หน้าแรกINSIDE - INSIGHTพรรค ”ภูมิใจไทย” “ประชาชน” เร่งเครื่องการเมือง

พรรค ”ภูมิใจไทย” “ประชาชน” เร่งเครื่องการเมือง

เผยแพร่

spot_img

ขณะ“เพื่อไทย” ติดเบรคคดีเก่า สู่โค้งก่อนเลือกตั้ง

                           ในจังหวะที่กระแสเลือกตั้งกำลังคุกรุ่น พรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนต่างเดินหน้าส่งสัญญาณความพร้อมด้วยการประกาศทีมแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีครบสามคน ซ้ำภูมิใจไทยยังขยายเครือข่ายทั้งกวาดทั้งดูด “บ้านใหญ่” เข้าร่วมเสริมอิทธิพลทางพื้นที่   ส่วนพรรคเพื่อไทยกลับต้องเผชิญมรสุมคดีเก่าที่กดทับ  ทั้งภาษีหุ้นชินคอร์ปเกือบ 2 หมื่นล้านและคดีมาตรา 112 ในช่วงเวลาที่พรรคจำเป็นต้องสร้างเสถียรภาพก่อนศึกเลือกตั้งใหญ่

                       พรรคภูมิใจไทยประกาศ 3 แคนดิเดตนายกฯ พร้อมเดินเกมรวมบ้านใหญ่

                        พรรคภูมิใจไทยเปิดตัวทีมผู้นำ 3 ราย ซึ่งสะท้อนความตั้งใจขยายบทบาทจากพรรคกำลังหลักสู่การเป็นผู้เล่นนำในระดับชาติ ได้แก่ตัวนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค ตามด้วยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

              ขณะเดียวกันยังเดินหน้าดึงเครือข่าย “บ้านใหญ่” หลายจังหวัดเข้าสังกัด เพื่อเสริมกำลังทางเลือกตั้งในเขตพื้นที่สำคัญ เส้นทางนี้ทำให้ภูมิใจไทยกลายเป็นหนึ่งในพรรคที่มีความพร้อมทั้งในระดับนโยบายและโครงสร้างท้องถิ่นมากที่สุดในเวลานี้

                     คราวเดียวกันนั้นพรรคประชาชนประกาศแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีครบ 3 คน เช่นกัน  มีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ตามด้วยนางไหม ศิริกัญญา ตันสกุล  รองหัวหน้าพรรคด้านนโยบายสาธารณะ  และนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร  รองหัวหน้าพรรคฝ่ายยุทธศาสตร์

              พร้อมย้ำจุดยืน “ไทยไม่เทา  ไทยเท่ากัน ไทยทันโลก” เพื่อดึงกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่และผู้ที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงทางนโยบาย การจัดทีมผู้นำสะท้อนความตั้งใจจะก้าวสู่บทบาทผู้เล่นสำคัญในศึกเลือกตั้งรอบหน้า

                     ในอีกฟากหนึ่ง พรรคเพื่อไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายหนัก อดีตผู้นำทางการเมืองที่ถูกเชื่อมโยงกับพรรคถูกพิพากษาให้ชำระภาษีหุ้นชินคอร์ปมูลค่าเกือบ 2 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันคดีมาตรา 112 ยังคงอยู่ในกระบวนการอุทธรณ์ เหตุการณ์เหล่านี้สร้างแรงกดดันทั้งด้านภาพลักษณ์และความมั่นใจของผู้สนับสนุน ซึ่งล้วนเป็นตัวแปรสำคัญในช่วงโค้งที่พรรคต้องเร่งสร้างเสถียรภาพภายใน

                            การประกาศแคนดิเดตแบบ “ทีม 3 ผู้นำ” ของทั้งภูมิใจไทยและพรรคประชาชน ทำให้ทั้งสองพรรคถูกมองว่าเริ่มขยับเข้าสู่โหมดเลือกตั้งอย่างจริงจัง ความพร้อมด้านโครงสร้าง ส.ส.เขต และเครือข่ายท้องถิ่นทำให้ภูมิใจไทยโดดเด่นเป็นพิเศษ ขณะที่พรรคประชาชนเติบโตเร็วจากฐานเสียงใหม่ในเมืองใหญ่

                             ในทางกลับกัน เพื่อไทยที่เคยเป็นพรรคขนาดใหญ่กลับต้องเจอกับตุ้มถ่วงกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อพลังของพรรค  ทั้งด้านความเชื่อมั่นและการจัดวางยุทธศาสตร์ในระยะกลาง

                            เมื่อรวมภาพทั้งหมดแล้ว การเลือกตั้งครั้งหน้าอาจกลายเป็นสมรภูมิที่ “พรรคขนาดกลางที่มั่นคง” สามารถผลักตัวเองเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลได้ หากรักษาจังหวะและคว้าแรงส่งจากพื้นที่สำคัญได้อย่างต่อเนื่อง

                           ในขณะที่สองพรรคการเมืองสามารถก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ  หนึ่งขับเคลื่อนด้วยทีมผู้นำที่ถูกจัดวางอย่างเป็นระบบ อีกหนึ่งขับเคลื่อนด้วยแนวคิดใหม่ที่ต้องการท้าทายรูปแบบเดิม   ภาพการเมืองไทยจึงคล้ายถนนที่สองขบวนการเมืองกำลังก้าวขึ้นทางลาดชันด้วยจังหวะที่มั่นคงและคงเส้นคงวา

                             แต่บนถนนสายเดียวกัน พรรคที่เคยทรงอิทธิพลที่สุดกลับต้องใช้เวลาเพื่อประคองตัวเองขึ้นยืนใหม่ ท่ามกลางน้ำหนักของคดีเก่าและความคาดหวังจากฐานเสียงดั้งเดิม แม้ยังมีพลังซ่อนอยู่ แต่ก้าวแรกที่ต้องเริ่มในวันนี้กลับหนักกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

                            ท่ามกลางการขยับตัวที่ต่างกันเช่นนี้ สิ่งที่ผู้จับตาการเมืองต่างรอคอยจึงเหลือเพียงคำถามเดียว “ใคร ?“จะรักษาจังหวะก้าวได้มั่นคงที่สุด เมื่อเส้นทางสู่การเลือกตั้งเปิดเต็มรูปแบบ !

“ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

“ซิม” จดทะเบียนทะลุ “100 ล้านเบอร์“  สวนทางประชากรจริงและกลุ่มวัยผู้ใช้

วิกฤตประชากรเสมือน เมื่อสถิติเลขหมายสะท้อนรอยรั่วความมั่นคงดิจิทัล กสทช. เร่งล้อมคอกซิมม้าภายใต้ประกาศใหม่ ท่ามกลางความท้าทายของสแกมเมอร์ข้ามพรมแดน

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

ข่าวอื่นๆ

“ซิม” จดทะเบียนทะลุ “100 ล้านเบอร์“  สวนทางประชากรจริงและกลุ่มวัยผู้ใช้

วิกฤตประชากรเสมือน เมื่อสถิติเลขหมายสะท้อนรอยรั่วความมั่นคงดิจิทัล กสทช. เร่งล้อมคอกซิมม้าภายใต้ประกาศใหม่ ท่ามกลางความท้าทายของสแกมเมอร์ข้ามพรมแดน

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

แบตเตอรี่ลิเธียมล้นเมือง  ความท้าทายใหม่ที่รัฐต้องเร่งจัดการ

จากเหตุการณ์ระทึกขวัญของข่าวรถขนส่งแบตเตอรี่บนทางด่วนบูรพาวิถีเกืดเหตุระเบิด เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่สร้างความตระหนกให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน แต่ยังเป็น "กรณีศึกษา" สำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบโลจิสติกส์ขยะอันตรายในประเทศไทย