คราวนี้…ปั๊มน้ำมันชายแดนใต้ตกเป็นเหยื่อ !
การโจมตีพร้อมกัน 11 จุด สะท้อนโครงข่ายจัดตั้งระดับหมู่บ้าน ขณะที่รัฐยอมรับต้อง “ยกเครื่องการข่าว” อีกครั้ง
เหตุระเบิดและลอบวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 11 แห่ง ใน จว.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ช่วงกลางดึกวันที่ 10 ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 11 มกราคม 2569 กลายเป็นเหตุรุนแรงครั้งใหญ่รับศักราชใหม่ ความเสียหายทางเศรษฐกิจยังประเมินไม่ได้ ขณะที่มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 4 ราย แม้ผู้ก่อเหตุจะหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่มีประชาชนหนาแน่น แต่การเลือกเป้าหมายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ สะท้อนการวางแผนอย่างเป็นระบบ และการปฏิบัติการพร้อมกันหลายจุดซึ่งต้องอาศัยกำลังคนจำนวนมาก
หลังเกิดเหตุ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ออกมาให้สัมภาษณ์ยอมรับโดยนัยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนช่องโหว่ด้านการประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า พร้อมระบุว่าจำเป็นต้อง “ยกเครื่องระบบการข่าวใหม่” เพื่อให้สามารถคาดการณ์และสกัดเหตุร้ายได้ทันท่วงที
คำกล่าวนี้เท่ากับเป็นการยอมรับในทางการเมืองว่า แม้รัฐจะรับรู้ว่าความไม่สงบเกิดขึ้นเป็นระยะมาอย่างยาวนาน แต่ระบบ “ข่าวกรอง” ยังไม่สามารถป้องกันปฏิบัติการเชิงซ้อนที่เกิดขึ้นจริงได้
ต่อมา ฝ่ายความมั่นคงรายงานการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายหลายจุด โดยอาศัยข้อมูลการข่าวจากคราบเลือดและร่องรอยการหลบหนีของผู้ก่อเหตุ จนนำไปสู่การปะทะในบางพื้นที่ แม้ยังไม่มีการจับกุมแกนนำระดับปฏิบัติการได้อย่างชัดเจน แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าเครือข่ายผู้ก่อเหตุยังสามารถแฝงตัวอยู่ในชุมชน และอาศัยโครงสร้างหมู่บ้านเป็นฐานสนับสนุนได้ต่อเนื่อง
ในเชิงวิชาการ การโจมตีลักษณะนี้ไม่ได้มุ่งสังหาร แต่เป็น “การส่งสัญญาณ” ผ่านการทำลายฐานเศรษฐกิจและสาธารณูปโภค เพื่อย้ำศักยภาพการปฏิบัติการของกลุ่มขบวนการ และดึงประเด็นจังหวัดชายแดนใต้กลับเข้าสู่เรดาร์การเมืองระดับชาติ โดยเฉพาะในห้วงที่ประเทศกำลังอยู่ในช่วงเลือกตั้งและการเปลี่ยนผ่านอำนาจ เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงทรัพย์สิน แต่คือการต่อรองเชิงนโยบายและความสนใจจากรัฐ
หากรัฐยังไม่สามารถปิดช่องว่างด้านการข่าวและการบูรณาการข้อมูลได้ เหตุลักษณะนี้มีแนวโน้มจะเกิดซ้ำในรูปแบบเดิมหรือยกระดับเป้าหมายมากขึ้น ความเสียหายจะไม่จำกัดอยู่แค่เศรษฐกิจในพื้นที่ แต่จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน การลงทุน และภาพลักษณ์ความมั่นคงของประเทศในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อผู้ก่อเหตุสามารถเลือกเวลา สถานที่ และรูปแบบการโจมตีได้ก่อนรัฐเสมอ
ท้ายที่สุด คำว่า “ยกเครื่องการข่าว” ไม่ใช่ถ้อยคำใหม่ในประวัติศาสตร์ไฟใต้ เพราะตลอดเวลากว่า 30 ปี ทุกครั้งที่เกิดเหตุรุนแรง คำอธิบายและคำสัญญาแทบไม่เคยเปลี่ยน สิ่งที่เปลี่ยนมีเพียงจำนวนเหตุการณ์และความเคยชินของสังคม
ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้จึงไม่ใช่ปัญหาที่รัฐ “ไม่รู้” แต่เป็นปัญหา “ที่รู้” มาตลอด เพียงแต่ยังไม่สามารถหาวิธีจัดการให้หลุดพ้นจากวงจรเดิมได้เสียที
cr .ภาพ NBT CONNECT
2569-01-22 ใชัยทัศน์“



