วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT รัฐบาลควรยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 เอง โดยอ้างเหตุผลตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ

 รัฐบาลควรยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 เอง โดยอ้างเหตุผลตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ

เผยแพร่

spot_img

มากกว่าผลักภาระการตัดสินใจให้ประชาชนผ่านประชามติ ซึ่งอาจยืดเยื้อและไม่ก่อผลผูกพันทางกฎหมาย

                            ประเด็นบันทึกความเข้าใจ  MOU 43 และ MOU 44 ระหว่างไทยกับกัมพูชา กลับมาเป็นจุดร้อนทางการเมืองอีกครั้ง ภายหลังรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เสนอให้มีการทำประชามติ เพื่อตัดสินใจว่าจะยกเลิกหรือไม่ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์จากหลายฝ่ายว่า การทำประชามติในประเด็นซับซ้อนเช่นนี้ มิได้สะท้อนการมีส่วนร่วมที่แท้จริง แต่กลับเป็นการโยนภาระการตัดสินใจไปให้ประชาชน โดยเฉพาะเมื่อคนส่วนใหญ่ไม่เคยเข้าถึงรายละเอียดของบันทึกความเข้าใจทั้งสองฉบับ

                             ข้อเท็จจริงคือ การลงนาม MOU 43-44 ไม่เคยผ่านประชามติ แต่เกิดจากการตัดสินใจของคณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศ ดังนั้น หากรัฐบาลจะยกเลิกก็สามารถดำเนินการในกรอบอำนาจคณะรัฐมนตรีเอง ไม่จำเป็นต้องอ้างประชามติที่ไม่ก่อผลผูกพันกับรัฐบาลชุดต่อไป อีกทั้งในทางกฎหมายระหว่างประเทศ กัมพูชาได้ละเมิดข้อตกลงอย่างร้ายแรงด้วยการยิงถล่มแนวชายแดนและวางทุ่นระเบิดในฝั่งไทย เหตุการณ์เหล่านี้ถือเป็นเงื่อนไขให้ไทยอาศัยมาตรา 60 ของอนุสัญญากรุงเวียนนา ปี 1969 ใช้สิทธิยกเลิก MOU ได้โดยฝ่ายเดียว

                             ประเด็นสำคัญอีกด้านคือความเร่งด่วน หากรัฐบาลเดินหน้าทำประชามติ ย่อมต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายเดือนเพื่อให้ข้อมูลแก่ประชาชน ซึ่งเสี่ยงจะไม่ทันต่อสถานการณ์ความมั่นคง และในที่สุดอาจถูกมองว่ารัฐบาล “ถ่วงเวลา” มากกว่าปกป้องอธิปไตย ขณะที่ผลประชามติก็ไม่ได้เป็นเครื่องมือบังคับทางกฎหมายอยู่แล้ว เพราะการยกเลิกหรือไม่ยกเลิกยังคงเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี

                             ท้ายที่สุด เมื่อรัฐบาลเลือกเดินเกมประชามติ แทนที่จะใช้อำนาจที่มีอยู่ ก็ทำให้เกิดคำถามว่า นายกรัฐมนตรีกำลังพยายามสร้างภาพความเป็นประชาธิปไตย หรือจริง ๆ แล้วเพื่อหาทางเลี่ยงความรับผิดชอบ หากวันหนึ่งประชาชนตัดสินใจผิดพลาด ก็อาจตกเป็น “แพะการเมือง” แทนผู้นำ 

                            หรือไม่ก็สะท้อนว่า บางทีรัฐบาลอาจคิดเรื่องอื่นอยู่มากกว่าการยกเลิกบันทึก MOU นั้นเอง

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย

อย่าให้ใครเรียก …“สยาม…เมืองส่วย !”  เมื่อทุนเทา-สแกมเมอร์ ขี่คออำนาจรัฐ

เมื่อคำว่า "ตอ" แข็งแกร่งกว่า "กฎหมาย" และ "สายอินเทอร์เน็ต" ข้ามโขงยาวไกลกว่า "สายตาผู้ตรวจสอบ" ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ยอดเหยื่อสแกมเมอร์ที่พุ่งสูง แต่คือความเชื่อมั่นของประเทศที่พังทลายจนฉุดไม่อยู่