วันจันทร์, มีนาคม 9, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTภายหลังไทยชี้กัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา เกิดลอบยิงทันทีแนวชายแดน ภูผาเหล็ก–พลาญหิน 

ภายหลังไทยชี้กัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา เกิดลอบยิงทันทีแนวชายแดน ภูผาเหล็ก–พลาญหิน 

เผยแพร่

spot_img

  การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา ครั้งที่ 22 ณ นครเจนีวา ได้กลายเป็นเวทีที่ไทยประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนที่สุดในรอบหลายปี เมื่อคณะผู้แทนไทยเปิดหลักฐานเชิงประจักษ์ ทั้งภาพถ่าย วิดีโอ และคำยืนยันจากชุดสังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ชี้ให้เห็นว่ากัมพูชามีการวางทุ่นระเบิดใหม่ในพื้นที่ที่เคยเป็นเขตปลอดทุ่นระเบิด โดยเฉพาะบริเวณช่องบก ช่องอานม้า หลักฐานดังกล่าวทำให้ข้ออ้างเดิมของกัมพูชาว่าเป็น “ระเบิดเก่าตกค้าง” แทบไม่อาจยืนอยู่ได้อีกต่อไป ไทยจึงเสนอให้ตั้งคณะผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอิสระภายใต้ UN เพื่อยุติความคลุมเครือที่สะสมมานานบนแนวชายแดน

                            เพียงสองวันหลังการประชุม เหตุการณ์ชายแดนกลับทวีความตึงเครียดขึ้น เมื่อมีการยิงปะทะเข้ามาฝั่งไทยบริเวณภูผาเหล็ก-พลาญหิน  ศรีสะเกษ ระหว่างที่ทหารไทยกำลังลาดตระเวน  จนกองทัพไทยยกระดับเตือนภัยทันที เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดในจังหวะที่หลายฝ่ายกำลังจับตาปฏิกิริยาของกัมพูชาหลังถูกเปิดโปงด้วยหลักฐานในเวทีระหว่างประเทศ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงจำนวนหนึ่งประเมินว่า การยิงครั้งนี้เป็นสัญญาณตอบสนอง เพื่อสร้างแรงกดดันกลับไปยังไทย หรือเพื่อทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้นก่อนการจัดตั้งทีมตรวจสอบจากภายนอก

                             ความท้าทายจึงย้ายจากห้องประชุมไปสู่พื้นที่ชายแดนจริง ไทยจำเป็นต้องเดินหน้าผลักดันคณะกรรมการตรวจสอบอิสระให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อป้องกันมิให้เหตุยิงครั้งนี้ถูกตีความเป็นเพียง “เหตุการณ์เฉพาะหน้า” ซึ่งจะทำให้สาระสำคัญของการละเมิดออตตาวาถูกกลบไป ขณะเดียวกันไทยต้องรักษาระดับความยับยั้งชั่งใจ ไม่เปิดช่องให้สถานการณ์ลุกลามหรือถูกดึงเข้าสู่เกมยั่วยุ ซึ่งอาจกลายเป็นเงื่อนไขใหม่ที่ใช้ต่อรองในทางการทูตได้

                             ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น การยิงปะทะหลังการประชุมสองวันเหมือนเป็นข้อความที่ดังยิ่งกว่าถ้อยแถลงใดในเจนีวา ข้อความที่บอกเป็นนัยว่า แม้กติการะหว่างประเทศจะถูกหยิบขึ้นมาทบทวนอย่างจริงจัง แต่พฤติการณ์ของกัมพูชาในแนวชายแดนยังไม่เปลี่ยนไปตามนั้น การกระทำเช่นนี้จึงยิ่งทำให้สายตาของประชาคมโลกหันกลับมาตั้งคำถามกับกัมพูชาชัดขึ้นกว่าเดิมว่า หากความจริงไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ แล้วเหตุใดการใช้เสียงปืนจึงต้องรีบมาคั่นทันทีหลังวันประชุม

ข่าวล่าสุด

สีฟ้าๆ คือประเทศที่ปลอดภัยสุดเมื่อเกิดสงครามโลก

สีฟ้าๆ คือประเทศที่ปลอดภัยสุดเมื่อเกิดสงครามโลก...ไทยแลนด์คือ 1 ในนั้น โชคดีแล้วที่เกิดมาที่เมืองไทย

 ‘โมจตาบา คอเมเนอี’ ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ที่กำลังถูก ‘สหรัฐฯ-อิสราเอล’ หมายหัว

โมจตาบา ในวัย 56 ปี ได้รับการคัดเลือกโดยสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน ซึ่งเป็นองค์กรที่มีสมาชิก 88 คน มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการแต่งตั้งผู้มีอำนาจสูงสุดทางการเมืองและศาสนาของประเทศ

ตาต่อตา! ฟันต่อฟัน!! 239 ล้ง ขู่!ประกาศจะงดซื้อมะพร้าว 2วัน 

คำขู่จากล้ง กลุ่มล้งประกาศจะ "งดซื้อ"มะพร้าว เป็นเวลา 2 วัน เพื่อดูว่ากระทรวงพาณิชย์ จะจัดการอย่างไร

ตอนนี้กรุงเตหะรานเหมือนตกอยู่ในนรก

การเผาไหม้น้ำมันในปริมาณมหาศาลทำให้เกิด "ฝนกรดสีดำ" จากการที่ไอเสียลอยขึ้นไปทำปฏิกิริยากับความชื้นในอากาศจนกลายเป็นกรดซัลฟิวริกและกรดไนตริกที่สะสมอยู่ในก้อนเมฆ และตกลงมาเป็นฝนสีดำสนิท

ข่าวอื่นๆ

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...