หน้าแรกINSIDE - INSIGHT พรรคการเมืองไหนจะเป็นผู้ชนะในเกมหมากรุกที่เต็มไปด้วยข่าวจริง ข่าวลวง และเงื่อนไขซับซ้อน ในขณะที่ปัญหาปากท้องและชายแดนกลับกลายเป็นฉากหลังของละครการเมือง

 พรรคการเมืองไหนจะเป็นผู้ชนะในเกมหมากรุกที่เต็มไปด้วยข่าวจริง ข่าวลวง และเงื่อนไขซับซ้อน ในขณะที่ปัญหาปากท้องและชายแดนกลับกลายเป็นฉากหลังของละครการเมือง

เผยแพร่

spot_img

แรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศไทยกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง ขณะที่พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยต่างยืนยันว่ามีเสียง ส.ส. เพียงพอที่จะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปได้

                                เกมการเมืองครั้งนี้ไม่ได้วัดกันที่ฐานเสียงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการต่อรองเงื่อนไขและตีความความต้องการของพรรคตัวแปรอย่างพรรคประชาชน ที่ถือเสียง ส.ส. กว่า 140 เสียงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างรัฐบาลใหม่

                                พรรคประชาชนเคยประกาศ 3 เงื่อนไขดั้งเดิมสำหรับการสนับสนุนรัฐบาลใหม่ ได้แก่ การยุบสภาภายใน 4 เดือน การจัดประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการยืนยันว่าจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านต่อไป ไม่เข้าร่วมครม. ใด ๆ แต่เมื่อไม่นานมานี้ กระแสข่าวระบุว่ามีการเสนอ “เงื่อนไขใหม่” อีก 2 ข้อ ซึ่งยังไม่ได้รับการยืนยันชัดเจนว่าเป็นเรื่องจริงหรือข่าวลวง แต่เพียงพอที่จะทำให้การเจรจาเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และสร้างแรงกดดันต่อทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยอย่างหนัก

                                   พรรคเพื่อไทยยังคงมีฐานเสียงแข็งแกร่ง แต่การยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดของพรรคประชาชนอาจขัดแย้งกับหลักการและกลยุทธ์ของพรรค ในขณะที่พรรคภูมิใจไทยมีความยืดหยุ่นสูงกว่า สามารถปรับตัวและเจรจาต่อรองเงื่อนไขบางประการได้ง่ายกว่า ทำให้มีโอกาสที่จะก้าวขึ้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้  หากการเจรจาเดินหน้าอย่างราบรื่น 

                                  อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายยังต้องระมัดระวังความเสี่ยงของข่าวลวงและการเคลื่อนไหวเชิงยุทธศาสตร์ที่อาจเปลี่ยนสมดุลเสียงในสภาได้ตลอดเวลา

                                   และเช่นเคย เมื่อหมอกควันการเมืองเริ่มจาง การช่วงชิงอำนาจในสภาอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับเสียงข้างมากเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับใครสามารถตีความ “ความต้องการ” ของทุกฝ่ายให้ได้ประโยชน์สูงสุด 

                                   ประชาชนผู้เฝ้าดูจึงต้องตั้งคำถามต่อไปว่า สุดท้ายใครคือผู้ชนะในเกมหมากรุกที่เต็มไปด้วยข่าวจริง ข่าวลวง และเงื่อนไขทางการเมืองที่ซับซ้อนนี้ และหากมองให้ชัด การเมืองไทยอาจไม่ได้เกี่ยวกับเศรษฐกิจหรือความมั่นคงชายแดน แต่เป็นการแข่งขันสร้างภาพลวงให้ดูเหมือนทุกอย่างอยู่ในมือผู้มีอำนาจ ขณะที่ปัญหาปากท้องของประชาชนและความร้อนแรงชายแดนกลับถูกใช้เป็นฉากหลังสำหรับละครเบื้องหลังที่เต็มไปด้วยการประชุม ยกมือโหวต และยิ้มให้กล้อง

ข่าวล่าสุด

สแกนทางแยก “ครัวโลก” ไทย ในวันที่ปัจจัย“ลบรอบทิศ”

ยุทธศาสตร์ “ครัวของโลก” ถูกผลักดันมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2540 โดยมุ่งหวังใช้ความโดดเด่นด้านเกษตรกรรม การแปรรูป และการทูตอาหาร เป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ

“โดรน” เปลี่ยนโลก !  จากเทคโนโลยีพลเรือน สู่ขีดความสามารถความมั่นคง   ที่ไทยต้อง “ใช้ให้เป็น-ป้องกันให้ทัน !”

“โดรน” ไม่ใช่เพียงอุปกรณ์ถ่ายภาพหรือเครื่องมือเกษตรอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญทั้งในเศรษฐกิจ การกู้ภัย การรักษาความปลอดภัย และสนามรบ

อนุทิน บิน 3 ประเทศ เปิดประตูโลก…แล้วไทยได้อะไรกลับบ้าน ?

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเดินทางระหว่างวันที่ 20-27 กันยายน 2569 เยือนญี่ปุ่น เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 หรือ UNGA81 (United Nations General Assembly) ที่นครนิวยอร์ก และต่อไปยังสหราชอาณาจักร

“ท่วม” หรือ “แล้ง” ยังเป็นภัยเงียบ ?   พายุเงียบในอ่างเก็บน้ำ ! เมื่อ “80%” ต้องไม่กลายเป็นกับดัก

กรมชลประทานประเมินว่า ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศอาจมีน้ำประมาณ 61,064 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือราว 80% ของความจุอ่าง

ข่าวอื่นๆ

สแกนทางแยก “ครัวโลก” ไทย ในวันที่ปัจจัย“ลบรอบทิศ”

ยุทธศาสตร์ “ครัวของโลก” ถูกผลักดันมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2540 โดยมุ่งหวังใช้ความโดดเด่นด้านเกษตรกรรม การแปรรูป และการทูตอาหาร เป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ

“โดรน” เปลี่ยนโลก !  จากเทคโนโลยีพลเรือน สู่ขีดความสามารถความมั่นคง   ที่ไทยต้อง “ใช้ให้เป็น-ป้องกันให้ทัน !”

“โดรน” ไม่ใช่เพียงอุปกรณ์ถ่ายภาพหรือเครื่องมือเกษตรอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญทั้งในเศรษฐกิจ การกู้ภัย การรักษาความปลอดภัย และสนามรบ

อนุทิน บิน 3 ประเทศ เปิดประตูโลก…แล้วไทยได้อะไรกลับบ้าน ?

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเดินทางระหว่างวันที่ 20-27 กันยายน 2569 เยือนญี่ปุ่น เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 หรือ UNGA81 (United Nations General Assembly) ที่นครนิวยอร์ก และต่อไปยังสหราชอาณาจักร