หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“น้ำมันเถื่อน“ โผล่กลางวิกฤต  “น้ำมันหาย”

“น้ำมันเถื่อน“ โผล่กลางวิกฤต  “น้ำมันหาย”

เผยแพร่

spot_img

รัฐระดมทุกหน่วยไล่ปิดจุดรั่ว  ตำรวจบุกยึดสต็อก 3.3 แสนลิตร ส่อเบี่ยงเส้นทาง,กักตุนทำกำไร

จาก “น้ำมันหายวันละ 10,000 ลิตร” สู่สมมติฐานน้ำมันเถื่อน คำถามไม่ใช่มีพอหรือไม่ แต่ “ไหลไปไหน”

                         วิกฤต “น้ำมันหาย” ถูกยกระดับสู่การตรวจสอบทั้งระบบ หลังรัฐบาลเรียกทุกหน่วยงานประชุมเร่งด่วน ขณะที่ตำรวจ ปคบ.บุกตรวจคลังน้ำมันในอ่างทอง พบกักตุนกว่า 331,000 ลิตร และขายเกินราคาโดยไม่มีเอกสารซื้อขาย สะท้อนความผิดปกติที่อาจเชื่อมโยง “น้ำมันเถื่อน” หรือการเบี่ยงน้ำมันออกนอกระบบควบคุมของรัฐ

                          การประชุม ศปก.ด้านพลังงานเมื่อวันที่ 19 มี.ค. ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เรียกตัวแทนโรงกลั่นและผู้ค้าทุกระดับเข้าชี้แจงห่วงโซ่อุปทาน ยืนยันว่า “สต็อกประเทศยังเพียงพอ” แต่ยอมรับว่าความต้องการใช้พุ่งจากพฤติกรรมกักตุน อย่างไรก็ตาม แกนการตรวจสอบได้เปลี่ยนจากคำถามเดิมว่า “น้ำมันพอหรือไม่” ไปสู่คำถามสำคัญว่า “น้ำมันไปอยู่ในระบบใด”

                           ในวันเดียวกัน ตำรวจ ปคบ.ร่วมกับหน่วยงานพลังงานและพาณิชย์ บุกตรวจบริษัทจำหน่ายน้ำมันใน จว.อ่างทอง หลังพบความเชื่อมโยงกับปั๊มใน จว.สิงห์บุรี ที่ขายเกินราคา ผลตรวจพบสต็อกน้ำมันรวม 331,000 ลิตร มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท แยกเป็นดีเซลและแก๊สโซฮอล์หลายประเภท โดยมีการจำหน่ายดีเซลในราคาสูงถึงลิตรละ 40.50 บาท ขณะที่ผู้อ้างซื้อมาที่ 39.50 บาท แต่ไม่สามารถแสดงเอกสารซื้อขายได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสงสัยถึงแหล่งที่มาและเส้นทางของน้ำมัน

                        ในเชิงวิชาการ “น้ำมันเถื่อน” ไม่ได้หมายถึงน้ำมันปลอม แต่คือ “น้ำมันที่หลุดจากเส้นทางที่ถูกต้อง” ตั้งแต่คลัง ขนส่ง จนถึงปลายทาง รูปแบบสำคัญ ได้แก่ การเบี่ยงเส้นทางไปยังผู้ซื้อที่ไม่อยู่ในระบบ การสวมสิทธิ์ประเภทน้ำมันเพื่อเลี่ยงภาษี และการลักลอบส่งออกไปยังตลาดที่ให้ราคาสูงกว่า กลไกเหล่านี้สามารถทำให้ “น้ำมันหายจากหน้าปั๊ม” ทั้งที่ในทางบัญชีอาจยังดูครบถ้วน

                        เมื่อพิจารณาปริมาณน้ำมันที่หายไประดับวันละหลายพันลิตร นักวิเคราะห์มองว่าไม่น่าจะเป็นความคลาดเคลื่อนทางเทคนิค แต่มีลักษณะเป็น “การเคลื่อนย้ายเชิงเจตนา” สอดคล้องกับกรณีศึกษาในต่างประเทศ เช่น มาเลเซียที่เผชิญการลักลอบขนข้ามแดนจากส่วนต่างราคา หรืออินโดนีเซียที่ต้องควบคุมการใช้น้ำมันอุดหนุนอย่างเข้มงวด สะท้อนว่าปัญหานี้มักเกิดในระบบที่มี “แรงจูงใจด้านราคา” สูง

                      สำหรับประเทศไทย จุดชี้ขาดอยู่ที่การ “ไล่ตัวเลขให้ตรง” ทั้งระบบ ตั้งแต่โรงกลั่น คลัง ขนส่ง จนถึงยอดขายปลายทาง หากข้อมูลไม่สอดคล้องกันย่อมระบุจุดรั่วได้ แต่หากเป็นเครือข่ายที่มีการจัดการเป็นระบบ ตัวเลขในเอกสารอาจยังสมบูรณ์ ขณะที่เส้นทางจริงของน้ำมันถูกเปลี่ยนไปแล้ว นี่จึงเป็นความท้าทายเชิงโครงสร้างที่ต้องใช้เครื่องมือมากกว่าการตรวจเฉพาะจุด

                     ในระยะต่อไป ผู้เชี่ยวชาญเสนอให้ยกระดับมาตรการ เช่น การติดตามรถขนส่งแบบเรียลไทม์ การเชื่อมข้อมูลภาษีกับปริมาณจริง และการบังคับเปิดเผยสต็อก เพื่อปิดช่องว่างของการบิดเบือนระบบ เพราะหากยังปล่อยให้ “น้ำมันเปลี่ยนเส้นทาง” ได้โดยไม่ถูกตรวจจับ วิกฤตนี้จะไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่กระทบความเชื่อมั่นทั้งระบบพลังงานของประเทศ

                     และถ้ารัฐยัง “มองไม่ทัน” หรือ “ฟังไม่ครบ” น้ำมันก็จะไม่ได้หายไปไหน…มันแค่ย้ายไปอยู่ในที่ที่ทำกำไรได้มากกว่า โดยมีคนบางกลุ่มรู้เส้นทางนั้นดีกว่ารัฐเสมอ

2569-03-21   “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

แทรกเตอร์ EV งบ 8 พันล้าน ยุทธศาสตร์คาร์บอนต่ำ ต้องไม่ทิ้งบทเรียนการลงทุนภาครัฐ !

แผลเก่า..แอร์บัส A340-500 ถึงรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน คำถามสำคัญไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่เพียงใด แต่คุ้มค่าและใช้งานได้จริงแค่ไหน ?

ปิดฉาก IMF-World Bank 2026    นานาชาติปรบมือให้ไทย – ประกาศศักยภาพบนเวทีโลก

การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม ปิดฉากลงแล้ว

เปิดตัว “Bangkok Blueprint” ผนึกกำลัง IMF-เวิลด์แบงก์-ธปท.   กู้วิกฤตฉ้อโกงการเงินดิจิทัลระดับโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund IMF) ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลก และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกันเปิดตัวกรอบนโยบายระดับสูง “พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ เพื่อบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่นต่อการฉ้อโกง” (Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services)

สตง. ปะทะ ไทยพีบีเอส. ตรวจสอบเงินแผ่นดิน หรือเปิดทางศึกรื้อภาษีบาป ?

การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กลายเป็นประเด็นสาธารณะที่มีนัยสำคัญทั้งด้านธรรมาภิบาลและเสรีภาพสื่อ

ข่าวอื่นๆ

แทรกเตอร์ EV งบ 8 พันล้าน ยุทธศาสตร์คาร์บอนต่ำ ต้องไม่ทิ้งบทเรียนการลงทุนภาครัฐ !

แผลเก่า..แอร์บัส A340-500 ถึงรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน คำถามสำคัญไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่เพียงใด แต่คุ้มค่าและใช้งานได้จริงแค่ไหน ?

ปิดฉาก IMF-World Bank 2026    นานาชาติปรบมือให้ไทย – ประกาศศักยภาพบนเวทีโลก

การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม ปิดฉากลงแล้ว

เปิดตัว “Bangkok Blueprint” ผนึกกำลัง IMF-เวิลด์แบงก์-ธปท.   กู้วิกฤตฉ้อโกงการเงินดิจิทัลระดับโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund IMF) ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลก และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกันเปิดตัวกรอบนโยบายระดับสูง “พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ เพื่อบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่นต่อการฉ้อโกง” (Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services)