วันเสาร์, มีนาคม 7, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTรอยร้าวใต้แผ่นดินไทย  บททดสอบระบบเตือนภัยปี 2026

รอยร้าวใต้แผ่นดินไทย  บททดสอบระบบเตือนภัยปี 2026

เผยแพร่

spot_img

จากโศกนาฏกรรมอาคาร สตง. สู่แผนเฝ้าระวัง 23 จังหวัด คำถามใหญ่ยังคงอยู่   ไทยพร้อมรับมือแผ่นดินไหวจริงหรือไม่

                             เหตุการณ์อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่มเมื่อปีที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเพียงโศกนาฏกรรมของโครงสร้างอาคารที่ล้มเหลว แต่กลายเป็นสัญญาณเตือนถึง “รอยร้าวเชิงระบบ” ของการบริหารจัดการภัยพิบัติในประเทศไทย เมื่อรัฐบาลเรียกประชุมเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 เพื่อเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงจากรอยเลื่อนมีพลังใน 23 จังหวัด คำถามสำคัญที่นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงภัยพิบัติตั้งขึ้นคือ การเฝ้าระวังเพียงอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่ ในยุคที่วินาทีแรกของการเตือนภัยสามารถตัดสินชะตาชีวิตผู้คนจำนวนมาก

                          หัวใจของบทเรียนจากเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้อยู่ที่ความรุนแรงของแผ่นดินไหวเพียงอย่างเดียว แต่คือ “Lead Time” หรือระยะเวลาเตือนภัยล่วงหน้า ซึ่งในหลายประเทศถูกยกระดับเป็นระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ขณะที่ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของระบบ Cell Broadcast ซึ่งกำหนดเกณฑ์แจ้งเตือนเริ่มต้นที่ขนาด 4.0 แมกนิจูด

                         เมื่อเปรียบเทียบกับมาตรฐานของระบบเตือนภัยในญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา จะเห็นช่องว่างที่ชัดเจน ระบบเตือนภัยของญี่ปุ่นสามารถส่งสัญญาณไปยังประชาชนภายในไม่กี่วินาที พร้อมกับสั่งหยุดรถไฟความเร็วสูง ปิดวาล์วก๊าซ และหยุดลิฟต์ในอาคารสูงโดยอัตโนมัติ ขณะที่ในไทย การแจ้งเตือนยังคงต้องผ่านกระบวนการตัดสินใจเชิงราชการหลายขั้นตอน ซึ่งอาจทำให้เวลาที่ควรเป็น “วินาทีทอง” กลายเป็นเพียง “วินาทีที่สูญเปล่า”

                         ในระดับภูมิภาค ประเทศเพื่อนบ้านบางแห่งเริ่มก้าวล้ำไปอีกขั้น อินโดนีเซียซึ่งตั้งอยู่บนวงแหวนไฟแปซิฟิก ได้พัฒนาเครือข่ายเซ็นเซอร์แผ่นดินไหวจำนวนมากเชื่อมต่อกับระบบเตือนภัยระดับชาติ ขณะที่ฟิลิปปินส์เน้นการสร้าง “วัฒนธรรมการซ้อมภัยพิบัติ” ตั้งแต่โรงเรียนจนถึงหน่วยงานรัฐ การฝึกซ้อมอพยพแผ่นดินไหวและสึนามิเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นประจำทั่วประเทศ

                       ตรงกันข้ามกับประเทศไทยที่ยังคงเผชิญปัญหา “ความเหลื่อมล้ำทางโครงสร้างอาคาร” โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีอาคารอายุ 30-40 ปีจำนวนมากที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับแรงสั่นสะเทือนแบบแนวนอน และยังไม่มีมาตรการจูงใจทางเศรษฐกิจจากภาครัฐให้เจ้าของอาคารปรับปรุงโครงสร้างอย่างจริงจัง

                      อีกประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาเตือนอย่างต่อเนื่องคือสภาพ “ดินอ่อน” ของกรุงเทพฯ ซึ่งสามารถขยายแรงสั่นสะเทือนของคลื่นแผ่นดินไหวได้ถึง 3-4 เท่า แม้จุดศูนย์กลางจะอยู่ไกลหลายร้อยกิโลเมตรในประเทศเพื่อนบ้าน ข้อมูลของกรมทรัพยากรธรณีระบุว่าประเทศไทยมีรอยเลื่อนมีพลังอย่างน้อย 15 กลุ่มใหญ่ แต่สิ่งที่นักวิชาการกังวลยิ่งกว่าคือรอยเลื่อนย่อยที่ยังไม่ถูกศึกษาอย่างละเอียดใต้พื้นที่เมืองใหญ่

                      ดังนั้น การประกาศเฝ้าระวังเพียง 23 จังหวัด อาจสร้างความรู้สึกปลอดภัยที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงทางธรณีวิทยา โดยเฉพาะในเมืองหลวงที่มีความเสี่ยงเชิงโครงสร้างสูงที่สุดของประเทศ

                     ในมิติของการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ จุดอ่อนของระบบไทยยังคงอยู่ที่กลไกการเงิน ประเทศไทยยังใช้รูปแบบ “การคลังแบบตั้งรับ” คือรอการอนุมัติงบกลางหรือเงินบริจาคหลังเกิดเหตุ ต่างจากหลายประเทศที่มีกองทุนประกันภัยพิบัติแห่งชาติแบบภาคบังคับ ระบบดังกล่าวช่วยให้เงินช่วยเหลือสามารถถึงมือผู้ประสบภัยภายใน 24-48 ชั่วโมง ลดทั้งความล่าช้าและโอกาสทุจริตในพื้นที่ประสบภัย

                      เทคโนโลยีอย่างดาวเทียมสำรวจโลก หรือระบบแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์มือถือ อาจดูทันสมัยในเชิงภาพลักษณ์ แต่จะไม่มีความหมายเลย หากสังคมยังขาด “วัฒนธรรมแห่งการเตรียมพร้อม” และโครงสร้างการตัดสินใจยังผูกติดกับระบบรวมศูนย์อำนาจ

                      บทเรียนจากโศกนาฏกรรมอาคาร สตง. อาจไม่ได้บอกว่าแผ่นดินไหวคือศัตรูที่ร้ายแรงที่สุด หากแต่สะท้อนว่า “ความประมาทของมนุษย์” ต่างหากที่ทำให้ภัยธรรมชาติกลายเป็นหายนะ

2569-03-06   “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...

SHORT NEWS 2569-03-05

คณะกรรมการการเลือกตั้งรับรองผลเลือกตั้งเกือบครบทั้ง 500 ที่นั่ง เปิดทางให้สภาผู้แทนราษฎรประชุมครั้งแรกภายใน 15 วัน

ดีเซลโลกพุ่ง 150 ดอลลาร์/บาร์เรล กองทุนน้ำมันแบกวันละ 450 ล้าน พยุงได้อีก 15 วัน

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลตลาดโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นรุนแรง ล่าสุด ทะยานขึ้นอีกกว่า 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ในกรอบ 140-150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สถานทูตฯกรุงริยาด เตือนคนไทยในเลบานอน พิจารณาอพยพด่วน หลังสงครามขยายวงกว้าง

ระดับความตึงเครียดได้เพิ่มสูงขึ้นในสาธารณรัฐเลบานอนจากการดำเนินการทางการทหารของรัฐอิสราเอลในสาธารณรัฐเลบานอน โดยเฉพาะในบริเวณภาคใต้ของกรุงเบรุต รวมถึงย่านดาฮิเยห์ (Dahieh)

ข่าวอื่นๆ

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...

หมายจับ “เบน สมิธ” ขยายวงจากฉ้อโกงพันล้าน 

ออกหมายจับทางอาญาต่อ Ben Smith หรือ เบนจามิน เมาเรอร์เบอร์เกอร์ และภรรยา ในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงินมูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท

ปิดน่านฟ้าไซปรัสไล่ล่า “เนทันยาฮู”  ศึกชำระแค้นสะเทือนโลก อิหร่านรุกฆาตเป้าหมายบุคคลสำคัญ ทั้งสหรัฐฯ-อิสราเอล

ไทยอ่วมราคาน้ำมันพุ่ง รัฐบาลเปิดห้องปฏิบัติการภาวะสงคราม  รับศึกยืดเยื้อ                                วิกฤตการณ์ตะวันออกกลางยกระดับสู่ “สงครามไล่ล่าสังหาร” เต็มรูปแบบ หลังมีรายงานเชิงลึกจากสำนักข่าวต่าวประเทศระบุว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล บาดเจ็บสาหัสและถูกนำตัวไปรักษาในไซปรัส ส่งผลให้อิหร่านตัดสินใจขยายวงรบเปิดศึกน่านฟ้าใหม่เพื่อปิดบัญชีแค้น ท่ามกลางยุทธศาสตร์สงครามบั่นทอนระยะยาวของกองกำลังปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่มุ่งเป้าทำลายมหาอำนาจตะวันตก...