วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“ปฏิรูป” สงฆ์ไทย…“ถอนราก” พุทธพาณิชย์  มหาเถรสมาคมรับ “สังฆราโชบาย 12 ข้อ“

“ปฏิรูป” สงฆ์ไทย…“ถอนราก” พุทธพาณิชย์  มหาเถรสมาคมรับ “สังฆราโชบาย 12 ข้อ“

เผยแพร่

spot_img

ห้ามปลุกเสก ห้ามรูปเคารพนอกพุทธ วัดต้องเป็นพื้นที่ศึกษาและปฏิบัติธรรมเท่านั้น

                          มติมหาเถรสมาคมล่าสุด น้อมรับพระสังฆราโชบาย 12 ข้อ ของสมเด็จพระสังฆราช เป็นมากกว่าการจัดระเบียบกิจการสงฆ์ หากแต่เป็นการ ถอนรากถอนโคนบทบาทวัดทั่วประเทศ โดยกำหนดข้อห้ามอย่างชัดเจนต่อกิจกรรมพุทธพาณิชย์ การปลุกเสกวัตถุมงคล และการนำรูปเคารพที่ไม่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเข้ามาในเขตวัด พร้อมประกาศจุดยืนใหม่ว่า วัดต้องกลับมาเป็นพื้นที่แห่งการศึกษาและการปฏิบัติธรรม ไม่ใช่พื้นที่ผลิตความศักดิ์สิทธิ์เชิงพาณิชย์อย่างที่สังคมไทยคุ้นชินมานาน

                          แม้มติของมหาเถรสมาคมยังไม่ได้เผยแพร่ถ้อยคำเชิงเอกสารครบทั้ง 12 ข้อในรูปแบบทางราชการอย่างละเอียด แต่จากการแถลงของ มส. และการรายงานของสื่อ สามารถสรุปสาระสำคัญของ พระสังฆราโชบาย 12 ข้อ ได้อย่างชัดเจนในเชิงนโยบาย โดยมีแกนกลางคือการย้ำให้คณะสงฆ์ยึดปริยัติ,ปฏิบัติ,ปฏิเวธ เป็นหัวใจ การป้องกันไม่ให้วัดและพระสงฆ์พัวพันกับกิจกรรมแสวงหากำไร การห้ามพิธีกรรมหรือความเชื่อที่บิดเบือนหลักพุทธศาสนา การควบคุมการใช้พื้นที่วัด การยกระดับวินัยและจริยธรรมของพระสงฆ์ และการปรับเกณฑ์การแต่งตั้ง,เลื่อนตำแหน่งสังฆาธิการ  ให้ยึดการประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัย มากกว่าการยึดติดกับเสนาสนะ ชื่อเสียง หรือกิจกรรมภายนอก

                           เมื่อจัดกลุ่มสังฆราโชบายทั้ง 12 ข้อ จะเห็นโครงสร้างชัดเจนเป็นสองด้าน

                           ด้านข้อห้าม ได้แก่ การห้ามปลุกเสกวัตถุมงคลในเขตวัด ห้ามใช้วัดเป็นพื้นที่ค้าขายหรือจัดกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ห้ามนำรูปเคารพหรือความเชื่อที่ไม่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเข้ามาในวัด และห้ามพระสงฆ์ใช้สถานะทางศาสนาแสวงหาประโยชน์ส่วนตน

                          ขณะที่ ด้านข้อปฏิบัติ คือการกำหนดให้วัดทำหน้าที่เป็นพื้นที่ศึกษาและปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริง การให้พระสงฆ์ยึดพระธรรมวินัยเป็นแกนชีวิตสงฆ์ การบริหารกิจการสงฆ์อย่างโปร่งใส และการพิจารณาแต่งตั้งสังฆาธิการจาก “การปฏิบัติจริง” มากกว่า “ความใหญ่โตของวัด” เมื่อรวมกันแล้ว ทั้งข้อห้ามและข้อปฏิบัตินี้จึงครบถ้วนเป็นกรอบ 12 ข้อที่เปลี่ยนทิศทางคณะสงฆ์อย่างเป็นระบบ

                             ผลกระทบในระยะสั้นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ความโกลาหลของวงการปลุกเสกพระเครื่อง ซึ่งเคยดำเนินกิจกรรมได้ตลอดทั้งปีและทั่วประเทศ เมื่อวัดไม่สามารถเป็นพื้นที่ประกอบพิธีได้อีกต่อไป เครือข่ายเหล่านี้ย่อมหาทางออกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการย้าย “เจ้าพิธี” จากพระผู้ใหญ่ไปสู่ฆราวาส หรือการสร้างพื้นที่พิธีนอกเขตวัด ปรากฏการณ์นี้จะทำให้เส้นแบ่งระหว่าง ศาสนา กับ ความเชื่อเชิงพาณิชย์ ถูกเปิดโปงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง พร้อมตั้งคำถามใหญ่ต่อสังคมว่า สิ่งใดคือพุทธศาสนาแท้ และสิ่งใดเป็นเพียงธุรกิจศรัทธาที่อาศัยผ้าเหลืองเป็นฉากหลัง

                            อีกผลสำคัญคือการ ลดแรงจูงใจของระบบอุปถัมภ์ในสังฆาธิการ แต่เดิมการเลื่อนตำแหน่งในคณะสงฆ์มักผูกกับเสนาสนะ ความใหญ่โตของวัด หรือเครือข่ายอำนาจ มติครั้งนี้พยายามดึงเกณฑ์กลับสู่หลักพระธรรมวินัย ซึ่งถือว่าการปฏิบัติดี ประพฤติชอบ คือคุณสมบัติหลักของผู้นำสงฆ์ 

                            ขณะเดียวกัน การประกาศให้วัดเป็นพื้นที่ศึกษาและปฏิบัติธรรม ยังเป็นการย้อนกลับไปสู่บทบาทดั้งเดิมของวัดในประวัติศาสตร์ไทย ก่อนที่บทบาทดังกล่าวจะค่อย ๆ แปรผันไปตามแรงกดดันของเศรษฐกิจ สังคม และศรัทธาเชิงพาณิชย์

                             หากพิจารณาตามหลักพระธรรมวินัย วัดคือสถานที่ฝึกตน ลดกิเลส และแสวงหาความหลุดพ้น ไม่ใช่พื้นที่เพิ่มพูนความอยากหรือการแข่งขันด้านความศักดิ์สิทธิ์ มติ พระสังฆราโชบาย 12 ข้อ จึงเป็นการเตือนสติครั้งใหญ่ที่สุดของพุทธศาสนาไทยในรอบศตวรรษ 

                            หรือว่าถึงโอกาสแล้ว…ที่วัดถูกขอให้ “ปฏิรูปตัวเอง” อย่างจริงจัง หลังจากพุทธศาสนิกชนไทยยกมือไหว้พระมานานนับร้อยปี แต่ปล่อยให้ศาสนาไหลไปตามกระแส โดยหวังว่าความศักดิ์สิทธิ์จะจัดการทุกอย่างแทนการปฏิบัติของมนุษย์เอง

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย

อย่าให้ใครเรียก …“สยาม…เมืองส่วย !”  เมื่อทุนเทา-สแกมเมอร์ ขี่คออำนาจรัฐ

เมื่อคำว่า "ตอ" แข็งแกร่งกว่า "กฎหมาย" และ "สายอินเทอร์เน็ต" ข้ามโขงยาวไกลกว่า "สายตาผู้ตรวจสอบ" ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ยอดเหยื่อสแกมเมอร์ที่พุ่งสูง แต่คือความเชื่อมั่นของประเทศที่พังทลายจนฉุดไม่อยู่