หน้าแรกINSIDE - INSIGHTภายหลังไทยชี้กัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา เกิดลอบยิงทันทีแนวชายแดน ภูผาเหล็ก–พลาญหิน 

ภายหลังไทยชี้กัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา เกิดลอบยิงทันทีแนวชายแดน ภูผาเหล็ก–พลาญหิน 

เผยแพร่

spot_img

  การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา ครั้งที่ 22 ณ นครเจนีวา ได้กลายเป็นเวทีที่ไทยประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนที่สุดในรอบหลายปี เมื่อคณะผู้แทนไทยเปิดหลักฐานเชิงประจักษ์ ทั้งภาพถ่าย วิดีโอ และคำยืนยันจากชุดสังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ชี้ให้เห็นว่ากัมพูชามีการวางทุ่นระเบิดใหม่ในพื้นที่ที่เคยเป็นเขตปลอดทุ่นระเบิด โดยเฉพาะบริเวณช่องบก ช่องอานม้า หลักฐานดังกล่าวทำให้ข้ออ้างเดิมของกัมพูชาว่าเป็น “ระเบิดเก่าตกค้าง” แทบไม่อาจยืนอยู่ได้อีกต่อไป ไทยจึงเสนอให้ตั้งคณะผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอิสระภายใต้ UN เพื่อยุติความคลุมเครือที่สะสมมานานบนแนวชายแดน

                            เพียงสองวันหลังการประชุม เหตุการณ์ชายแดนกลับทวีความตึงเครียดขึ้น เมื่อมีการยิงปะทะเข้ามาฝั่งไทยบริเวณภูผาเหล็ก-พลาญหิน  ศรีสะเกษ ระหว่างที่ทหารไทยกำลังลาดตระเวน  จนกองทัพไทยยกระดับเตือนภัยทันที เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดในจังหวะที่หลายฝ่ายกำลังจับตาปฏิกิริยาของกัมพูชาหลังถูกเปิดโปงด้วยหลักฐานในเวทีระหว่างประเทศ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงจำนวนหนึ่งประเมินว่า การยิงครั้งนี้เป็นสัญญาณตอบสนอง เพื่อสร้างแรงกดดันกลับไปยังไทย หรือเพื่อทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้นก่อนการจัดตั้งทีมตรวจสอบจากภายนอก

                             ความท้าทายจึงย้ายจากห้องประชุมไปสู่พื้นที่ชายแดนจริง ไทยจำเป็นต้องเดินหน้าผลักดันคณะกรรมการตรวจสอบอิสระให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อป้องกันมิให้เหตุยิงครั้งนี้ถูกตีความเป็นเพียง “เหตุการณ์เฉพาะหน้า” ซึ่งจะทำให้สาระสำคัญของการละเมิดออตตาวาถูกกลบไป ขณะเดียวกันไทยต้องรักษาระดับความยับยั้งชั่งใจ ไม่เปิดช่องให้สถานการณ์ลุกลามหรือถูกดึงเข้าสู่เกมยั่วยุ ซึ่งอาจกลายเป็นเงื่อนไขใหม่ที่ใช้ต่อรองในทางการทูตได้

                             ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น การยิงปะทะหลังการประชุมสองวันเหมือนเป็นข้อความที่ดังยิ่งกว่าถ้อยแถลงใดในเจนีวา ข้อความที่บอกเป็นนัยว่า แม้กติการะหว่างประเทศจะถูกหยิบขึ้นมาทบทวนอย่างจริงจัง แต่พฤติการณ์ของกัมพูชาในแนวชายแดนยังไม่เปลี่ยนไปตามนั้น การกระทำเช่นนี้จึงยิ่งทำให้สายตาของประชาคมโลกหันกลับมาตั้งคำถามกับกัมพูชาชัดขึ้นกว่าเดิมว่า หากความจริงไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ แล้วเหตุใดการใช้เสียงปืนจึงต้องรีบมาคั่นทันทีหลังวันประชุม

ข่าวล่าสุด

กระเป๋าตังค์“แบนกว่า” ความรู้สึก !4 สัญญาณเศรษฐกิจฐานราก

จากรายงานระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence Index CCI) เดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 53.2 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และสูงสุดในรอบ 6 เดือน แต่ยังต่ำกว่าระดับ 100

แห่ตุนสินค้า เพราะเห็นแก่ตัว…หรือไม่เชื่อรัฐบาล..?  

ชั้นวางสินค้าทุกห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ที่ว่างลงในกรุงเทพฯ ช่วงน้ำท่วมวันที่ 26 กันยายน 2569 ไม่ควรถูกอ่านเพียงว่าเป็นภาพของ “ความเห็นแก่ตัว” เพราะเบื้องหลังคือความกังวลของประชาชนต่อการเดินทางที่ติดขัด น้ำท่วมหลายพื้นที่

15,500 ล้าน…รัฐกำลัง “ป้องกันภัย” หรือรอจ่ายเมื่อภัยมา ?

อนุมัติกรอบงบประมาณ 15,500 ล้านบาท สำหรับจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้ที่อยู่อาศัยราว 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ โดยรัฐเป็นผู้รับภาระค่าเบี้ย

ฝนมา…ความเสียหายมาก่อน Cell Broadcast?  บททดสอบใหญ่ “ระบบเตือนภัย” เตือนทัน หรือช้าเกินไป

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 กันยายน  2569                                ฝนกระหน่ำหนักระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ถูกกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนล่วงหน้า ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง...

ข่าวอื่นๆ

กระเป๋าตังค์“แบนกว่า” ความรู้สึก !4 สัญญาณเศรษฐกิจฐานราก

จากรายงานระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence Index CCI) เดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 53.2 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และสูงสุดในรอบ 6 เดือน แต่ยังต่ำกว่าระดับ 100

แห่ตุนสินค้า เพราะเห็นแก่ตัว…หรือไม่เชื่อรัฐบาล..?  

ชั้นวางสินค้าทุกห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ที่ว่างลงในกรุงเทพฯ ช่วงน้ำท่วมวันที่ 26 กันยายน 2569 ไม่ควรถูกอ่านเพียงว่าเป็นภาพของ “ความเห็นแก่ตัว” เพราะเบื้องหลังคือความกังวลของประชาชนต่อการเดินทางที่ติดขัด น้ำท่วมหลายพื้นที่

15,500 ล้าน…รัฐกำลัง “ป้องกันภัย” หรือรอจ่ายเมื่อภัยมา ?

อนุมัติกรอบงบประมาณ 15,500 ล้านบาท สำหรับจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้ที่อยู่อาศัยราว 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ โดยรัฐเป็นผู้รับภาระค่าเบี้ย