วันจันทร์, มีนาคม 9, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT รัฐบาล “อนุทิน” ถูกกดดันอย่างหนักกับภารกิจเร่งด่วนในเวลาเพียง 4 เดือน

 รัฐบาล “อนุทิน” ถูกกดดันอย่างหนักกับภารกิจเร่งด่วนในเวลาเพียง 4 เดือน

เผยแพร่

spot_img

ขณะที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามถึงความจริงใจในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและความมั่นคงชายแดน ท่ามกลางความกังวลว่ารัฐบาลอาจเลือกเดินเกมหาเสียงมากกว่าปกป้องประชาชนที่กำลังเผชิญความยากลำบาก

                          นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยมีข้อจำกัดจากข้อตกลงทางการเมือง MOA ที่กำหนดกรอบเวลาเพียง 4 เดือน ก่อนการยุบสภาและร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ภายใต้เวลาที่บีบคั้น 

                          รัฐบาลเสนอแก้ไขปัญหาเร่งด่วน 5 ด้าน โดยเฉพาะการจัดการเศรษฐกิจปากท้อง และการสกัดกั้นอาชญากรรมข้ามชาติจากพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา 

                         ปัญหาหลักอยู่ที่การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและการคุ้มครองเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา ซึ่งสะท้อนว่าโจทย์ความมั่นคงครั้งนี้ซับซ้อนเกินกว่ามาตรการเชิงเดี่ยว

                           แม้การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นวาระที่มีโอกาสสำเร็จสูงเพราะสอดคล้องกับ MOA แต่ความท้าทายใหญ่กลับอยู่ที่การรักษาความมั่นคงชายแดน เนื่องจากการใช้กำลังทหารเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยุติอาชญากรรมข้ามชาติได้ การจัดการอย่างยั่งยืนต้องดำเนินควบคู่ไปกับการทูตเชิงรุก เพื่อกดดันให้กัมพูชาเคารพข้อตกลงระหว่างประเทศ ขณะเดียวกันประเทศไทยก็ต้องเพิ่มมาตรการควบคุมพื้นที่ชายแดนให้รัดกุม นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องแสดงภาวะผู้นำในการผสาน “กำลังรบ” และ “กำลังเจรจา” อย่างแท้จริง

                          ฝ่ายค้านอภิปรายวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาว่า รัฐบาลกำลังใช้เวลาสั้น ๆ เพื่อสร้างคะแนนนิยมมากกว่าจัดการปัญหาเชิงโครงสร้าง การเน้นมาตรการประชานิยมอย่างการอัดฉีดเงินหรือโครงการแจกจ่ายในช่วงวิกฤต อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าปัญหาคลี่คลายแล้ว ทั้งที่ประเด็นใหญ่ เช่น การจัดการอาชญากรรมข้ามชาติ  และการยุติความตึงเครียดชายแดน ต้องอาศัยกลไกผสมผสานทั้งด้านทูตและความมั่นคง ฝ่ายค้านจึงตั้งคำถามถึงความจริงใจของรัฐบาลว่าแท้จริงแล้วกำลัง “ทำเพื่อพรรค” มากกว่า “ทำเพื่อชาติ” หรือไม่

                          ในยามที่เศรษฐกิจถดถอยและความมั่นคงชายแดนเปราะบาง ประชาชนคาดหวังว่ารัฐบาลเฉพาะกิจนี้จะไม่ปล่อยเวลา 4 เดือนให้สูญเปล่า การบูรณาการงานระหว่างกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศจึงเป็นหัวใจหลัก หากรัฐบาลแสดงให้เห็นว่าการทูตสามารถหนุนการทหารในการกดดันประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันก็ปกป้องประชาชนจากอาชญากรรมข้ามชาติได้จริง จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ารัฐบาลทำเพื่อประโยชน์ของชาติ มิใช่เพื่อการเลือกตั้งครั้งหน้า

                          รัฐบาลใหม่ อย่ามัวแต่หาคะแนนนิยม! ประชาชนไม่ได้ต้องการ “คนละครึ่ง” เพื่อประทังชีวิต แต่ต้องการรัฐบาลที่ไม่ “ครึ่ง ๆ กลาง ๆ” ในการใช้ทั้งการทูตและการทหาร เพื่อสกัดกั้นภัยจากชายแดนและปกป้องอนาคตของประเทศ

ข่าวล่าสุด

Beyond Power and Technology: “A Call for Moral Leadership”

We are all human. We are born the same way, and we all require the same basic necessities to survive. How, then, have we allowed greed to consume us?

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

คนไทยสกัด “แคลเซียมพรีเมียม” จากปลาหมอคางดำ

คุณภาพเทียบชั้นแซลมอน คว้ารางวัลระดับโลก!  . ทิ้งภาพจำปลาไร้ค่าไปได้เลย! ใครจะไปเชื่อว่า "ปลาหมอคางดำ" ที่ก้างเยอะ หัวโต เนื้อน้อย จะถูกนักวิจัยไทยจับมาแปลงโฉมใหม่ สกัดเป็น "Bio-Calcium เกรดพรีเมียม" ที่คุณภาพเบียดตีคู่มากับปลาแซลมอนราคาแพง! งานนี้ไม่ได้เก่งแค่ในประเทศ แต่บินไปคว้า...

ไปรษณีย์ไทย เปิดตัวแสตมป์ พระแม่ธรณีบีบมวยผม รับ ‘วันสตรีสากล’ 8 มีนาคม

“วันสตรีสากล” (International Women's Day : IWD) ถือเป็นการระลึกพลัง ความสามารถ และความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงสังคม

ข่าวอื่นๆ

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...