วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT"ภูมิใจไทยกับปรากฏการณ์ 'ส.ส. ไหลเข้า  เมื่อการเมืองเปลี่ยนขั้ว...อุดมการณ์เขยื้อนตาม?"

“ภูมิใจไทยกับปรากฏการณ์ ‘ส.ส. ไหลเข้า  เมื่อการเมืองเปลี่ยนขั้ว…อุดมการณ์เขยื้อนตาม?”

เผยแพร่

spot_img

หลังจากการโหวตให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับมอบหมายให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ดูเหมือนว่ากระแสการ “ย้ายบ้าน” ของ ส.ส. ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างคึกคัก โดยเฉพาะการมุ่งหน้าสู่พรรคภูมิใจไทยที่กลายเป็น “ขั้วอำนาจใหม่” แห่งทำเนียบรัฐบาล ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงอุดมการณ์และความมั่นคงของพรรคการเมืองไทย

                          ล่าสุด ส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์ได้ประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเดิม และเข้าร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย โดยอ้างเหตุผลว่าไม่สามารถทำงานในพรรคที่มีความขัดแย้งภายในได้ ซึ่งสะท้อนภาพความเปราะบางของพรรคการเมืองเก่าแก่อย่างประชาธิปัตย์ และจุดประกายคำถามถึงแรงจูงใจเบื้องหลังการโยกย้าย

                            ในช่วงเวลาอันรวดเร็วหลังจากการจัดตั้งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยได้กลายเป็นศูนย์รวมของนักการเมืองที่มองหาโอกาสทางการเมืองใหม่ๆ เหมือนเช่นทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง 

                            มีรายงานการย้ายพรรคที่น่าสนใจและเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิด จากข้อมูลพบว่ามี ส.ส. จากพรรคต่างๆ ทยอยเข้ามาร่วมสังกัดพรรคภูมิใจไทยอย่างต่อเนื่อง อาทิ ส.ส. กว่าครึ่งจากพรรครวมพลังสร้างชาติ ที่ตัดสินใจย้ายมาแทบจะทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมี ส.ส. อีก หลายคนจากพรรคพลังประชารัฐ และที่สร้างความประหลาดใจไม่น้อยคือการที่มี ส.ส. หลายคนจากพรรคเพื่อไทย ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางการเมืองมาอยู่กับพรรคภูมิใจไทยเช่นกัน จนกระทั่งล่าสุดกับกรณีของ ส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์ 

                          การไหลบ่าของ ส.ส. จากหลากหลายพรรคด้วยเหตุผลนานัปการ ไม่ว่าจะเป็น “ความเห็นต่างทางนโยบาย”, “ความไม่ลงรอยภายในพรรคเดิม” หรือ “ต้องการทำงานเพื่อประชาชนในทิศทางที่สอดคล้องกันมากขึ้นกับนโยบายของพรรคใหม่” ล้วนเป็นคำอธิบายที่ถูกหยิบยกมาใช้ แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ 

                            การตัดสินใจย้ายพรรคในช่วงเปลี่ยนผ่านอำนาจรัฐบาลเช่นนี้ มักมีนัยยะแอบแฝงถึง “โอกาสทางการเมือง” ที่กำลังเปิดกว้าง ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี ที่ต่างก็สมหวังกันไปแล้ว

                           ยังมีตำแหน่งอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกมากในคณะรัฐมนตรี     กรรมการในคณะกรรมาธิการต่างๆ ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นแรงจูงใจที่ปฏิเสธไม่ได้

                          ในบริบทการเมืองไทย  ปรากฏการณ์ “การเมืองน้ำขึ้นเรือน” ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า  สำหรับนักการเมืองบางส่วนแล้ว “อุดมการณ์ทางการเมือง” ซึ่งควรเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานเพื่อชาติ อาจเป็นเพียงวาทศิลป์ที่ใช้รองรับการตัดสินใจเปลี่ยนสังกัด การไหลเข้าสู่พรรคที่มีแนวโน้มเป็นรัฐบาล หรืออยู่ในขั้วอำนาจบริหาร คือสิ่งที่ตอกย้ำว่า “ประโยชน์ส่วนตน” และ “โอกาสในการดำรงตำแหน่ง” อาจมีน้ำหนักมากกว่า “ความยึดมั่นในหลักการ” ของพรรคที่เคยสังกัดมาแต่เดิม 

                             หากเป็นเช่นนั้นจริง นี่คือความท้าทายอย่างยิ่งต่อศรัทธาของประชาชนที่มีต่อระบบพรรคการเมือง และอาจส่งผลให้วงจรอุบาทว์ของการ “ซื้อตัว” ส.ส. เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเมืองยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่รู้จบในภูมิทัศน์การเมืองไทย ที่ผลประโยชน์มักนำหน้าอุดมการณ์

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย

อย่าให้ใครเรียก …“สยาม…เมืองส่วย !”  เมื่อทุนเทา-สแกมเมอร์ ขี่คออำนาจรัฐ

เมื่อคำว่า "ตอ" แข็งแกร่งกว่า "กฎหมาย" และ "สายอินเทอร์เน็ต" ข้ามโขงยาวไกลกว่า "สายตาผู้ตรวจสอบ" ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ยอดเหยื่อสแกมเมอร์ที่พุ่งสูง แต่คือความเชื่อมั่นของประเทศที่พังทลายจนฉุดไม่อยู่