วันจันทร์, มีนาคม 9, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTนายก ฯ อนุทินหัวเราะ “You know me little go”  ทั้งกวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์ และกลบเสียงวิจารณ์อุทกภัย

นายก ฯ อนุทินหัวเราะ “You know me little go”  ทั้งกวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์ และกลบเสียงวิจารณ์อุทกภัย

เผยแพร่

spot_img

ท่ามกลางปฏิบัติการไล่ล่ากลุ่มสแกมเมอร์ระดับนานาชาติ รัฐบาลกลับได้ “สองต่อ” อย่างไม่ตั้งใจ เมื่อภาพหลุดของ เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ “เบน สมิธ” กับรัฐมนตรีคลังคนปัจจุบัน และคนดังบ้านเมืองหลายคน ถูกเผยแพร่พร้อม ๆ กับกระแสวิจารณ์การรับมืออุทกภัย แต่การแถลงของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ด้วยประโยค “You know me little go“  ”คุณรู้จักผมน้อยไป” กลับช่วยดึงความสนใจมาสู่ปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่แทนที่จะเป็นประเด็นวิกฤตน้ำท่วม

หลังปฏิบัติการยึดทรัพย์ เครือข่ายของ เบน สมิธ ซึ่งเกี่ยวข้องคดีสแกมเมอร์ ธุรกิจสีเทา เรือยอร์ช และเส้นทางเงินหมุนเวียนจำนวนมากในต่างประเทศ ตำรวจได้เร่งขยายผลติดตามเส้นเงินและเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม

ขณะเดียวกัน ได้มีภาพถ่ายเก่าเมื่อราว 10 ปีก่อนที่ปรากฏเฟรมร่วมระหว่างเบน สมิธ กับนายอนุทิน และข้าราชการระดับสูงหลายคน ถูกเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ จนเกิดกระแสตั้งข้อสงสัยว่าอาจนำไปสู่การ “เก็บคดีไว้ใต้พรม” หรือไม่

ต่อกรณีดังกล่าว นายกรัฐมนตรีออกมาชี้แจงอย่างละเอียดว่า “รู้จักแต่ไม่สนิท” เคยพบกันตามงานเพียง 5-6 ครั้ง และไม่เคยมีธุรกรรมหรือความเกี่ยวข้องทางธุรกิจร่วมกัน พร้อมย้ำว่า “รูปก็คือรูป จะเอาอะไรกันนักหนา” 

ประเด็นกลับเดือดขึ้นกว่าเดิมเมื่อสส.ฝ่ายค้าน รังสิมันต์ โรม ออกมาแถลงว่า นายกรัฐมนตรีควรปลดรัฐมนตรีบางคนที่เคยยอมรับว่ารู้จักเบน สมิธ มาก่อน แถมยังส่งลูกน้องไปเป็นทนายความให้เบน สมิธ เพื่อฟ้อง สส.ฝ่ายค้านที่อภิปรายระหว่างการแถลงนโยบายของรัฐบาล  ทำให้กระแส “ภาพหลุดการเมือง สแกมเมอร์” เชื่อมโยงกันเป็นแพ็กเดียว ท่ามกลางการตั้งคำถามว่านี่เป็นเกมการเมือง หรือความพยายามดึงรัฐบาลลงเหวตามที่นายอนุทินกล่าวหรือไม่

แม้ข้อเท็จจริงทางคดีต้องรอผลการสอบสวนเชิงลึกของตำรวจ แต่ภาพรวมสะท้อนชัดว่ารัฐบาลกำลังใช้จังหวะคดีใหญ่ระดับชาติ เพื่อประกาศความจริงจังในการกวาดล้างอาชญากรรมข่ามชาติ    และกลบเสียงวิจารณ์เรื่องความล่าช้าในการจัดการอุทกภัยที่หาดใหญ่ที่ไปพร้อมกัน การสื่อสารเชิงรุกของนายกรัฐมนตรี   ทั้งการตอบโต้แบบตรงไปตรงมา การย้อนถามสื่อประเด็นสัญชาติ และการยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ได้ถูกปลดจากรัฐบาลชุดก่อน เพียงแต่ให้เปลี่ยนกระทรวงแล้วไม่ยอมรับ  ล้วนทำให้ความสนใจของสังคมหันกลับไปที่การดำเนินคดีมากกว่าจะเป็นประเด็นด้านบริหารจัดการน้ำ

 ดูเหมือนว่าในยุคนี้ ภาพหลุดเก่าจะนานหรือไม่นาน อาจไม่แรงพอจะโค่นรัฐบาลได้ เพราะเพียงประโยค “You know me little go” ก็ทำเอาเสียงวิจารณ์จมอยู่ใต้กระแสน้ำข่าวใหม่ทันที เหลือไว้เพียงคำถามเดียวว่า ระหว่างสแกมเมอร์เรือยอร์ช กองทุนสีเทา กับเกมปล่อยภาพบนโซเชียล อะไรสร้างแรงสั่นสะเทือนได้มากกว่ากันกันแน่

แต่ถ้ารัฐบาลใช้ทุกคลื่นวิกฤตเป็นโอกาส “โยกกระแส” ได้แบบนี้ สงสัยอีกไม่นาน…สื่อคงต้องเตรียมตัวแข่งความเร็วกับพายุการเมืองแทนสภาพอากาศเสียแล้ว

“ชัยทัศน์“  ผู้เขียน

ข่าวล่าสุด

สีฟ้าๆ คือประเทศที่ปลอดภัยสุดเมื่อเกิดสงครามโลก

สีฟ้าๆ คือประเทศที่ปลอดภัยสุดเมื่อเกิดสงครามโลก...ไทยแลนด์คือ 1 ในนั้น โชคดีแล้วที่เกิดมาที่เมืองไทย

 ‘โมจตาบา คอเมเนอี’ ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ที่กำลังถูก ‘สหรัฐฯ-อิสราเอล’ หมายหัว

โมจตาบา ในวัย 56 ปี ได้รับการคัดเลือกโดยสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน ซึ่งเป็นองค์กรที่มีสมาชิก 88 คน มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการแต่งตั้งผู้มีอำนาจสูงสุดทางการเมืองและศาสนาของประเทศ

ตาต่อตา! ฟันต่อฟัน!! 239 ล้ง ขู่!ประกาศจะงดซื้อมะพร้าว 2วัน 

คำขู่จากล้ง กลุ่มล้งประกาศจะ "งดซื้อ"มะพร้าว เป็นเวลา 2 วัน เพื่อดูว่ากระทรวงพาณิชย์ จะจัดการอย่างไร

ตอนนี้กรุงเตหะรานเหมือนตกอยู่ในนรก

การเผาไหม้น้ำมันในปริมาณมหาศาลทำให้เกิด "ฝนกรดสีดำ" จากการที่ไอเสียลอยขึ้นไปทำปฏิกิริยากับความชื้นในอากาศจนกลายเป็นกรดซัลฟิวริกและกรดไนตริกที่สะสมอยู่ในก้อนเมฆ และตกลงมาเป็นฝนสีดำสนิท

ข่าวอื่นๆ

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...