วันจันทร์, มีนาคม 9, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTปราบสแกมเมอร์-ค้ามนุษย์

ปราบสแกมเมอร์-ค้ามนุษย์

เผยแพร่

spot_img

 รัฐบาลเดินหน้าวาระชาติปราบ “สแกมเมอร์-ค้ามนุษย์” จุดปะทุความขัดแย้งทางการเมือง

                             รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งแก๊ง สแกมเมอร์ และ การค้ามนุษย์ ขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ โดยมีการมอบหมายให้ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลการดำเนินงาน 

                             การตัดสินใจครั้งนี้ได้จุดชนวนให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากสาธารณชนและฝ่ายค้าน โดยเฉพาะ นายรังสิมันต์ โรม สส. พรรคประชาชน ที่ออกมาโจมตีอย่างรุนแรงถึงความไม่เหมาะสมของการมอบหมายงาน พร้อมกล่าวหาว่าเป็นการ “ตั้งโจรปราบโจร” และตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหา ด้วยการพาดพิงถึงประวัติและพฤติการณ์ในอดีตของ ร.อ.ธรรมนัส ที่ถูกโจมตีมาโดยตลอดในทางการเมือง รวมถึงการถูกพาดพิงเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนต่างชาติและวงจรสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน 

                             การโจมตีนี้ถูกมองว่าอาจ ลดทอนความน่าเชื่อถือ ของประเทศไทยในการผลักดันตนเองเป็นแกนนำปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ในเวทีระหว่างประเทศ

                              ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ออกมาชี้แจงต่อสื่อมวลชนถึงบทบาทที่แท้จริง โดยยืนยันว่า ตนไม่ได้เป็นประธานคณะกรรมการปราบปรามสแกมเมอร์ แต่เป็นประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) โดยตำแหน่ง และยืนยันในความบริสุทธิ์พร้อมถูกตรวจสอบในฐานะนักการเมืองที่เข้ามาตั้บแต่ปี พ.ศ. 2562 

                               นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังระบุว่า ไม่รู้สึกน้อยใจ ต่อคำพูดของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ที่กล่าวถึงการตั้งโจรปราบโจร โดยยืนยันความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องร่วมสาบานที่เข้าใจสไตล์การพูดที่ตรงไปตรงมา 

                              อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะมีเป้าหมายเพื่อยกระดับสถานะของไทยในรายงาน TIP Report แต่การทำงานยังเผชิญกับอุปสรรคสำคัญ ได้แก่ อุปสรรคทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ต้องอาศัยความไว้วางใจจากนานาชาติในการปราบปรามฐานปฏิบัติการของแก๊งสแกมเมอร์ในต่างประเทศ และ ปัญหาความน่าเชื่อถือเชิงบุคคล ที่ถูกฝ่ายค้านนำมาเป็นเครื่องมือโจมตีอย่างต่อเนื่อง

                              การยกระดับการปราบปรามเป็นวาระแห่งชาติเป็นสิ่งจำเป็น แต่ความสำเร็จจะถูกบั่นทอนอย่างรุนแรงหากความกังขาต่อความโปร่งใสของผู้รับผิดชอบหลักยังคงอยู่ ความขัดแย้งเชิงผลประโยชน์นี้อาจกลายเป็น “ระเบิดเวลา” ที่ทำให้สาธารณชนตั้งคำถามถึงเจตนาที่แท้จริงของการปราบปราม และว่าเป็นการปราบปรามแบบเลือกปฏิบัติหรือเพียงการ “ซื้อเวลา” เท่านั้น

                              เพื่อลดความเสี่ยงด้านความน่าเชื่อถือระดับชาติ รัฐบาลต้องเร่ง แยกบทบาทการกำกับนโยบาย ของ ร.อ.ธรรมนัส ออกจากการปฏิบัติการโดยสิ้นเชิง และควรพิจารณาจัดตั้ง คณะทำงานเฉพาะกิจร่วมอิสระ ที่มีผู้เชี่ยวชาญและภาคประชาสังคมที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติมาดูแลและรายงานผลอย่างโปร่งใสทันที มิฉะนั้นแล้ว สิ่งที่ฝ่ายค้านโจมตีว่า “ใช้โจรปราบโจร” จะไม่จบลงแค่ความกังขาทางการเมือง แต่จะสั่นคลอนความร่วมมือระหว่างประเทศ และอาจถูกมองว่าเป็นการ ใช้ “อำนาจรัฐมาเป็นเครื่องมือฟอกขาว” ให้กับผู้ที่ถูกกล่าวหาได้

ข่าวล่าสุด

Beyond Power and Technology: “A Call for Moral Leadership”

We are all human. We are born the same way, and we all require the same basic necessities to survive. How, then, have we allowed greed to consume us?

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

คนไทยสกัด “แคลเซียมพรีเมียม” จากปลาหมอคางดำ

คุณภาพเทียบชั้นแซลมอน คว้ารางวัลระดับโลก!  . ทิ้งภาพจำปลาไร้ค่าไปได้เลย! ใครจะไปเชื่อว่า "ปลาหมอคางดำ" ที่ก้างเยอะ หัวโต เนื้อน้อย จะถูกนักวิจัยไทยจับมาแปลงโฉมใหม่ สกัดเป็น "Bio-Calcium เกรดพรีเมียม" ที่คุณภาพเบียดตีคู่มากับปลาแซลมอนราคาแพง! งานนี้ไม่ได้เก่งแค่ในประเทศ แต่บินไปคว้า...

ไปรษณีย์ไทย เปิดตัวแสตมป์ พระแม่ธรณีบีบมวยผม รับ ‘วันสตรีสากล’ 8 มีนาคม

“วันสตรีสากล” (International Women's Day : IWD) ถือเป็นการระลึกพลัง ความสามารถ และความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงสังคม

ข่าวอื่นๆ

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...