วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 17, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“ยุบสภากลางไฟชายแดน”

“ยุบสภากลางไฟชายแดน”

เผยแพร่

spot_img

กองทัพอาจต้องรับบทนำ หากสถานการณ์ลุกลาม

 การขอพระราชทานยุบสภาของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ในช่วงที่รัฐบาลยังมีเวลาอีกเพียงหนึ่งเดือนเศษก่อนเส้นตายภารกิจค้างคา ได้ก่อให้เกิดคำถามสำคัญต่อความพร้อมของรัฐไทยในการรับมือสถานการณ์ชายแดนที่ร้อนแรงขึ้นต่อเนื่อง และอาจต้องอาศัยอำนาจตัดสินใจระดับสูงแบบเร่งด่วนในเวลาอันใกล้

                      การยุบสภาในเวลาที่รัฐบาลยังเหลือภารกิจต้องปิดบัญชีอีกจำนวนมาก รวมถึง MOA เรื่องรัฐธรรมนูญที่ต้องเร่งสรุปภายในหนึ่งเดือนเศษ ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงแรงจูงใจของการเร่งเดินหมากทางการเมืองครั้งนี้ นายอนุทินถูกมองว่ากังวลความเสี่ยงที่จะถูกยื่นอภิปรายในฐานะรัฐบาลเสียงข้างน้อย จนเลือกยุบสภาก่อน แม้ต้องแลกกับการลดทอนอำนาจในการบริหารประเทศลงทันที

                       สถานการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย กัมพูชาที่ดำเนินต่อเนื่องเป็นวันที่ห้า ยังไม่มีสัญญาณยุติโดยสมบูรณ์ ขณะที่รัฐบาลเข้าสู่สถานะรักษาการ อำนาจเชิงนโยบายและงบประมาณหลายด้านถูกจำกัดลง ความเร่งด่วนในการตัดสินใจด้านความมั่นคง การเคลื่อนกำลัง การเสริมยุทโธปกรณ์ หรือการตอบโต้ตามหลักสัดส่วน ล้วนต้องการ “รัฐบาลเต็มเข็ม” ซึ่งไทยไม่มีแล้วหลังการยุบสภาเมื่อคืนที่ผ่านมา

                       หากไฟชายแดนลุกลามไปอีกระดับ การตัดสินใจที่รวดเร็วทั้งด้านกฎหมายการใช้กำลังและงบประมาณฉุกเฉินต้องย้ายไปอยู่ที่กองทัพ รวมถึงความเป็นไปได้ที่ต้องประกาศกฎอัยการศึกในบางพื้นที่หรือทั่วประเทศ การตัดสินใจเช่นนี้มีผลต่อภาพลักษณ์ในเวทีอาเซียนและนานาชาติอย่างมาก เพราะในห้วงรัฐบาลรักษาการ ทุกการเคลื่อนไหวของกองทัพจะถูกตีความว่าเป็นการใช้อำนาจทหารเกินควร แม้จะเป็นการปฏิบัติจำเป็นตามสถานการณ์ก็ตาม

                         นอกจากความมั่นคง รัฐบาลยังปล่อยภาระคั่งค้างจำนวนมากไว้กับระบบราชการในสถานะจำกัด ได้แก่ โครงการคนละครึ่งพลัสที่ยังไม่สรุปเฟสใหม่ งบเยียวยาและฟื้นฟูพื้นที่น้ำท่วมหาดใหญ่ที่ยังไม่เสร็จ รวมถึงมาตรการรองรับเศรษฐกิจปลายปีที่ต้องการการตัดสินใจจากฝ่ายบริหาร การยุบสภาจึงไม่ใช่แค่เปลี่ยนสนามการเมือง แต่ยังผลักภาระหนักให้ระบบรัฐที่มีอำนาจไม่เต็มมือในห้วงเวลาอ่อนไหวอย่างยิ่ง

                          ไทยกำลังมีไฟชายแดนลุกอยู่ต่อหน้า มีเพียงหนึ่งเดือนเศษก่อนเส้นตายภารกิจรัฐธรรมนูญ มีโครงการเศรษฐกิจและงบฟื้นฟูที่ยังรอการอนุมัติ แต่รัฐบาลกลับเลือกลดสถานะลงเหลือเพียง “รักษาการ” โดยสมัครใจ ทั้งที่รู้ว่าหากสถานการณ์ชายแดนขยายวง อำนาจตัดสินใจจะย้ายไปอยู่กับกองทัพทั้งหมด ตั้งแต่การเคลื่อนกำลังไปจนถึงการประกาศกฎอัยการศึก  

                         ในวันที่โลกกำลังจับตานี้  ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจกลายเป็นราคาที่ประเทศต้องจ่ายมากจากการเมืองที่ตัดสินใจเร็วเกินไป

12/12/2568    “ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

ข่าว Short News 2569-02-16

เกิดเหตุระทึกกลางงานคอนเสิร์ตที่พัทยา เมื่อ "เสี่ยตัน" พลาดตกเวทีความสูง 2 เมตร ขณะร่วมงานดนตรี ล่าสุดถูกนำตัวส่ง รพ.กรุงเทพ-พัทยา พบอาการปวดต้นคอและหลัง แพทย์สั่งเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

ภูมิใจไทยบนทาง “สองแพร่งอำนาจ” !

การจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวมเสียงให้เกินครึ่งในสภา หากแต่เป็นการวางทิศทางภาพลักษณ์ทางการเมืองในสายตาประชาชน

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่นๆ

ภูมิใจไทยบนทาง “สองแพร่งอำนาจ” !

การจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวมเสียงให้เกินครึ่งในสภา หากแต่เป็นการวางทิศทางภาพลักษณ์ทางการเมืองในสายตาประชาชน

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย