หน้าแรกINSIDE - INSIGHTรถกระบะขนผัก = คนรวย ? รัฐตัดสิน “จน-รวย” ตรงไหนแน่ !

รถกระบะขนผัก = คนรวย ? รัฐตัดสิน “จน-รวย” ตรงไหนแน่ !

เผยแพร่

spot_img

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์”

ประจำวันที่ 23 กรกฎาคม 2569

พิษเกณฑ์คัดกรองแข็งทื่อ บทเรียน “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 69” กับปรากฏการณ์คนจนหายวับ 9.3 ล้านคน

                                  นโยบาย “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” เริ่มต้นจากเจตจำนงที่ต้องการกระจายความช่วยเหลือให้ถึงมือผู้มีรายได้น้อยอย่างตรงจุด ผ่านการใช้ตัวชี้วัดเชิงทรัพย์สินและรายได้ แต่ในทางปฏิบัติ ระบบคัดกรองกลับแสดงบาดแผลทางโครงสร้างอย่างเด่นชัด เมื่อเกณฑ์ประเมินอันแข็งทื่อได้ตัดสินให้ “เครื่องมือทำมาหากิน” อย่างยานพาหนะ หรือ “เงินหมุนเวียนเพื่อความอยู่รอด” ในบัญชีธนาคาร กลายเป็นสัญลักษณ์ของความ “ร่ำรวย” จนคัดคนจนจริงออกจากระบบสวัสดิการไปอย่างน่าเสียดาย

                                 ปรากฏการณ์คนจนหายไปกว่า 9 ล้านคนเศษ เริ่มเด่นชัดเมื่อโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการตรวจสอบคุณสมบัติโครงการฯ ปี 2569 ว่า จากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 18.82 ล้านราย (ประกอบด้วย ผู้มีบัตรเดิม 12.70 ล้านราย, ผู้ไม่มีบัตรในระบบ พม./พช. 0.74 ล้านราย และกลุ่ม มท. สำรวจเพิ่ม 5.38 ล้านราย) มีผู้ผ่านเกณฑ์เพียง 9.51 ล้านราย นั่นหมายความว่ามีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์และตกสำรวจสูงถึง 9.31 ล้านราย

                               รอยร้าวในระบบเริ่มเด่นชัดเมื่อรัฐพึ่งพาข้อมูลตัวเลขโดยไม่มองบริบทจริงของชีวิต การดึงยอดเงินฝากคงค้าง ณ วันใดวันหนึ่ง การรับโอนเงินแทนในสังคมชนบท หรือการถือครองรถกระบะเก่าไว้ขนส่งพืชผล ถูกระบบตัดสินตัดสิทธิ์โดยทันที ซ้ำร้ายเมื่อข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐไม่เชื่อมโยงกันแบบปัจจุบัน ประชาชนที่ขายทรัพย์สินไปแล้ว หรือไม่มีรายได้จริง กลับถูกระบบปฏิเสธสิทธิ์เพียงเพราะข้อมูลในกระดาษไม่ตรงกับความจริงตรงหน้า

                                แม้ล่าสุด ครม. จะมีมติให้ตรวจสอบเพิ่มเติม และเปิดช่องทาง “การอุทธรณ์” (ยื่นขอทบทวนสิทธิตั้งแต่วันที่ 17-31 กรกฎาคม 2569 แก้ไขเอกสารภายใน 16 สิงหาคม และประกาศผล 21 กันยายน 2569) เพื่อแก้ปัญหาตกหล่น แต่กลไกนี้กลับผลักภาระการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ไปให้ผู้ยากไร้โดยสิ้นเชิง ประชาชนต้องยอมเสียเวลาทำมาหากิน เสียค่าเดินทาง และฟันฝ่าขั้นตอนราชการเพื่อหาเอกสารมาหักล้างระบบ ทั้งที่กลุ่มเปราะบางเหล่านี้คือผู้ที่ขาดแคลนต้นทุนชีวิตมากที่สุด ความยุ่งยากในการเข้าถึงสิทธิ์จึงจุดชนวนความโกลาหล และบีบให้ผู้ยากไร้จำนวนมากต้องยอมถอนตัวและเสียสิทธิ์ไปในที่สุด

                               เพื่อนบ้านในอาเซียน จะพบความแตกต่างในมิติของความยืดหยุ่นและการมองเห็นความเป็นมนุษย์ อินโดนีเซียใช้ระบบคะแนนถ่วงน้ำหนักควบคู่กับ “สภาประชาคมหมู่บ้าน” เพื่อให้คนในพื้นที่ช่วยยืนยันตัวตนจริงของผู้ยากไร้ ขณะที่ฟิลิปปินส์มีหน่วยเคลื่อนที่ลงพื้นที่ตรวจสอบถึงบ้านเพื่อปลดล็อกสิทธิ์ มากกว่าจะนั่งรอเอกสารอยู่ในห้องแอร์ ต่างจากไทยที่เน้นความสะดวกในการตัดสิทธิ์ทางเอกสารเพื่อกันคนรวยทำเนียน ๆ จนลืมป้องกันไม่ให้คนจนตกสำรวจ

                               รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งผ่าตัดปัญหานี้โดยเร็วที่สุด ก่อนที่ความเหลื่อมล้ำจะถ่างกว้างไปมากกว่านี้ ด้วยการปรับเกณฑ์คัดกรองให้ยืดหยุ่นและยอมรับ “สินทรัพย์เพื่อการทำมาหากิน” อัปเดตฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน และกระจายอำนาจให้กลไกท้องถิ่นเข้ามาร่วมยืนยันความเดือดร้อนจริง โดยไม่ต้องรอให้คนจนต้องวิ่งเต้นอุทธรณ์เพียงเพื่อแลกกับเงินประทังชีวิต

                                ในมิติการประเมินของรัฐ เส้นแบ่งระหว่าง “ความร่ำรวย” กับ “ความยากจน” ถูกตัดสินด้วยตัวเลขเพียงไม่กี่บรรทัด ระบบมองว่าผู้มีพาหนะและมีกระแสเงินหมุนเวียน ย่อมเป็นผู้มีความพร้อมทางเศรษฐกิจ โดยไม่อาจรับรู้ได้ว่ายานพาหนะเก่าๆ นั้นคือปัจจัยประทังชีวิต และเงินในบัญชีคือหลักประกันก้อนสุดท้ายยามฉุกเฉิน นโยบายสวัสดิการจึงกลายเป็นเรื่องโศกเศร้าเชิงโครงสร้าง ที่ลงโทษคนดิ้นรนทำมาหากินด้วยการตัดสิทธิ์ แล้วผลักภาระให้พวกเขาต้องพิสูจน์ตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพียงเพื่อจะบอกกับรัฐว่า “ความพยายามในการอยู่รอด ไม่ใช่สัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง”

ข่าวล่าสุด

แห่ตุนสินค้า เพราะเห็นแก่ตัว…หรือไม่เชื่อรัฐบาล..?  

ชั้นวางสินค้าทุกห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ที่ว่างลงในกรุงเทพฯ ช่วงน้ำท่วมวันที่ 26 กันยายน 2569 ไม่ควรถูกอ่านเพียงว่าเป็นภาพของ “ความเห็นแก่ตัว” เพราะเบื้องหลังคือความกังวลของประชาชนต่อการเดินทางที่ติดขัด น้ำท่วมหลายพื้นที่

15,500 ล้าน…รัฐกำลัง “ป้องกันภัย” หรือรอจ่ายเมื่อภัยมา ?

อนุมัติกรอบงบประมาณ 15,500 ล้านบาท สำหรับจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้ที่อยู่อาศัยราว 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ โดยรัฐเป็นผู้รับภาระค่าเบี้ย

ฝนมา…ความเสียหายมาก่อน Cell Broadcast?  บททดสอบใหญ่ “ระบบเตือนภัย” เตือนทัน หรือช้าเกินไป

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 กันยายน  2569                                ฝนกระหน่ำหนักระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ถูกกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนล่วงหน้า ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง...

ศรัทธาสั่นคลอน… แต่จิตวิญญาณไม่เคยทิ้ง “ศาสนา”

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 26 กันยายน  2569 วิกฤต “ผ้าเหลือง” เขย่าความเชื่อมั่น เมื่อโลกดิจิทัลทำให้ทุกความผิดถูกมองเห็น                          ข่าวพระภิกษุเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดวินัยหรือกฎหมาย ตั้งแต่เรื่องทรัพย์สิน ความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ไปจนถึงคดีอาญา กำลังกลายเป็นบททดสอบสำคัญของความเชื่อมั่นต่อองค์กรสงฆ์ไทย...

ข่าวอื่นๆ

แห่ตุนสินค้า เพราะเห็นแก่ตัว…หรือไม่เชื่อรัฐบาล..?  

ชั้นวางสินค้าทุกห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ที่ว่างลงในกรุงเทพฯ ช่วงน้ำท่วมวันที่ 26 กันยายน 2569 ไม่ควรถูกอ่านเพียงว่าเป็นภาพของ “ความเห็นแก่ตัว” เพราะเบื้องหลังคือความกังวลของประชาชนต่อการเดินทางที่ติดขัด น้ำท่วมหลายพื้นที่

15,500 ล้าน…รัฐกำลัง “ป้องกันภัย” หรือรอจ่ายเมื่อภัยมา ?

อนุมัติกรอบงบประมาณ 15,500 ล้านบาท สำหรับจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้ที่อยู่อาศัยราว 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ โดยรัฐเป็นผู้รับภาระค่าเบี้ย

ฝนมา…ความเสียหายมาก่อน Cell Broadcast?  บททดสอบใหญ่ “ระบบเตือนภัย” เตือนทัน หรือช้าเกินไป

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 กันยายน  2569                                ฝนกระหน่ำหนักระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ถูกกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนล่วงหน้า ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง...