วันจันทร์, มีนาคม 9, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTนโยบาย 4 เดือน  กับเดิมพันการเมืองและความวุ่นวายในคูหา

นโยบาย 4 เดือน  กับเดิมพันการเมืองและความวุ่นวายในคูหา

เผยแพร่

spot_img

 ผ่านไปแล้วหนี่งวันกับการแถลงนโยบายของรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล ต่อรัฐสภา ได้ตอกย้ำถึงการบริหารราชการแผ่นดินภายใต้ กรอบเวลาอันจำกัด และแรงกดดันทางการเมืองอย่างชัดเจน 

                       นายกรัฐมนตรีได้ประกาศอย่างตรงไปตรงมาถึง พันธะที่จะยุบสภาในวันที่ 31 มกราคม ปีหน้า โดยถือเป็นข้อตกลง จาก MOA ที่ลงนามกันไว้

                      การแถลงเน้นหลักการพื้นฐาน 3 ประการ และการเร่งแก้ 4 ภัยสำคัญของประเทศ คือเศรษฐกิจ, ความมั่นคง, สังคม, สิ่งแวดล้อม  ในฐานะรัฐบาลเสียงข้างน้อย 

                       อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการแถลงถูกบดบังด้วยความวิตกจากฝ่ายค้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ถึงขนาดระบุว่าช่วงเวลา 4 เดือนนี้คือ “4 เดือนหายนะ” ขณะที่ผู้นำฝ่ายค้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กลับใช้เวทีนี้ในการ นับถอยหลังสู่การยุบสภา เพื่อผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

                      กับประเด็นของความเป็นไปได้ในการปฏิบัติงานของรัฐบาลใหม่นั้น ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับในช่วง 4 เดือนนี้จะเน้นไปที่ มาตรการบรรเทาทุกข์ระยะสั้น ที่ไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายที่ซับซ้อน นโยบายที่มุ่งแก้ไขปัญหาภัยเศรษฐกิจโดยเร่งด่วน เช่น การควบคุมค่าใช้จ่ายและการกระตุ้นกำลังซื้อ จะสามารถดำเนินการได้จริงและเห็นผลเร็วที่สุด     

                       อย่างไรก็ดี ด้วยงบประมาณที่รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้จัดทำเองและสถานะรัฐบาลเสียงข้างน้อย อำนาจในการบริหารเชิงโครงสร้างระยะยาวจึงมีข้อจำกัดอย่างมาก ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นเพียงการซื้อเวลา ให้กับประชาชนในการตั้งหลักจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจเท่านั้น

                       สำหรับการจัดทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญและการยกเลิก MOU ไทย-กัมพูชา ตามที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีได้อธิบายว่า ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศที่จะตัดสินในความเป็นอธิปไตยของขาติ รัฐบาลเฉพาะกิจ ไม่คสรตัดสินใจเอง จึงใข้กระบวนการผ่านทางประชามติ  เป็นฉันทานุมัติ ซึ่งประชาชนจะได้รับประโยชน์ในมิติของ การมีส่วนร่วมทางการเมือง มากกว่าการเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมทันที

                       ประเด็นที่สร้างความกังวลอย่างยิ่งคือข้อเสนอของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่ระบุว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นหลังรัฐบาลนี้ประกาศยุบสภา   ประชาชนจะต้องกาบัตรถึง 4 ใบ (1. ส.ส. เขต, 2. ส.ส. บัญชีรายชื่อ, 3. ประชามติแก้รัฐธรรมนูญ, 4. ประชามติยกเลิก MOU ไทย-กัมพูชา

                       จากประสบการณ์ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา แม้แต่การกาบัตร 2 ใบก็ยังสร้างความสับสนและเป็นเหตุให้บัตรเสียจำนวนมาก การเพิ่มบัตรถึง 4 ใบในคูหาเลือกตั้ง ย่อมส่งผลให้เกิด ความวุ่นวาย ในระดับบริหารจัดการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยจะต้องทำงานหนักขึ้นอย่างมหาศาล ขณะที่ประชาชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่ไม่มีความคุ้นเคยกับกระบวนการ อาจเกิดความสับสนในการใช้สิทธิ การเพิ่มภาระการตัดสินใจ  2 ประเด็นใหญ่ เข้าไปในการเลือกตั้งทั่วไปพร้อมกันนี้ ถือเป็นความเสี่ยงที่อาจทำให้ ยอดบัตรเสีย พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ และบั่นทอนเจตนารมณ์ประชาธิปไตย

                        การแถลงนโยบายครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลนายอนุทินมีความชัดเจนในการดำเนินงาน ตามพันธะสัญญาทางการเมือง ที่จะนำไปสู่การยุบสภา แต่ความชัดเจนดังกล่าวนั้นกลับเป็น ความคลุมเครือต่ออนาคตของประเทศ ในระยะยาว     

                       นโยบายที่นพเสนอเป็นเพียงการ ฉีดสารกระตุ้น เพื่อประคับประคองอาการป่วยทางเศรษฐกิจไว้ชั่วคราว ก่อนที่จะส่งไม้ต่อให้พรรคการเมืองอื่นเข้ามารับผิดชอบปัญหาที่หมักหมม และดูเหมือนว่ารัฐบาลจะทิ้งระเบิดเวลา ลูกใหม่ไว้ให้ประชาชนจัดการด้วยตัวเอง นั่นคือ ความวุ่นวายของการกาบัตร 4 ใบ ที่มีแต่จะสร้างความสับสนและเป็นภาระต่อกลไกประชาธิปไตย…        

                        สุดท้ายแล้ว รัฐบาลชุดนี้อาจไม่ได้สร้างรากฐานประเทศตามที่กล่าวอ้าง แต่กลับกำลังสร้าง ‘รากฐาน’ ให้กับความโกลาหลในคูหาเลือกตั้งเสียเอง

ข่าวล่าสุด

Beyond Power and Technology: “A Call for Moral Leadership”

We are all human. We are born the same way, and we all require the same basic necessities to survive. How, then, have we allowed greed to consume us?

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

คนไทยสกัด “แคลเซียมพรีเมียม” จากปลาหมอคางดำ

คุณภาพเทียบชั้นแซลมอน คว้ารางวัลระดับโลก!  . ทิ้งภาพจำปลาไร้ค่าไปได้เลย! ใครจะไปเชื่อว่า "ปลาหมอคางดำ" ที่ก้างเยอะ หัวโต เนื้อน้อย จะถูกนักวิจัยไทยจับมาแปลงโฉมใหม่ สกัดเป็น "Bio-Calcium เกรดพรีเมียม" ที่คุณภาพเบียดตีคู่มากับปลาแซลมอนราคาแพง! งานนี้ไม่ได้เก่งแค่ในประเทศ แต่บินไปคว้า...

ไปรษณีย์ไทย เปิดตัวแสตมป์ พระแม่ธรณีบีบมวยผม รับ ‘วันสตรีสากล’ 8 มีนาคม

“วันสตรีสากล” (International Women's Day : IWD) ถือเป็นการระลึกพลัง ความสามารถ และความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงสังคม

ข่าวอื่นๆ

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...