หลังอินเดีย-บังกลาเทศยอดดับพุ่ง
ไทยยังไม่พบรายแรก แต่เชื้อใน ค้างคาวแม่ไก่ พร้อมปะทุ เตือนเจ้าหน้าที่ห้ามการ์ดตก ป้องกันประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง ด้วยอัตราการตายที่สูงลิ่วและไร้วัคซีนป้องกัน นี่คือสงครามเชื้อโรคที่ไม่มีโอกาสให้ลองผิดลองถูก และไม่มีเวลาให้ความชะล่าใจแม้แต่วินาทีเดียว
กระทรวงสาธารณสุขยืนยันความเสี่ยงในประเทศไทยยังอยู่ในระดับต่ำ พร้อมยกระดับมาตรการเฝ้าระวังเข้มงวด ณ สนามบินและโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยออกประกาศเตือนประชาชนอย่าชะล่าใจ แม้โรคนี้จะไม่ระบาดง่ายเหมือนโรคทางเดินหายใจทั่วไป แต่มีอัตราการคร่าชีวิตที่สูงลิ่ว ข้อมูลทางวิชาการยืนยันตรงกันว่านี่คือโรคอุบัติใหม่ที่ไม่มีวัคซีนป้องกัน และหากข้ามจากสัตว์สู่คนได้สำเร็จแม้เพียงรายเดียว อาจสร้างผลกระทบรุนแรงต่อระบบสาธารณสุข จนไทยจำเป็นต้องยกระดับการเฝ้าระวังเชิงรุกตั้งแต่ระยะเริ่มต้นอย่างเคร่งครัด
สถานการณ์ในระดับภูมิภาคทวีความสำคัญยิ่งขึ้น เมื่อองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้รับรายงานการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในภูมิภาคเอเชียใต้ในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในอินเดียและบังกลาเทศที่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากการบริโภคอาหารปนเปื้อนสารคัดหลั่งสัตว์ แม้การระบาดจะยังอยู่ในวงจำกัดและไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศไทย แต่การเคลื่อนไหวของเชื้อในประเทศที่มีพรมแดนทางเศรษฐกิจและการคมนาคมใกล้ชิด เป็นสัญญาณเตือนให้เจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคต้องกวดขันการคัดกรองอย่างสูงสุดเพื่อปิดประตูความเสี่ยง
ไวรัสนิปาห์ (Nipah virus) เป็นเชื้อไวรัสจากสัตว์สู่คนโดยมีแหล่งรังโรคหลักคือค้างคาวกินผลไม้ การติดเชื้อในคนมักเกิดจากการบริโภคผลไม้หรืออาหารที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งของค้างคาว หรือการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย โดยโรคนี้ไม่แพร่กระจายง่ายเหมือนไข้หวัดหรือโควิด-19 แต่จะติดต่อได้เมื่อมีการสัมผัสใกล้ชิดกับสารคัดหลั่งโดยตรงเท่านั้น ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มักมีอาการรุนแรงในระบบประสาทและทางเดินหายใจ โดยมีอัตราการเสียชีวิตตามสถิติในอดีตอยู่ที่ร้อยละ 40 ถึง 75 ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และการเข้าถึงการรักษา
แม้ไทยจะยังไม่พบผู้ป่วยในคน แต่จากการตรวจพบเชื้อไวรัสนิปาห์ในค้างคาวแม่ไก่ในประเทศในสัดส่วนกว่าร้อยละ 10 สะท้อนว่าเชื้อมีอยู่ในธรรมชาติของเราแล้ว เพียงแต่ยังไม่พบหลักฐานการแพร่สู่คนหรือสัตว์เลี้ยงอย่างสุกร นักวิชาการชี้ว่าความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่พฤติกรรมมนุษย์ โดยเฉพาะการบริโภคผลไม้ที่ปนเปื้อน การเลี้ยงสุกรใกล้แหล่งค้างคาว และการสัมผัสสัตว์ป่าโดยไม่ป้องกัน ดังนั้น มาตรการคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่ระบาดและการรายงานโรคภายใน 3 ชั่วโมงของกรมควบคุมโรค จึงเป็นปราการสำคัญที่เจ้าหน้าที่ต้องเข้มงวดกวดขัน
กระทรวงสาธารณสุขได้วางแนวทางรับมือสำหรับสถานพยาบาลไว้อย่างเป็นระบบ ทั้งการแยกผู้ป่วยต้องสงสัยในห้องความดันลบ การป้องกันบุคลากรทางการแพทย์ และความพร้อมด้านห้องปฏิบัติการ พร้อมแนะนำประชาชนหลีกเลี่ยงการรับประทานผลไม้ที่ร่วงหล่นหรือมีรอยสัตว์กัด ล้างและปอกเปลือกผลไม้ก่อนบริโภค หลีกเลี่ยงการสัมผัสค้างคาวหรือสัตว์ป่าด้วยมือเปล่า และหากพบสัตว์เลี้ยงป่วยหรือตายผิดปกติควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที สำหรับผู้ที่มีไข้สูง หรืออาการทางระบบประสาท ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติความเสี่ยงอย่างละเอียด
บทเรียนจากโรคอุบัติใหม่ทั่วโลกย้ำชัดว่า การป้องกันเชิงรุกอย่างเงียบ ๆ ในวันนี้ อาจคุ้มค่ากว่าการแก้ไขวิกฤตใหญ่ในวันหน้า ในวันที่ภารกิจด้านความปลอดภัยสาธารณะต้องเดินหน้าต่อด้วยความไม่ประมาท เพราะไวรัสไม่เคยรอเวลาและไม่มีฤดูกาลในการปรากฏตัว ความร่วมมือจากประชาชนและการกวดขันที่เข้มงวดของเจ้าหน้าที่ด่านหน้าคือหัวใจสำคัญที่สุด เพราะสำหรับไวรัสนิปาห์ แค่ “พลาดครั้งแรก” ก็อาจไม่มีโอกาสให้แก้ตัวเป็นครั้งที่สอง
ในวันที่เสียงไชโยโห่ร้องจากการนับคะแนนกลบทุกสรรพสิ่ง เราอาจลืมไปว่ายังมี “ศัตรูไร้ตัวตน” ที่กำลังรอจังหวะจากช่องโหว่เพียงน้อยนิดเพื่อข้ามพรมแดนเข้ามา เจ้าหน้าที่ด่านหน้าต้องตระหนักว่า “เกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดไม่ใช่กำแพง แต่คือความเข้มงวดกวดขันที่ห้ามหย่อนยาน“ เพราะหากไวรัสสายพันธุ์นี้หลุดรอดเข้ามาได้แม้เพียงรายเดียว ความโกลาหลที่เคยเจอในอดีตจะกลายเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย
สำหรับภาคประชาชน แม้ในยามที่สังคมกำลังก้าวเข้าสู่บรรยากาศแห่งการเปลี่ยนแปลงและความรื่นเริง แต่ความตระหนักรู้ด้านสุขอนามัยยังคงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย
โปรดระลึกเสมอว่าผลไม้ที่ดูสะอาดและหวานฉ่ำ อาจเป็นแหล่งพำนักของเชื้อโรคร้ายที่ปนเปื้อนมากับสารคัดหลั่งของสัตว์ป่าโดยที่เราไม่คาดคิด การรักษาความสะอาดพื้นฐานและการป้องกันตนเองจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือสิ่งที่ควรถูกมองข้ามแม้เพียงน้อยนิด
ด้วยคุณลักษณะของไวรัสนิปาห์ที่ความรุนแรงอาจไม่เปิดโอกาสให้เกิดความผิดพลาดเป็นครั้งที่สอง เราจึงไม่ควรนิ่งนอนใจรอให้ภัยคุกคามลุกลามมาถึงตัวก่อนจะเรียกหามาตรการที่เข้มงวด เพราะในวันที่สายเกินไป ความสูญเสียที่เกิดขึ้นอาจเป็นราคาที่สูงเกินกว่าจะประเมินค่าได้ การร่วมมือกันระแวดระวังตั้งแต่วินาทีนี้ จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับตัวท่านและครอบครัว
2569-02-16 “ชัยทัศน์”



