หน้าแรกINSIDE - INSIGHT"นโยบายเงินกู้" ท่ามกลาง "โครงสร้างภาษีใหม่"

“นโยบายเงินกู้” ท่ามกลาง “โครงสร้างภาษีใหม่”

เผยแพร่

spot_img

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือภาระทางการคลังระยะยาว?

วิเคราะห์ความสมเหตุสมผลของ พรก.5 แสนล้านบาท กับข้อท้วงติงเรื่องวินัยการเงินการคลังปี 2569

                            เศรษฐกิจไทยในปี 2569 กำลังเข้าสู่บททดสอบสำคัญ เมื่อรัฐบาลพิจารณาใช้อำนาจตามพระราชกำหนด กู้เงินวงเงิน 5 แสนล้านบาท โดยมุ่งหวังให้เป็นกลไกหลักในการฟื้นฟูเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ทว่านโยบายดังกล่าวกลับเผชิญกับแรงต้านจากภาคส่วนต่างๆ ที่ตั้งคำถามถึงความจำเป็นเร่งด่วน โดยเฉพาะเมื่อมีการดำเนินนโยบายปรับโครงสร้างภาษีหลายประเภทไปพร้อมกัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของภาคครัวเรือนและขัดแย้งกับเจตจำนงในการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว

                             การที่รัฐบาลเลือกใช้ออก พรก. กู้เงิน แทนกระบวนการงบประมาณปกตินั้น นำมาสู่การวิพากษ์วิจารณ์เชิงหลักการอย่างกว้างขวาง รัฐบาลระบุว่าจำเป็นต้องใช้เม็ดเงินจำนวนมากเพื่อรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี แต่ในมุมมองเชิงเศรษฐศาสตร์ การกู้นอกงบประมาณควรสงวนไว้สำหรับกรณีวิกฤตที่ไม่อาจคาดการณ์ได้เท่านั้น การใช้เครื่องมือนี้เพื่อวัตถุประสงค์เชิงโครงสร้างจึงถูกมองว่าเป็นสุ่มเสี่ยงต่อการสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่อาจกระทบต่อวินัยการเงินการคลังในอนาคต

                             นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้แสดงความห่วงกังวลในทิศทางที่สอดคล้องกัน โดยเน้นไปที่การสร้างภาระหนี้สาธารณะโดยขาดแผนการชำระคืนที่ชัดเจน การคัดค้านครั้งนี้มิได้เป็นเพียงเรื่องทางการเมือง แต่เป็นการตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของการใช้เม็ดเงิน 5 แสนล้านบาท ว่าจะสามารถสร้างอัตราการเติบโตของ GDP ได้มากกว่าภาระดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นหรือไม่ รวมถึงการเสนอให้รัฐบาลพิจารณาการจัดสรรงบประมาณเดิมที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดก่อนการตัดสินใจก่อหนี้เพิ่ม

                            ประเด็นที่น่าพิจารณาอย่างยิ่งคือการดำเนินนโยบายที่ดูจะสวนทางกัน ในขณะที่รัฐบาลพยายามอัดฉีดสภาพคล่องผ่านเงินกู้ แต่กลับมีการปรับเพิ่มภาษีในหลายภาคส่วน ทั้งภาษีคาร์บอน ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ และภาษีจากการเดินทาง ซึ่งล้วนเป็นต้นทุนแฝงที่ส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพ การเพิ่มรายได้รัฐผ่านการจัดเก็บภาษีท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ต้องการแรงกระตุ้น อาจทำให้ประสิทธิผลของเงินกู้ 5 แสนล้านบาทลดน้อยลง เนื่องจากเม็ดเงินถูกดูดซับกลับเข้าสู่ภาครัฐผ่านระบบภาษีในทันที

                           ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์เตือนว่า การพึ่งพาเงินกู้เพื่อกระตุ้นการบริโภคระยะสั้นอาจทำให้ “พื้นที่ทางการคลัง” ของประเทศลดลงอย่างน่ากังวล หากในอนาคตเกิดวิกฤตการณ์ที่รุนแรงกว่าปัจจุบัน รัฐบาลอาจขาดเครื่องมือและเครดิตในการระดมทุนเพื่อแก้ไขปัญหา นโยบายภาษีใหม่ที่มุ่งเน้นการจัดเก็บรายได้จากฐานรากและผู้ประกอบการออนไลน์ จึงถูกมองว่าเป็นความพยายามที่ฝืนต่อกลไกการเติบโตตามธรรมชาติของเศรษฐกิจดิจิทัล

                          หากเปรียบเปรยการบริหารจัดการครั้งนี้กับกลไกทางเศรษฐกิจ อาจมองได้ว่ารัฐบาลกำลังพยายามเติมน้ำเขื่อนเพื่อใช้ในการเพาะปลูก แต่ในขณะเดียวกันกลับมีการเร่งระบายน้ำออกเพื่อนำไปใช้ในกิจการอื่น ผลลัพธ์ที่ได้อาจเป็นเพียงระดับน้ำที่คงที่ภายใต้ภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น ความท้าทายที่แท้จริงจึงไม่ใช่เพียงการกู้เงินมาใช้ แต่คือการทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้ว่า เงินทุกบาทที่กู้มาจะถูกแปรเปลี่ยนเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างรายได้ ไม่ใช่เพียงภาระภาษีที่ประชาชนต้องแบกรับสืบเนื่องต่อไปในอนาคต

                          ในท้ายที่สุด พรก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท จะกลายเป็นเครื่องมือในการกอบกู้เศรษฐกิจหรือเป็นเพียงการเลื่อนปัญหาออกไปชั่วคราว ขึ้นอยู่กับการยอมรับฟังความเห็นที่แตกต่างและการปรับสมดุลระหว่างการหารายได้กับการใช้จ่าย หากรัฐบาลไม่สามารถประสานนโยบายภาษีใหม่ให้เกื้อหนุนต่อการเติบโต ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวถาวร  พร้อมกับหนี้สินที่สูงเกินเพดานก็อาจกลายเป็นความจริงที่หลีกเลี่ยงได้ยาก

2569-04-24   “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

ร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินยอดขายธุรกิจร้านขายยาในปี 2567 ประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

เรื่องสั้น  “ตามล่า..มาเฟีย” |  “ชัยทัศน์”

เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์ร้ายที่กำลังซุ่มเงียบในป่าคอนกรีตที่เต็มไปด้วยกิเลส ภารกิจขุดรากถอนโคนแก๊งยาเสพติดข้ามชาติที่ชื่อว่า "โทนี่" ลากยาวมาหลายเดือน ข้อมูลเดียวที่เขามีคือมันร่อนเร่ไปตามแหล่งบันเทิง และมี "นกต่อ" เป็นสาวสวยคอยกรองลูกค้าชั้นดี มันคือ “มาเฟีย..” ที่เขาต้องขจัดให้ได้

อนุทินเดินสาย ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์   สร้างความเชื่อมั่นนอกบ้าน  แต่อย่าทิ้ง..ต้องปัดกวาดบ้าน !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 องคาพยพการทูต “อนุทิน” ข้ามสมุทรแปซิฟิก   รื้อฟื้นสะพานเชื่อมมหาอำนาจกลาง สู่เกมสมดุลพลิกเกมคานอำนาจโลก                            ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจโลกที่ทวีความตึงเครียด รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินเกมรุกทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกำหนดการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ...

“ปิด-ล้าง-เลี่ยง-หยุด” 4 เกราะ..สู้ไข้หวัดใหญ่ 2.47 แสนราย

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 27 กรกฎาคม 2569 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสม 247,215 ราย เสียชีวิต 25 ราย ขณะที่โควิด-19 พบผู้ป่วย 36,246 ราย เสียชีวิต 5 ราย

ข่าวอื่นๆ

ร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินยอดขายธุรกิจร้านขายยาในปี 2567 ประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

อนุทินเดินสาย ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์   สร้างความเชื่อมั่นนอกบ้าน  แต่อย่าทิ้ง..ต้องปัดกวาดบ้าน !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 องคาพยพการทูต “อนุทิน” ข้ามสมุทรแปซิฟิก   รื้อฟื้นสะพานเชื่อมมหาอำนาจกลาง สู่เกมสมดุลพลิกเกมคานอำนาจโลก                            ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจโลกที่ทวีความตึงเครียด รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินเกมรุกทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกำหนดการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ...

“ปิด-ล้าง-เลี่ยง-หยุด” 4 เกราะ..สู้ไข้หวัดใหญ่ 2.47 แสนราย

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 27 กรกฎาคม 2569 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสม 247,215 ราย เสียชีวิต 25 ราย ขณะที่โควิด-19 พบผู้ป่วย 36,246 ราย เสียชีวิต 5 ราย