วิกฤตศรัทธากองทุนแรงงาน ปมตึก Skyy 9 เขย่าประกันสังคม
แรงกดดันรอบด้านถาโถมสำนักงานประกันสังคม หลังผู้ประกันตนตั้งคำถามต่อความโปร่งใสและธรรมาภิบาล โดยเฉพาะกรณีลงทุนอาคาร Skyy 9 มูลค่าหลายพันล้านบาท ซึ่งถูกประเมินว่าราคาซื้ออาจสูงกว่ามูลค่าตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
กองทุนประกันสังคมมูลค่ากว่า 2.9 ล้านล้านบาท กำลังเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่นครั้งสำคัญ เมื่อเสียงวิพากษ์จากเวทีสภาผู้แทนราษฎร นักวิชาการ และผู้ประกันตนทั่วประเทศ บรรจบกันที่คำถามเดียวกัน – เงินสมทบที่แรงงานสะสมทั้งชีวิต ถูกบริหารด้วยมาตรฐานใด และใครเป็นผู้ตรวจสอบอย่างแท้จริง
ข้อเท็จจริงที่ถูกหยิบยกขึ้นอภิปราย สะท้อนประเด็นธรรมาภิบาลหลายด้าน ตั้งแต่กระบวนการอนุมัติลงทุน การประเมินมูลค่าทรัพย์สิน ไปจนถึงโครงสร้างคณะกรรมการบริหารที่ยังผูกโยงกับระบบราชการ ขณะเดียวกัน ภาพการใช้งบประมาณในบางรายการ เช่น ค่าเดินทางชั้นพิเศษของผู้บริหาร ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของ “ช่องว่าง” ระหว่างผู้ตัดสินใจกับผู้จ่ายเงิน แม้ไม่ใช่สาระหลักของปัญหา แต่ยิ่งซ้ำเติมบรรยากาศความไม่ไว้วางใจ
กระแสความไม่พอใจจึงขยายตัวจากคำถามเชิงเทคนิค ไปสู่ข้อเรียกร้องเชิงโครงสร้าง ผู้ประกันตนจำนวนไม่น้อยต้องการเห็น “การเปลี่ยนแปลง” ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเผยข้อมูลการลงทุนอย่างละเอียด การมีตัวแทนแรงงานที่มีอิสระมากขึ้นในบอร์ดบริหาร หรือแม้แต่การปฏิรูปองค์กรให้มีสถานะกึ่งอิสระแบบกองทุนมืออาชีพ เพื่อให้เกิดการถ่วงดุลและตรวจสอบได้จริง
จุดศูนย์กลางของข้อถกเถียงคือการเข้าลงทุนอาคาร Skyy 9 มูลค่าประมาณ 6,900-7,000 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ได้รับการแต่งตั้งโดย อนุทิน ชาญวีรกูล ระบุว่า มูลค่าตลาดในช่วงทำธุรกรรมควรอยู่ราว 3,428-3,863 ล้านบาท ความแตกต่างของช่วงราคาดังกล่าวกลายเป็นคำถามสำคัญถึงความรอบคอบในการประเมิน การใช้ที่ปรึกษาอิสระ และกลไกกลั่นกรองความเสี่ยง แม้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะชี้แจงว่าเป็นการลงทุนระยะยาวภายใต้กรอบกฎหมายและมีศักยภาพสร้างผลตอบแทนในอนาคต
ภายใต้มาตรฐานสากล กองทุนสาธารณะขนาดใหญ่ไม่เพียงต้องทำกำไร แต่ต้อง “ทำให้เชื่อมั่น” ผ่านความโปร่งใสและความรับผิดรับชอบที่ตรวจสอบได้ หากคณะกรรมการกองทุนยังมองเสียงท้วงติงเป็นเพียงแรงกระเพื่อมทางการเมือง มากกว่าสัญญาณเตือนเชิงโครงสร้าง ความเสี่ยงที่แท้จริงอาจไม่ใช่ตัวเลขในงบดุล แต่อาจเป็นแรงสั่นสะเทือนของศรัทธาที่ขยายตัวเงียบ ๆ และในโลกของกองทุนหลายล้านล้านบาท บางครั้งสิ่งที่มองไม่เห็นต่างหากที่ควรทำให้ผู้บริหารต้อง “ตื่นตัว” ก่อนที่ปัญหาจะตื่นขึ้นมาก่อนพวกเขาเอง.
ประเด็นเรื่องอาคาร Skyy 9 และภาพลักษณ์การบริหารเงินกองทุนที่สวนทางกับเสียงสะท้อนของแรงงานกว่า 24.7 ล้านคน ไม่ใช่เพียงบทเรียนทางบัญชี แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าระบบที่ใหญ่และทรงพลังเพียงใดก็ไม่อาจยืนหยัดได้หากขาดความเชื่อมั่นจากผู้เป็นเจ้าของเงินเอง
ในขณะที่คนไทยกำลัวรอผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ว่าจะได้รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่จะเข้ามาบริหารประเทศนั้น การ “ผ่าตัด” ประกันสังคมให้ตอบโจทย์แรงงานจริงจัง ด้วยการปฏิรูปธรรมาภิบาล เปิดเผยสมมติฐานการลงทุน และปรับโครงสร้างให้สมาชิกมีส่วนร่วมตรวจสอบอย่างแท้จริง อาจไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
เพราะหากไม่เริ่มจากการทำให้ผู้ประกันตนรู้สึกว่าเงินของเขาได้รับการปกป้องอย่างคุ้มค่าแล้ว ในอนาคตอาจมี “เซอร์ไพรส์” ที่หนักยิ่งกว่าตึก Skyy 9 ตามมาอีกก็เป็นได้
2569-02-18 “ชัยทัศน์”



