วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT รัฐบาลภูมิใจไทยส่งโครงการ “คนละครึ่งพลัส” กลับมาอีกครั้ง

 รัฐบาลภูมิใจไทยส่งโครงการ “คนละครึ่งพลัส” กลับมาอีกครั้ง

เผยแพร่

spot_img

หวังกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปีด้วยเงิน 66,400 ล้านบาท แม้แบงก์ชาติเตือนว่า ผลลัพธ์ต่อจีดีพีไม่ถึง 0.4% แต่ก็เป็นโอกาสให้ประชาชนและร้านค้าขนาดเล็กได้ “เฮียใจดี แจกเงิน” กันอีกครั้ง

 โครงการ คนละครึ่ง เคยเริ่มในสมัย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อตอบโต้ผลกระทบจากโควิด-19 และกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ โดยแบ่งเงินให้ประชาชนครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งประชาชนจ่ายเอง ผลปรากฏว่าร้านค้ารายย่อยและผู้ประกอบการขนาดเล็กมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ผลกระทบต่อจีดีพีโดยรวมถือว่าเล็ก โดยรัฐบาลภูมิใจไทยนำกลับมาในชื่อ คนละครึ่งพลัส ปี 2568 ด้วยกลุ่มผู้มีรายได้ในระบบภาษี 9 ล้านคน, กลุ่มทั่วไป 11 ล้านคน และกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13 ล้านคน

                             ข้อมูลจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่าในโครงการเดิม การใช้จ่ายภายในประเทศกระตุ้นจีดีพีได้เล็กน้อย เพราะเงินส่วนใหญ่เป็นการโอนให้ประชาชนใช้จ่ายรายวันและไม่ได้สร้างงานถาวร รวมถึงมีส่วนรั่วไหลออกนอกประเทศผ่านสินค้านำเข้า ข้อเท็จจริงนี้สะท้อนว่า แม้คนละครึ่งจะช่วยร้านค้ารายย่อยและกระตุ้นการจับจ่ายชั่วคราว แต่ผลต่อเศรษฐกิจรวมไม่เด่น

                               โครงการนี้มีทั้ง ผู้สนับสนุนและผู้วิจารณ์ ฝ่ายสนับสนุนมองว่าช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นรายได้ร้านค้ารายย่อย ฝ่ายวิจารณ์เตือนว่าเป็น เครื่องมือสร้างคะแนนนิยมทางการเมือง โดยเฉพาะในช่วงใกล้การเลือกตั้ง และการใช้เงินเต็มวงเงินอาจส่งผลต่อฐานะการคลังในระยะยาว หากนำมาใช้โดยไม่วางมาตรการรองรับ

                                แม้ผลต่อจีดีพีจะน้อย แต่โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นเหมือน ยาแรงชั่วคราว ให้ประชาชนและร้านค้าได้ยิ้มระหว่างปลายปี ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ได้ภาพลักษณ์ว่าใส่ใจประชาชน เหมือนแจกของขวัญช่วงเทศกาล แต่เศรษฐกิจจริงๆ ต้องการมาตรการสร้างงานและความยั่งยืนมากกว่าการแจกเงินชั่วคราว

ข่าวล่าสุด

ข่าว Short News 2569-02-16

เกิดเหตุระทึกกลางงานคอนเสิร์ตที่พัทยา เมื่อ "เสี่ยตัน" พลาดตกเวทีความสูง 2 เมตร ขณะร่วมงานดนตรี ล่าสุดถูกนำตัวส่ง รพ.กรุงเทพ-พัทยา พบอาการปวดต้นคอและหลัง แพทย์สั่งเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

ภูมิใจไทยบนทาง “สองแพร่งอำนาจ” !

การจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวมเสียงให้เกินครึ่งในสภา หากแต่เป็นการวางทิศทางภาพลักษณ์ทางการเมืองในสายตาประชาชน

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่นๆ

ภูมิใจไทยบนทาง “สองแพร่งอำนาจ” !

การจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวมเสียงให้เกินครึ่งในสภา หากแต่เป็นการวางทิศทางภาพลักษณ์ทางการเมืองในสายตาประชาชน

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย