วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTยุคอินฟลูครองไมค์ เมื่อ“คนไม่รู้”ได้พูด-แทนคนรู้

ยุคอินฟลูครองไมค์ เมื่อ“คนไม่รู้”ได้พูด-แทนคนรู้

เผยแพร่

spot_img

สื่อไทยกำลังผลิตความเห็น จนความจริงหายไปจากจอ

                         จากเวทีผู้เชี่ยวชาญในโลกตะวันตก สู่จอไทยที่ความเห็นนำหน้าความเข้าใจ

                        การเปลี่ยนผ่านของสังคมไทยสู่ยุคโซเชียลมีเดีย ทำให้ “อินฟลูเอนเซอร์” กลายเป็นตัวกลางสำคัญในการรับรู้ข่าวสาร ไม่เพียงในแพลตฟอร์มออนไลน์ แต่ขยายบทบาทสู่โทรทัศน์และวิทยุในฐานะผู้แสดงความคิดเห็นต่อประเด็นสาธารณะอย่างต่อเนื่อง

                       อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้กำลังตั้งคำถามสำคัญต่อคุณภาพของพื้นที่สื่อว่า สิ่งที่ถูกนำเสนอคือ “ความรู้” หรือเป็นเพียง “ความเห็นที่ถูกเปิดไมค์ซ้ำ ๆ”

                       ในหลายประเทศ การเชิญบุคคลมาแสดงความคิดเห็นผ่านโทรทัศน์หรือวิทยุยังคงยึดหลักความเชี่ยวชาญเป็นแกนกลาง ผู้ที่ออกมาวิเคราะห์มักเป็นอดีตข้าราชการระดับสูง นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือผู้มีประสบการณ์ตรงในประเด็นนั้น ๆ แม้บางรายจะเป็นอินฟลูเอนเซอร์ในโลกออนไลน์ แต่ตัวตนของพวกเขาถูกสร้างบนฐาน “ความรู้และผลงาน” ไม่ใช่เพียงความสามารถในการพูด ในขณะเดียวกัน ระบบสื่อเหล่านั้นหลีกเลี่ยงการให้พื้นที่กับบุคคลที่ขาดความน่าเชื่อถือ หรือมีประวัติด้านกฎหมายและจริยธรรมที่อาจบิดเบือนความไว้วางใจของสาธารณะ

                        ตรงกันข้ามกับบริบทดังกล่าว ในสังคมไทยกลับพบภาพซ้ำ ๆ ของบุคคลที่ไม่มีความรู้เฉพาะทาง หรือแม้แต่เคยมีประวัติข้อพิพาททางกฎหมาย ถูกเชิญมาแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นซับซ้อนระดับประเทศ การปรากฏตัวอย่างต่อเนื่องทำให้ความถี่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นความเชี่ยวชาญ และยิ่งออกสื่อบ่อยเท่าใด ผู้พูดยิ่งหลงเชื่อว่าตนเองมีอำนาจชี้นำสังคม ทั้งที่คำพูดจำนวนมากตั้งอยู่บนการคาดเดา อคติ หรือประสบการณ์ส่วนตัว มากกว่าข้อเท็จจริงที่ผ่านการกลั่นกรอง

                          แทบจะกล่าวได้ว่า ในระบบสื่อไทยปัจจุบัน คนที่มีความรู้เชิงลึกอย่างแท้จริงกลับไม่ปรากฏตัวในเวทีความคิดเห็น เหตุผลไม่ใช่เพราะไม่มีผู้เชี่ยวชาญ แต่เพราะพื้นที่สื่อไม่ได้เอื้อต่อการอธิบายความจริงที่ซับซ้อน การพูดสั้น ๆ ในรายการสดไม่สอดคล้องกับธรรมชาติขององค์ความรู้ และความเสี่ยงทางสังคม การเมืองทำให้ผู้รู้เลือกถอยออก ส่งผลให้พื้นที่สาธารณะถูกเติมเต็มด้วยเสียงที่ดังที่สุด ไม่ใช่เสียงที่ถูกต้องที่สุด

                        วันนี้ สังคมไทยดูเหมือนกำลังสร้างอาชีพใหม่ คือ

“นักออกความเห็นประจำจอ”     ถึงขนาดสร้างสตูดิโอ มีไฟ มีเสื้อผ้าพร้อม

                       ขาดเพียงอย่างเดียวคือ ความรู้ที่หนักพอจะรับผิดชอบต่อผลของคำพูด

                       เมื่อสื่อเปิดไมค์โดยไม่ตั้งคำถาม และผู้พูดพูดโดยไม่ตั้งหลัก   สังคมอาจกำลังเดินหน้าอย่างมั่นใจ  แต่หลงทาง โดยคิดว่าตนเองทำถูก

9/01/2569   “ชัยทัศน์“ 

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย

อย่าให้ใครเรียก …“สยาม…เมืองส่วย !”  เมื่อทุนเทา-สแกมเมอร์ ขี่คออำนาจรัฐ

เมื่อคำว่า "ตอ" แข็งแกร่งกว่า "กฎหมาย" และ "สายอินเทอร์เน็ต" ข้ามโขงยาวไกลกว่า "สายตาผู้ตรวจสอบ" ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ยอดเหยื่อสแกมเมอร์ที่พุ่งสูง แต่คือความเชื่อมั่นของประเทศที่พังทลายจนฉุดไม่อยู่