วันจันทร์, มีนาคม 9, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“ยุบสภากลางไฟชายแดน”

“ยุบสภากลางไฟชายแดน”

เผยแพร่

spot_img

กองทัพอาจต้องรับบทนำ หากสถานการณ์ลุกลาม

 การขอพระราชทานยุบสภาของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ในช่วงที่รัฐบาลยังมีเวลาอีกเพียงหนึ่งเดือนเศษก่อนเส้นตายภารกิจค้างคา ได้ก่อให้เกิดคำถามสำคัญต่อความพร้อมของรัฐไทยในการรับมือสถานการณ์ชายแดนที่ร้อนแรงขึ้นต่อเนื่อง และอาจต้องอาศัยอำนาจตัดสินใจระดับสูงแบบเร่งด่วนในเวลาอันใกล้

                      การยุบสภาในเวลาที่รัฐบาลยังเหลือภารกิจต้องปิดบัญชีอีกจำนวนมาก รวมถึง MOA เรื่องรัฐธรรมนูญที่ต้องเร่งสรุปภายในหนึ่งเดือนเศษ ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงแรงจูงใจของการเร่งเดินหมากทางการเมืองครั้งนี้ นายอนุทินถูกมองว่ากังวลความเสี่ยงที่จะถูกยื่นอภิปรายในฐานะรัฐบาลเสียงข้างน้อย จนเลือกยุบสภาก่อน แม้ต้องแลกกับการลดทอนอำนาจในการบริหารประเทศลงทันที

                       สถานการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย กัมพูชาที่ดำเนินต่อเนื่องเป็นวันที่ห้า ยังไม่มีสัญญาณยุติโดยสมบูรณ์ ขณะที่รัฐบาลเข้าสู่สถานะรักษาการ อำนาจเชิงนโยบายและงบประมาณหลายด้านถูกจำกัดลง ความเร่งด่วนในการตัดสินใจด้านความมั่นคง การเคลื่อนกำลัง การเสริมยุทโธปกรณ์ หรือการตอบโต้ตามหลักสัดส่วน ล้วนต้องการ “รัฐบาลเต็มเข็ม” ซึ่งไทยไม่มีแล้วหลังการยุบสภาเมื่อคืนที่ผ่านมา

                       หากไฟชายแดนลุกลามไปอีกระดับ การตัดสินใจที่รวดเร็วทั้งด้านกฎหมายการใช้กำลังและงบประมาณฉุกเฉินต้องย้ายไปอยู่ที่กองทัพ รวมถึงความเป็นไปได้ที่ต้องประกาศกฎอัยการศึกในบางพื้นที่หรือทั่วประเทศ การตัดสินใจเช่นนี้มีผลต่อภาพลักษณ์ในเวทีอาเซียนและนานาชาติอย่างมาก เพราะในห้วงรัฐบาลรักษาการ ทุกการเคลื่อนไหวของกองทัพจะถูกตีความว่าเป็นการใช้อำนาจทหารเกินควร แม้จะเป็นการปฏิบัติจำเป็นตามสถานการณ์ก็ตาม

                         นอกจากความมั่นคง รัฐบาลยังปล่อยภาระคั่งค้างจำนวนมากไว้กับระบบราชการในสถานะจำกัด ได้แก่ โครงการคนละครึ่งพลัสที่ยังไม่สรุปเฟสใหม่ งบเยียวยาและฟื้นฟูพื้นที่น้ำท่วมหาดใหญ่ที่ยังไม่เสร็จ รวมถึงมาตรการรองรับเศรษฐกิจปลายปีที่ต้องการการตัดสินใจจากฝ่ายบริหาร การยุบสภาจึงไม่ใช่แค่เปลี่ยนสนามการเมือง แต่ยังผลักภาระหนักให้ระบบรัฐที่มีอำนาจไม่เต็มมือในห้วงเวลาอ่อนไหวอย่างยิ่ง

                          ไทยกำลังมีไฟชายแดนลุกอยู่ต่อหน้า มีเพียงหนึ่งเดือนเศษก่อนเส้นตายภารกิจรัฐธรรมนูญ มีโครงการเศรษฐกิจและงบฟื้นฟูที่ยังรอการอนุมัติ แต่รัฐบาลกลับเลือกลดสถานะลงเหลือเพียง “รักษาการ” โดยสมัครใจ ทั้งที่รู้ว่าหากสถานการณ์ชายแดนขยายวง อำนาจตัดสินใจจะย้ายไปอยู่กับกองทัพทั้งหมด ตั้งแต่การเคลื่อนกำลังไปจนถึงการประกาศกฎอัยการศึก  

                         ในวันที่โลกกำลังจับตานี้  ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจกลายเป็นราคาที่ประเทศต้องจ่ายมากจากการเมืองที่ตัดสินใจเร็วเกินไป

12/12/2568    “ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

ซาอุฯ รวบ “สายลับอิสราเอล” จัดฉากป่วน

ซาอุดีอาระเบียและกาตาร์เพิ่งรวบตัว "สายลับมอสสาด" ของอิสราเอลได้คาหนังคาเขา ขณะกำลังพยายามเข้าไปจัดฉากวางบึ้มป่วนเมือง

สีฟ้าๆ คือประเทศที่ปลอดภัยสุดเมื่อเกิดสงครามโลก

สีฟ้าๆ คือประเทศที่ปลอดภัยสุดเมื่อเกิดสงครามโลก...ไทยแลนด์คือ 1 ในนั้น โชคดีแล้วที่เกิดมาที่เมืองไทย

 ‘โมจตาบา คอเมเนอี’ ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ที่กำลังถูก ‘สหรัฐฯ-อิสราเอล’ หมายหัว

โมจตาบา ในวัย 56 ปี ได้รับการคัดเลือกโดยสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน ซึ่งเป็นองค์กรที่มีสมาชิก 88 คน มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการแต่งตั้งผู้มีอำนาจสูงสุดทางการเมืองและศาสนาของประเทศ

ตาต่อตา! ฟันต่อฟัน!! 239 ล้ง ขู่!ประกาศจะงดซื้อมะพร้าว 2วัน 

คำขู่จากล้ง กลุ่มล้งประกาศจะ "งดซื้อ"มะพร้าว เป็นเวลา 2 วัน เพื่อดูว่ากระทรวงพาณิชย์ จะจัดการอย่างไร

ข่าวอื่นๆ

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...