วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT รัฐบาลอนุทิน บนเส้นทาง 4 เดือนที่เต็มไปด้วยกับดัก

 รัฐบาลอนุทิน บนเส้นทาง 4 เดือนที่เต็มไปด้วยกับดัก

เผยแพร่

spot_img

 ในที่สุดประเทศไทยก็มีนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 หลังจากผ่านพ้นช่วงสุญญากาศทางการเมืองมาหลายสัปดาห์ ด้วยคะแนนเสียง 311 เสียง

                    นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศภายใต้ฉากทัศน์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นั่นคือการจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจที่มีอายุจำกัดเพียงสี่เดือน  

                  ภารกิจหลักของรัฐบาลนี้ถูกระบุไว้อย่างชัดเจนในบันทึกข้อตกลง (MOA) ที่ลงนามร่วมกับ “พรรคประชาชน” ซึ่งเป็นพรรคที่พลิกเกมการเมืองในครั้งนี้ด้วยการยอมเป็นฝ่ายค้านเพื่อผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 

                   การขึ้นสู่อำนาจของนายอนุทินจึงไม่ใช่ชัยชนะที่ปราศจากเงื่อนไข แต่เป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ที่เต็มไปด้วยความเปราะบางและความท้าทายที่รออยู่เบื้องหน้า

                    ในอนาคตอันใกล้ รัฐบาลชุดนี้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญถึงสามประการ 

                   ประการแรกคือ “อัมพาตทางนโยบาย” (policy paralysis) เนื่องจากอายุรัฐบาลที่ถูกจำกัดไว้ล่วงหน้า นโยบายระยะยาวที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจะถูกแช่แข็งไว้ ทุกการตัดสินใจและการบริหารงานจะถูกมองว่าเป็นการ “ทำไปพลางก่อน” เพื่อรอการยุบสภาเท่านั้น ซึ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นทั้งในและต่างประเทศ

                    ประการที่สองคือ “ดาบสองคม” จากพันธมิตรของตนเอง การที่พรรคประชาชนเป็นทั้งผู้หนุนให้จัดตั้งรัฐบาลและเป็นฝ่ายค้านที่คอยตรวจสอบรัฐบาลไปพร้อมๆ กัน ทำให้รัฐบาลไม่สามารถทำงานได้อย่างอิสระและขาดเสถียรภาพ การผลักดันกฎหมายสำคัญแต่ละฉบับจะต้องอาศัยการประนีประนอมเป็นรายกรณี ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นได้ตลอดเวลา 

                     นอกจากนี้ รัฐบาลใหม่ยังต้องแบกรับภาระหนักจาก “ข่าวลือ” เรื่องการใช้เงินมหาศาลเพื่อซื้อเสียงสนับสนุนในสภา แม้จะเป็นข้อกล่าวหาที่ยังไม่มีการพิสูจน์ แต่การที่มี สส. จากพรรคเพื่อไทยออกมาอภิปรายอย่างชัดเจน ทำให้เกิดคำถามต่อความชอบธรรมในการขึ้นสู่อำนาจตั้งแต่ต้น บรรยากาศแห่งความไม่ไว้วางใจนี้จะกัดกร่อนความน่าเชื่อถือของรัฐบาล และเปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้ามสามารถใช้เป็นเครื่องมือโจมตีได้ตลอดเวลา ซึ่งอาจกลายเป็นกับดักที่ทำให้รัฐบาลไปไม่ถึงจุดหมายที่กำหนดไว้ 

                    การเมืองในระยะสี่เดือนข้างหน้าจึงไม่ต่างจากการแสดงละครฉากใหญ่ที่ตัวละครหลักต้องเล่นตามบทที่เขียนไว้แล้ว โดยที่ฝ่ายเขียนบทคือคนที่ถืออำนาจในการยุบเลิกการแสดงได้ตลอดเวลา

                     ดังนั้น รัฐบาลของนายอนุทินจึงไม่ใช่รัฐบาลที่มุ่งมั่นจะ “สร้าง” หรือ “ปฏิรูป” แต่เป็นรัฐบาลที่ถูกออกแบบมาเพื่อ “เคลียร์ทาง” ให้กับการเลือกตั้งครั้งใหม่และการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามความต้องการของผู้กุมอำนาจที่แท้จริง 

                    ความท้าทายของพวกเขาจึงไม่ใช่การแก้ปัญหาน้ำท่วมหรือปากท้องของประชาชน แต่เป็นการรักษาสมดุลทางการเมืองในภาวะที่เปราะบางที่สุดเพื่อไม่ให้ถูกล้มกลางคันเสียก่อน 

                  รัฐบาลนี้จึงไม่ต่างจากรถแข่งที่ต้องวิ่งเข้าสู่เส้นชัยในระยะทางเพียงสี่เดือน โดยมีผู้ควบคุมเกมที่นั่งอยู่ในสนามหญ้าและพร้อมจะโบกธงยุติการแข่งขันได้ทุกเมื่อ

                  วันนี้  เรามาถึงจึดสำคัญขอวการเมืองไทยที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน จึงเป็นบทพิสูจน์ว่าโมเดลการเมือง“แบบใหม่”ที่อาศัยการประนีประนอมในเงื่อนไขที่ไม่เคยมีมาก่อนจะสามารถนำพาประเทศไปสู่ทางออกได้จริงหรือเป็นเพียงการยืดเวลาแห่งความวุ่นวายออกไปเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย

อย่าให้ใครเรียก …“สยาม…เมืองส่วย !”  เมื่อทุนเทา-สแกมเมอร์ ขี่คออำนาจรัฐ

เมื่อคำว่า "ตอ" แข็งแกร่งกว่า "กฎหมาย" และ "สายอินเทอร์เน็ต" ข้ามโขงยาวไกลกว่า "สายตาผู้ตรวจสอบ" ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ยอดเหยื่อสแกมเมอร์ที่พุ่งสูง แต่คือความเชื่อมั่นของประเทศที่พังทลายจนฉุดไม่อยู่