หน้าแรกINSIDE - INSIGHT ยกเครื่อง !“น้ำท่วมฉับพลัน” “น้ำป่าไหลหลาก”  กรมอุตุฯ เปลี่ยนคำเตือนคุ้นหู สู่ยุคดาวเทียม-AI

 ยกเครื่อง !“น้ำท่วมฉับพลัน” “น้ำป่าไหลหลาก”  กรมอุตุฯ เปลี่ยนคำเตือนคุ้นหู สู่ยุคดาวเทียม-AI

เผยแพร่

spot_img

ท่ามกลางสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดถี่และรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ ระบบพยากรณ์อากาศและการเตือนภัยของไทยกลับถูกตั้งคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงความแม่นยำ ความรวดเร็ว และความสามารถในการนำข้อมูลไปใช้ตัดสินใจได้จริงของประชาชน หลังคำเตือนจำนวนมากยังคงอยู่ในรูปแบบกว้างและคลุมเครือ 

                        กระทั่งล่าสุดเมื่อ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา และผู้แทนบริษัท Tomorrow.io ได้ร่วมแถลงข่าวถึงแผนยกระดับระบบพยากรณ์และเตือนภัยของประเทศอย่างเป็นทางการ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการตอบสนองต่อคำถามของสังคมที่สะสมมาอย่างยาวนาน

                               ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กรมอุตุนิยมวิทยาไทยเผชิญแรงกดดันซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลังภัยพิบัติสำคัญเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ขณะที่คำเตือนที่ออกมาก่อนเหตุการณ์จำนวนมาก ยังคงใช้ถ้อยคำและรูปแบบเดิม ไม่สามารถระบุพื้นที่ เวลา และระดับความรุนแรงได้ชัดเจนเพียงพอให้ประชาชนตัดสินใจเชิงปฏิบัติได้จริง

                               กรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พศ.2466 ยังคงพึ่งพาโครงสร้างหลักอย่างสถานีตรวจอากาศภาคพื้น เรดาร์ ดาวเทียม และแบบจำลองคอมพิวเตอร์ที่หลายระบบใช้งานต่อเนื่องมานาน แม้จะมีการปรับปรุงเป็นระยะ แต่ตำแหน่งสถานีและวิธีวิเคราะห์จำนวนมากยังสะท้อนโลกยุคเดิม ขณะที่สภาพอากาศปัจจุบันเปลี่ยนไปสู่ลักษณะ “เฉพาะจุด รุนแรง และเกิดฉับพลัน” มากขึ้น

                              ผลที่ตามมาคือคำเตือนซึ่งมักครอบคลุมพื้นที่กว้าง ใช้ถ้อยคำกลาง และไม่ระบุช่วงเวลาที่ชัดเจน ทำให้ประชาชนรับรู้เพียง “ความเสี่ยงเชิงนามธรรม” โดยไม่สามารถแปลงเป็นการตัดสินใจได้ทันที สถานการณ์เช่นนี้นำไปสู่ภาวะ “เตือนจนไม่เชื่อ” ซึ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อระบบเตือนภัยในระยะยาว

                           ในขณะที่หลายประเทศได้ยกระดับงานอุตุนิยมวิทยาไปสู่ระบบการเตือนภัยเชิงปฏิบัติการ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร ใช้ดาวเทียมความละเอียดสูง ปัญญาประดิษฐ์ และแบบจำลองขั้นสูง เพื่อระบุพื้นที่เสี่ยงในระดับชุมชน ระบุเวลาเป็นนาที และประเมินผลกระทบล่วงหน้า ช่วยให้ประชาชนและหน่วยงานตัดสินใจได้อย่างเป็นรูปธรรม

                           ท่ามกลางแรงกดดันดังกล่าว นายไชยชนก เปิดเผยว่า กระทรวงดีอี ได้เสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกรมอุตุนิยมวิทยา และ Tomorrow.io บริษัทเทคโนโลยีภูมิอากาศระดับโลกที่ได้รับการยอมรับจาก NASA โดยนำข้อมูลจากดาวเทียมซึ่งปัจจุบันมีการใช้งานรวม 13 ดวง มาผสานกับข้อมูลเรดาร์และสถานีตรวจอากาศของไทย ผ่านระบบ AI ที่สามารถประมวลผลข้อมูลได้ถี่และใกล้เคียงเรียลไทม์

                         หัวใจของโครงการไม่ใช่เพียงการเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์ แต่คือการแปลงข้อมูลอุตุนิยมวิทยาที่ซับซ้อน ให้เป็น “แนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน” สำหรับหน่วยงานรัฐและประชาชน เพื่อเปลี่ยนการรับมือภัยพิบัติจาก…“เชิงรับ”เป็นการ“ป้องกันเชิงรุก” ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน

                          ในสถานการณ์ที่ภัยพิบัติเกิดถี่และรุนแรงขึ้น เครื่องมือพยากรณ์แบบเดิมซึ่งมีข้อจำกัดทั้งด้านความเร็วและโครงสร้าง ไม่อาจตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้ทันเวลาอย่างที่ควรจะเป็น ความเสียหายจึงมักเกิดขึ้นก่อนคำอธิบายจะตามมาเสมอ

                   ความเคลื่อนไหวซึ่งสะท้อนผ่านการแถลงข่าวในช่วงเวลาดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่าปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบเตือนภัยพิบัติ ไม่ได้อยู่ที่การขาดคำเตือน หากแต่อยู่ที่การขาดข้อมูลที่นำไปใช้ได้จริงและการตัดสินใจเชิงนโยบายที่ทันต่อสถานการณ์ เมื่อรัฐมนตรีผู้กำกับดูแลนโยบายมองเห็นข้อจำกัดของเครื่องมือแบบเดิม และผลักดันการยกระดับระบบด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมและปัญญาประดิษฐ์อย่างเป็นรูปธรรม การรับมือภัยพิบัติจึงเริ่มขยับจากการตั้งรับ ไปสู่ “การป้องกันเชิงรุก” ได้อย่างเป็นระบบ

ข่าวล่าสุด

แห่ตุนสินค้า เพราะเห็นแก่ตัว…หรือไม่เชื่อรัฐบาล..?  

ชั้นวางสินค้าทุกห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ที่ว่างลงในกรุงเทพฯ ช่วงน้ำท่วมวันที่ 26 กันยายน 2569 ไม่ควรถูกอ่านเพียงว่าเป็นภาพของ “ความเห็นแก่ตัว” เพราะเบื้องหลังคือความกังวลของประชาชนต่อการเดินทางที่ติดขัด น้ำท่วมหลายพื้นที่

15,500 ล้าน…รัฐกำลัง “ป้องกันภัย” หรือรอจ่ายเมื่อภัยมา ?

อนุมัติกรอบงบประมาณ 15,500 ล้านบาท สำหรับจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้ที่อยู่อาศัยราว 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ โดยรัฐเป็นผู้รับภาระค่าเบี้ย

ฝนมา…ความเสียหายมาก่อน Cell Broadcast?  บททดสอบใหญ่ “ระบบเตือนภัย” เตือนทัน หรือช้าเกินไป

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 กันยายน  2569                                ฝนกระหน่ำหนักระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ถูกกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนล่วงหน้า ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง...

ศรัทธาสั่นคลอน… แต่จิตวิญญาณไม่เคยทิ้ง “ศาสนา”

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 26 กันยายน  2569 วิกฤต “ผ้าเหลือง” เขย่าความเชื่อมั่น เมื่อโลกดิจิทัลทำให้ทุกความผิดถูกมองเห็น                          ข่าวพระภิกษุเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดวินัยหรือกฎหมาย ตั้งแต่เรื่องทรัพย์สิน ความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ไปจนถึงคดีอาญา กำลังกลายเป็นบททดสอบสำคัญของความเชื่อมั่นต่อองค์กรสงฆ์ไทย...

ข่าวอื่นๆ

แห่ตุนสินค้า เพราะเห็นแก่ตัว…หรือไม่เชื่อรัฐบาล..?  

ชั้นวางสินค้าทุกห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ที่ว่างลงในกรุงเทพฯ ช่วงน้ำท่วมวันที่ 26 กันยายน 2569 ไม่ควรถูกอ่านเพียงว่าเป็นภาพของ “ความเห็นแก่ตัว” เพราะเบื้องหลังคือความกังวลของประชาชนต่อการเดินทางที่ติดขัด น้ำท่วมหลายพื้นที่

15,500 ล้าน…รัฐกำลัง “ป้องกันภัย” หรือรอจ่ายเมื่อภัยมา ?

อนุมัติกรอบงบประมาณ 15,500 ล้านบาท สำหรับจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้ที่อยู่อาศัยราว 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ โดยรัฐเป็นผู้รับภาระค่าเบี้ย

ฝนมา…ความเสียหายมาก่อน Cell Broadcast?  บททดสอบใหญ่ “ระบบเตือนภัย” เตือนทัน หรือช้าเกินไป

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 กันยายน  2569                                ฝนกระหน่ำหนักระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ถูกกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนล่วงหน้า ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง...