วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTรัฐบาลอนุทิน แถลงนโยบายวันนี้  สื่อจับตา 2 เดิมพันใหญ่ "แก้ รธน. และปมชายแดน" ชี้ชะตาความชอบธรรม 4 เดือนรัฐบาล

รัฐบาลอนุทิน แถลงนโยบายวันนี้  สื่อจับตา 2 เดิมพันใหญ่ “แก้ รธน. และปมชายแดน” ชี้ชะตาความชอบธรรม 4 เดือนรัฐบาล

เผยแพร่

spot_img

    วันนี้ (29 กันยายน 2568) รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมแถลงนโยบายต่อรัฐสภา  ท่ามกลางวาระบริหารประเทศที่จำกัดเพียง 4 เดือน โดยการวิเคราะห์ล่วงหน้าชี้ว่า หัวใจสำคัญของคำแถลงไม่ได้อยู่แค่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น แต่เป็นการรักษาสัจจะทางการเมืองตามข้อตกลง (MOA) ผ่านการผลักดัน 2 ประเด็นละเอียดอ่อนที่ต้องทำให้เป็นรูปธรรม ได้แก่ การเริ่มกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ การคลี่คลายข้อพิพาทบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งจะเป็นเดิมพันชี้วัดความชอบธรรมและเสถียรภาพของรัฐบาลชุดนี้

                         จากประเด็นหลักและเงื่อนไขวาระสั้น ในร่างคำแถลงนโยบายที่ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ได้แบ่งนโยบายออกเป็นส่วนเร่งด่วน 4-5 ด้าน โดยมีเป้าหมายหลักในการแก้ปัญหาปากท้องและค่าครองชีพ เช่น โครงการคนละครึ่ง และการแก้หนี้สินฐานราก อย่างไรก็ตาม ด้วยการประกาศยุบสภาภายในเดือนมกราคม 2569 ทำให้รัฐบาลต้องแสดงความมุ่งมั่นต่อนโยบายเชิงโครงสร้างที่สำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นการเมืองและการต่างประเทศที่มีความอ่อนไหวสูง

                              ประเด็นแรกที่ถูกจับตาคือ “การแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล แม้รัฐบาลจะไม่สามารถแก้ไขสำเร็จได้ใน 4 เดือน แต่ความสำเร็จจะถูกวัดที่การ “เริ่มต้นกระบวนการ” อย่างจริงจัง รัฐบาลจำเป็นต้องระบุกรอบเวลาและขั้นตอนที่ชัดเจนสำหรับการ “จัดทำประชามติ” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณะว่า ข้อตกลงทางการเมืองดังกล่าวไม่ได้ถูกนำมาใช้เพื่อเป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจเท่านั้น แต่เป็นการคืนอำนาจให้ประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นจุดที่ฝ่ายค้านจะใช้ในการอภิปรายและตรวจสอบอย่างเข้มข้นที่สุด

                             ที่สำคัญการเดิมพันความมั่นคง  ในการคลี่คลายข้อพิพาทชายแดน

                         “การแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา” โดยเน้นการใช้แนวทางสันติวิธีและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศ การบรรจุวาระนี้ในนโยบายสะท้อนถึงความพยายามในการคลี่คลายปมปัญหาที่สะสมมานาน โดยเฉพาะพื้นที่ทับซ้อนและการรุกล้ำอธิปไตย  ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นวาระการเมือง การทำให้เป็นรูปธรรมคือการ “เริ่มต้นการเจรจาระดับคณะกรรมการร่วม” อย่างเป็นทางการ และการส่งสัญญาณเชิงบวกผ่านกิจกรรมทางเศรษฐกิจบริเวณชายแดน เพื่อสร้างความคืบหน้าที่จับต้องได้ก่อนสิ้นสุดวาระของรัฐบาลชั่วคราว

                      การแถลงนโยบายของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล จึงเป็นบทพิสูจน์ที่หนักอึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องเงินในกระเป๋าของประชาชน แต่คือความสามารถในการบริหาร “พันธสัญญาทางการเมือง” และ “ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” ภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลา รัฐบาลต้องแสดงท่าทีอย่างชัดเจนด้วยการแถลงในที่ประชุมรัฐสภา เป็นวิสัยทัศน์ที่รัดกุมในการใช้ 4 เดือนนี้เป็นรากฐาน ไม่ใช่การบริหารหาเสียงเพื่อการเลือกตั้งคราวหน้า

                      ที่สำคัญไม่น้อยกว่ากัน คือการอภิปรายของฝ่ายค้านตลอดสองวันจะเป็นเครื่องชั่งน้ำหนักที่ใช้ตัดสินว่ารัฐบาลชุดนี้สมควรได้รับความเชื่อมั่นจากรัฐสภาและประชาชนเพียงใด

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย

อย่าให้ใครเรียก …“สยาม…เมืองส่วย !”  เมื่อทุนเทา-สแกมเมอร์ ขี่คออำนาจรัฐ

เมื่อคำว่า "ตอ" แข็งแกร่งกว่า "กฎหมาย" และ "สายอินเทอร์เน็ต" ข้ามโขงยาวไกลกว่า "สายตาผู้ตรวจสอบ" ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ยอดเหยื่อสแกมเมอร์ที่พุ่งสูง แต่คือความเชื่อมั่นของประเทศที่พังทลายจนฉุดไม่อยู่