ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
การดำเนินการครั้งนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์หลากหลาย ซึ่งส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นการใช้ดุลพินิจโดยรอบคอบและเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ เพื่อให้ศาลอุทธรณ์ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างละเอียดอีกครั้ง อันเป็นการยืนยันว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยยังทำงานอย่างเข้มแข็งและยึดหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด
การยื่นอุทธรณ์ในคดีสำคัญเช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของฝ่ายอัยการในการรักษามาตรฐานกฎหมายเดียวกันสำหรับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นบุคคลทั่วไปหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับสูง ทั้งยังช่วยเปิดโอกาสให้เกิดการพิจารณาในชั้นศาลที่สูงขึ้น เพื่อสร้างความชัดเจนทางกฎหมายและบรรทัดฐานเกี่ยวกับการบังคับใช้กฏหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการตีความกฎหมายในอนาคต และลดความคลุมเครือที่อาจเกิดขึ้นในสังคม
ในบรรยากาศทางการเมืองที่ยังมีความเห็นต่างหลากหลาย การตัดสินใจของอัยการสูงสุดจึงถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อองค์กรอัยการและระบบยุติธรรมไทย
ความโปร่งใส ความเป็นอิสระ และความรับผิดชอบในการดำเนินคดีจะช่วยให้การใช้กฎหมายเป็นไปอย่างเที่ยงธรรมและเสมอภาค ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการค้ำจุนเสถียรภาพและความสงบเรียบร้อยของประเทศ
ประชาชนจึงควรติดตามการพิจารณาในชั้นศาลอุทธรณ์ด้วยความมั่นใจในกระบวนการยุติธรรมของไทย



