้องและกีดกันการตรวจสอบ จนน่าสงสัยว่าเหตุใดรัฐบาลจึงไม่เร่งดำเนินการ เพื่อขจัดพิษร้ายของทุนสีเทาที่กำลังแทรกซึมและกัดกินความชอบธรรมทางการเมืองของประเทศไปทีละน้อย

                               นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะหัวหอกของการตรวจสอบ ได้ออกมาตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงที่เดือดดาลว่า เหตุใดนายกรัฐมนตรีจึงทำเสมือน “หูหนวกตาบอด” ทั้งที่เชื่อว่าหน่วยงานรัฐ รวมถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ต่างมีข้อมูลนักการเมืองชื่อย่อ “ช” ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้อยู่ในมือครบถ้วน 

                               การนิ่งเฉยและการปล่อยให้เรื่องเงียบหาย ไม่เพียงแต่ทำให้ภาระความเสี่ยงทั้งหมดตกอยู่กับฝ่ายค้านในการเปิดโปงเท่านั้น แต่ยังส่อให้เห็นถึง “ขบวนการถือหาง” กลุ่มทุนสีเทา ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญคือการนำเงินสกปรกมาใช้ในการเลือกตั้งและขับเคลื่อนอำนาจรัฐ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเองในระยะยาว

                           สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการที่ประเทศไทยกำลังถูกยกระดับเป็น “ศูนย์กลางการฟอกเงิน” ของกลุ่มสแกมเมอร์ ด้วยการปล่อยปละละเลยของผู้มีอำนาจ ซึ่งนายรังสิมันต์ย้ำชัดว่า “โจรปราบโจรไม่ได้ มีแต่โจรช่วยโจร” สะท้อนความไม่เชื่อมั่นต่อการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นกลางและจริงจังในคดีนี้ 

                          การที่คณะกรรมาธิการฯ ถูกเมินเฉยในการเชิญรัฐมนตรีที่ถูกพาดพิงให้มาชี้แจงด้วยตัวเอง ย่อมสร้างความเคลือบแคลงสงสัยอย่างรุนแรงในสายตาประชาชน เพราะเมื่อเป็นเรื่องระดับโลกที่หน่วยงานสากลเฝ้าระวังอยู่แล้ว การหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจึงเท่ากับเป็นการ “สารภาพ” กลายๆ ว่ามีบางสิ่งที่รัฐบาลไม่ต้องการให้สังคมได้รับรู้

                         ท่าทีของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีในสถานการณ์นี้ จึงเป็นเหมือนการถือไพ่ใบใหญ่ที่กำลังสั่นคลอนรากฐานความเชื่อมั่นของรัฐบาลอย่างรุนแรง หากเงินจากแก๊งสแกมเมอร์และทุนสีเทาถูกนำมาหล่อเลี้ยงอำนาจรัฐจริงตามที่ฝ่ายค้านกล่าวอ้าง คำถามสำคัญจึงมิใช่แค่ใครผิดใครถูก แต่คือ “รัฐบาลนิ่ง ใครได้ประโยชน์?” ซึ่งคำตอบที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตไว้ก็คือ เหล่าแก๊งสแกมเมอร์และผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากเม็ดเงินเหล่านี้ นั่นเอง 

                        ดังนั้น เพื่อรักษาเกียรติภูมิของประเทศและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง นายกรัฐมนตรีไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้อง “ตื่น” จากความนิ่งดูดายและสั่งการให้มีการตรวจสอบอย่างโปร่งใสและเด็ดขาดทันที ก่อนที่ทุนสีเทาเป็นเงาทะมึนคืบคลานเข้ามาเหมือนจะยึดประเทศได้อย่างสมบูรณ์

ข่าวล่าสุด

“ซิม” จดทะเบียนทะลุ “100 ล้านเบอร์“  สวนทางประชากรจริงและกลุ่มวัยผู้ใช้

วิกฤตประชากรเสมือน เมื่อสถิติเลขหมายสะท้อนรอยรั่วความมั่นคงดิจิทัล กสทช. เร่งล้อมคอกซิมม้าภายใต้ประกาศใหม่ ท่ามกลางความท้าทายของสแกมเมอร์ข้ามพรมแดน

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

ข่าวอื่นๆ

“ซิม” จดทะเบียนทะลุ “100 ล้านเบอร์“  สวนทางประชากรจริงและกลุ่มวัยผู้ใช้

วิกฤตประชากรเสมือน เมื่อสถิติเลขหมายสะท้อนรอยรั่วความมั่นคงดิจิทัล กสทช. เร่งล้อมคอกซิมม้าภายใต้ประกาศใหม่ ท่ามกลางความท้าทายของสแกมเมอร์ข้ามพรมแดน

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

แบตเตอรี่ลิเธียมล้นเมือง  ความท้าทายใหม่ที่รัฐต้องเร่งจัดการ

จากเหตุการณ์ระทึกขวัญของข่าวรถขนส่งแบตเตอรี่บนทางด่วนบูรพาวิถีเกืดเหตุระเบิด เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่สร้างความตระหนกให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน แต่ยังเป็น "กรณีศึกษา" สำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบโลจิสติกส์ขยะอันตรายในประเทศไทย