วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“ระเบิด“..เป็นสัญญาณเตือนรัฐก่อนเลือกตั้ง

“ระเบิด“..เป็นสัญญาณเตือนรัฐก่อนเลือกตั้ง

เผยแพร่

spot_img

คราวนี้…ปั๊มน้ำมันชายแดนใต้ตกเป็นเหยื่อ !

การโจมตีพร้อมกัน 11 จุด สะท้อนโครงข่ายจัดตั้งระดับหมู่บ้าน ขณะที่รัฐยอมรับต้อง “ยกเครื่องการข่าว” อีกครั้ง

                               เหตุระเบิดและลอบวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 11 แห่ง ใน จว.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ช่วงกลางดึกวันที่ 10 ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 11 มกราคม 2569 กลายเป็นเหตุรุนแรงครั้งใหญ่รับศักราชใหม่ ความเสียหายทางเศรษฐกิจยังประเมินไม่ได้ ขณะที่มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 4 ราย แม้ผู้ก่อเหตุจะหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่มีประชาชนหนาแน่น แต่การเลือกเป้าหมายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ สะท้อนการวางแผนอย่างเป็นระบบ และการปฏิบัติการพร้อมกันหลายจุดซึ่งต้องอาศัยกำลังคนจำนวนมาก

                           หลังเกิดเหตุ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ออกมาให้สัมภาษณ์ยอมรับโดยนัยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนช่องโหว่ด้านการประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า พร้อมระบุว่าจำเป็นต้อง “ยกเครื่องระบบการข่าวใหม่” เพื่อให้สามารถคาดการณ์และสกัดเหตุร้ายได้ทันท่วงที 

                         คำกล่าวนี้เท่ากับเป็นการยอมรับในทางการเมืองว่า แม้รัฐจะรับรู้ว่าความไม่สงบเกิดขึ้นเป็นระยะมาอย่างยาวนาน แต่ระบบ “ข่าวกรอง”  ยังไม่สามารถป้องกันปฏิบัติการเชิงซ้อนที่เกิดขึ้นจริงได้

                          ต่อมา ฝ่ายความมั่นคงรายงานการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายหลายจุด โดยอาศัยข้อมูลการข่าวจากคราบเลือดและร่องรอยการหลบหนีของผู้ก่อเหตุ จนนำไปสู่การปะทะในบางพื้นที่ แม้ยังไม่มีการจับกุมแกนนำระดับปฏิบัติการได้อย่างชัดเจน แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าเครือข่ายผู้ก่อเหตุยังสามารถแฝงตัวอยู่ในชุมชน และอาศัยโครงสร้างหมู่บ้านเป็นฐานสนับสนุนได้ต่อเนื่อง

                        ในเชิงวิชาการ การโจมตีลักษณะนี้ไม่ได้มุ่งสังหาร แต่เป็น “การส่งสัญญาณ” ผ่านการทำลายฐานเศรษฐกิจและสาธารณูปโภค เพื่อย้ำศักยภาพการปฏิบัติการของกลุ่มขบวนการ และดึงประเด็นจังหวัดชายแดนใต้กลับเข้าสู่เรดาร์การเมืองระดับชาติ โดยเฉพาะในห้วงที่ประเทศกำลังอยู่ในช่วงเลือกตั้งและการเปลี่ยนผ่านอำนาจ เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงทรัพย์สิน แต่คือการต่อรองเชิงนโยบายและความสนใจจากรัฐ

                       หากรัฐยังไม่สามารถปิดช่องว่างด้านการข่าวและการบูรณาการข้อมูลได้ เหตุลักษณะนี้มีแนวโน้มจะเกิดซ้ำในรูปแบบเดิมหรือยกระดับเป้าหมายมากขึ้น ความเสียหายจะไม่จำกัดอยู่แค่เศรษฐกิจในพื้นที่ แต่จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน การลงทุน และภาพลักษณ์ความมั่นคงของประเทศในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อผู้ก่อเหตุสามารถเลือกเวลา สถานที่ และรูปแบบการโจมตีได้ก่อนรัฐเสมอ

                       ท้ายที่สุด คำว่า “ยกเครื่องการข่าว” ไม่ใช่ถ้อยคำใหม่ในประวัติศาสตร์ไฟใต้ เพราะตลอดเวลากว่า 30 ปี ทุกครั้งที่เกิดเหตุรุนแรง คำอธิบายและคำสัญญาแทบไม่เคยเปลี่ยน สิ่งที่เปลี่ยนมีเพียงจำนวนเหตุการณ์และความเคยชินของสังคม     

                       ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้จึงไม่ใช่ปัญหาที่รัฐ “ไม่รู้” แต่เป็นปัญหา “ที่รู้” มาตลอด เพียงแต่ยังไม่สามารถหาวิธีจัดการให้หลุดพ้นจากวงจรเดิมได้เสียที

cr .ภาพ NBT CONNECT

2569-01-22  ใชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย

อย่าให้ใครเรียก …“สยาม…เมืองส่วย !”  เมื่อทุนเทา-สแกมเมอร์ ขี่คออำนาจรัฐ

เมื่อคำว่า "ตอ" แข็งแกร่งกว่า "กฎหมาย" และ "สายอินเทอร์เน็ต" ข้ามโขงยาวไกลกว่า "สายตาผู้ตรวจสอบ" ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ยอดเหยื่อสแกมเมอร์ที่พุ่งสูง แต่คือความเชื่อมั่นของประเทศที่พังทลายจนฉุดไม่อยู่