วันจันทร์, มีนาคม 9, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT “มารยา” แห่งพนมเปญ  เมื่อกัมพูชาตระบัดสัตย์ปราบสแกมเมอร์

 “มารยา” แห่งพนมเปญ  เมื่อกัมพูชาตระบัดสัตย์ปราบสแกมเมอร์

เผยแพร่

spot_img

                             ความยินดีในการร่วมมือกับเกาหลีใต้เพื่อปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฮุน มาเนตกลายเป็นเพียงฉากหน้าของ “มารยาทางการทูต” เมื่อผู้นำกัมพูชาปฏิเสธการร่วมมือกับไทยอย่างโจ่งแจ้ง ซ้ำยังผลักภาระให้ไทยไปแก้ปัญหาตนเองก่อน

                            การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่ตอกย้ำถึงการ “ตระบัดสัตย์” ที่กัมพูชาแสดงออกอย่างต่อเนื่องในปัญหาชายแดน แต่ยังเผยให้เห็น “ความไม่จริงใจ” ในการแก้ไขอาชญากรรมข้ามชาติอย่างแท้จริง ซึ่งนานาชาติเริ่มประจักษ์ถึงพฤติการณ์นี้แล้ว

                           ฉากหน้าของความร่วมมือที่แฝงด้วยการปฏิเสธ

จากการที่เกาหลีใต้ยกระดับมาตรการด้วยการส่งคณะทำงานพิเศษระดับสูงเข้าพบคู่เจรจาถึงกรุงพนมเปญ พร้อมสั่งเตือนภัยการเดินทางระดับสูงสุดในพื้นที่สีหนุวิลล์ สะท้อนชัดเจนว่าเกาหลีใต้ไม่ไว้วางใจในความสามารถหรือความจริงใจของกัมพูชา แต่ปฏิกิริยาของนายกฯ ฮุน มาเนต ที่ยินดีร่วมมือกับเกาหลีใต้ กลับเป็นคนละเรื่องกับการปฏิบัติต่อประเทศไทยอย่างสิ้นเชิง

                           ทั้งนี้  การไทยแสดงความพร้อมในการร่วมมือจัดการอาชญากรรมข้ามแดน ผู้นำกัมพูชาได้ปฏิเสธความร่วมมือกับไทยทันที โดยใช้คำพูดเสียดสีให้ไทยกลับไปจัดการปัญหาภายในประเทศของตนก่อน ท่าทีนี้ไม่ใช่เพียงการปฏิเสธ แต่คือการ “เหยียบย่ำ” ความพยายามของมิตรประเทศ และทำให้ความตึงเครียดด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนที่ระอุอยู่ก่อนหน้านี้จากปัญหาการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและการใช้ทุ่นระเบิดยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

                         พฤติการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจของกัมพูชาในเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติเป็นเพียงอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่ต่อยอดมาจากประวัติการ “ตระบัดสัตย์” ที่นานาชาติรับรู้ดีอยู่แล้ว ทั้งกรณีการละเมิดเขตแดนและการใช้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญต่างชาติยืนยันว่าเป็นทุ่นระเบิดที่ถูกวางขึ้นใหม่ การที่กัมพูชาแสดงความยินดีร่วมมือกับเกาหลีใต้ก็เพียงเพราะถูกแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการทูตจากประเทศมหาอำนาจ ขณะเดียวกันก็พยายาม “สลัดทิ้ง” ประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยออกจากการมีส่วนร่วม แสดงให้เห็นอย่างโจ่งแจ้งว่ากัมพูชาไม่มีเจตนาจริงใจในการกำจัดรากเหง้าของอาชญากรรมข้ามชาติ แต่ต้องการเพียงจัดการเฉพาะหน้าที่เพื่อบรรเทาแรงกดดันจากภายนอกเท่านั้น 

                           การกระทำเช่นนี้จึงไม่ต่างอะไรกับการยอมรับโดยปริยายว่าปัญหาดังกล่าวถูกปกป้องหรือมีผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอำนาจภายใน

                           หลักฐานที่ประจักษ์ชัดจากปฏิบัติการของไทย

สิ่งที่ตอกย้ำพฤติการณ์นี้อย่างชัดเจนคือความเชื่อมโยงของอาชญากรรมกับกลุ่มอำนาจในกัมพูชา ดังเช่นกรณีเมื่อเร็วๆ นี้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยได้เข้าตรวจค้นอาคารและพบหลักฐานสำคัญที่เชื่อมโยงกับกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทย ซึ่งนำไปสู่การขยายผลและพบว่าเจ้าของบ้านพักนั้นเป็น วุฒิสมาชิกชาวกัมพูชา ที่กำลังหลบหนีความผิดอยู่ พฤติการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าขบวนการสแกมเมอร์มิได้เป็นเพียง “แก๊งนอกกฎหมาย” ธรรมดา แต่เป็น “องค์กรอาชญากรรมที่มีสายสัมพันธ์ระดับสูง” กับเครือข่ายอำนาจรัฐในกัมพูชา ข้อมูลเช่นนี้ถูกส่งผ่านช่องทางข่าวกรองระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าการร้องขอความร่วมมือจากกัมพูชามีแต่จะนำไปสู่ความล่าช้าและการตบตาเท่านั้น

                            การที่ไทยมีความจริงใจยื่นมือช่วยเหลือและร่วมมือกลับถูกปฏิเสธอย่างหยามเกียรติและประจักษ์ถึงการ “ตระบัดสัตย์” ซ้ำซาก รัฐบาลไทยจึงไม่ควรทุ่มเททรัพยากรไปกับการเจรจาที่ไร้ผลอีกต่อไป

                           ณ เวลานี้ ถึงเวลาที่ต้อง ยกระดับมาตรการจัดการด้วยตนเอง และ ขยายความให้ประชาคมโลกเห็นถึงพฤติการณ์ของกัมพูชา ในประเด็นนี้อย่างชัดเจน โดยการนำข้อมูลการสืบสวนทั้งหมดของไทย ไม่ว่าจะเป็นหลักฐานการวางทุ่นระเบิด การละเมิดเขตแดน และความเชื่อมโยงของแก๊งสแกมเมอร์กับนักการเมืองกัมพูชา ไปเปิดเผยในเวทีระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างความชอบธรรมในการดำเนินการ “มาตรการ 3 ตัด” ทั้งตัดไฟ ตัดอินเทอร์เน็ต และตัดการขนส่งน้ำมัน ตามแนวชายแดนอย่างเด็ดขาด โดยไม่จำเป็นต้องรอความยินยอมจากประเทศที่ไม่มีควา

มจริงใจในการแก้ไขปัญหาอีกต่อไป เพื่อปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติไทยเอง.

ข่าวล่าสุด

Beyond Power and Technology: “A Call for Moral Leadership”

We are all human. We are born the same way, and we all require the same basic necessities to survive. How, then, have we allowed greed to consume us?

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

คนไทยสกัด “แคลเซียมพรีเมียม” จากปลาหมอคางดำ

คุณภาพเทียบชั้นแซลมอน คว้ารางวัลระดับโลก!  . ทิ้งภาพจำปลาไร้ค่าไปได้เลย! ใครจะไปเชื่อว่า "ปลาหมอคางดำ" ที่ก้างเยอะ หัวโต เนื้อน้อย จะถูกนักวิจัยไทยจับมาแปลงโฉมใหม่ สกัดเป็น "Bio-Calcium เกรดพรีเมียม" ที่คุณภาพเบียดตีคู่มากับปลาแซลมอนราคาแพง! งานนี้ไม่ได้เก่งแค่ในประเทศ แต่บินไปคว้า...

ไปรษณีย์ไทย เปิดตัวแสตมป์ พระแม่ธรณีบีบมวยผม รับ ‘วันสตรีสากล’ 8 มีนาคม

“วันสตรีสากล” (International Women's Day : IWD) ถือเป็นการระลึกพลัง ความสามารถ และความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงสังคม

ข่าวอื่นๆ

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...