วันจันทร์, มีนาคม 9, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT รัฐบาล 4 เดือน กับมรสุม“ความเชื่อมั่น“

 รัฐบาล 4 เดือน กับมรสุม“ความเชื่อมั่น“

เผยแพร่

spot_img

จะอยู่รอด หรือจำต้องยุบสภาก่อนกำหนด? 

                         คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันที่เข้าบริหารประเทศภายใต้เงื่อนไขความเชื่อมั่น 4 เดือน กำลังเผชิญกับมรสุมทางการเมืองที่ถาโถมจากหลายทิศทางอย่างหนักหน่วง 

                         การตัดสินใจของ ปปง. ในการอายัดทรัพย์ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล มูลค่า 159 ล้านบาท ซึ่งมีข้อมูลว่าเชื่อมโยงกับธุรกิจสีเทา นับเป็นชนวนล่าสุดที่กระทบต่อ เสถียรภาพทางคุณธรรมของรัฐบาลโดยตรง   แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะยืนยันในหลักการให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่เลือกชื่อแซ่ และ ส.ส. เจ้าตัวจะยืนยันความบริสุทธิ์และพร้อมชี้แจง

                        กรณีดังกล่าวยิ่งตอกย้ำภาพความเชื่อมโยงของคนในวงอำนาจกับประเด็นอาชญากรรมข้ามชาติที่เคยถูก ส.ส. ฝ่ายค้านอภิปรายมาแล้วก่อนหน้านี้ ความท้าทายที่แท้จริงของรัฐบาลชุดนี้จึงไม่ใช่แค่การบริหารนโยบายให้ทันกำหนดเวลา แต่คือการประคอง ทุนทางสังคม และกอบกู้ความเชื่อมั่นที่กำลังลดลงอย่างรวดเร็ว

                        ปัจจัยที่กำลังกัดกร่อนรัฐบาลมีถึงสามมิติสำคัญที่เชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก

                       ประการแรก มิติธรรมาภิบาลและความเชื่อมโยงกับธุรกิจสีเทา  ซึ่งปัญหาชุดนี้ได้สะสมมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ฝ่ายค้านอภิปรายว่ามีรัฐมนตรีในคณะเกี่ยวข้องกับบุคคลต่างชาติที่เป็นสแกมเมอร์ ต่อมามีข้าราชการการเมืองในทีมงานของรัฐมนตรีที่ถูกครหาในเรื่องเดียวกัน รับว่าความให้บุคคลที่ถูกกล่าวหา ไปจนถึงการลาออกของรัฐมนตรีช่วยที่ถูกข้อครหาว่าเกี่ยวพันกับเครือข่ายนี้ และล่าสุดคือการอายัดทรัพย์ ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลว่าพัวพันเว็บพนันออนไลน์ 

                      การเรียงลำดับเหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึง ความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง ในการคัดกรองบุคลากร และสร้างความเสียหายต่อ ความชอบธรรมของรัฐบาลอย่างร้ายแรง 

                     ประการที่สอง มิติปัญหาการเมืองและความมั่นคงรัฐบาลยังถูกรุมเร้าด้วยปัญหาชายแดนที่คาราคาซังจนต้อง “ฉีกปฏิญญาสันติภาพ” ทิ้งเพื่อเริ่มนับหนึ่งใหม่ และปัญหาความล่าช้าในการพิจารณาแนวทางร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งเป็นชนวนให้กลุ่มที่ต้องการการปฏิรูปไม่พอใจ 

                    ประการที่สาม มิติเสถียรภาพภายใน มีรายงานข่าวกระจายทั่วว่าพรรคเพื่อไทยกำลังหาช่องทางกดดันเพื่อยื่นเสนอไม่ไว้วางใจ   หวังให้ยุบสภาก่อนครบกำหนด 4 เดือน ใน31 มกราคม 2569 ซึ่งสะท้อนความเปราะบางของกลุ่มพันธมิตรจัดตั้งรัฐบาลที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจได้อย่างรวดเร็ว

                    ภายใต้แรงกดดันจากปัญหาภายในและภายนอกที่รุมล้อมอยู่มากมาย ทั้งความมั่นคงของชาติที่ถูกทุ่นระเบิดทำลาย และธรรมาภิบาลที่ถูกเว็บพนันบั่นทอน  แนวโน้มที่รัฐบาลจะอยู่รอดครบ 4 เดือนตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้ ดูจะเป็นภารกิจที่ท้าทายอย่างยิ่ง 

                   ข้อขัดข้องสำคัญที่สุดที่อาจนำไปสู่การยุบสภาก่อนกำหนด คือการที่รัฐบาล ล้มเหลวในการจัดการกับคนของตัวเอง หาก ปปง. หรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายพบหลักฐานเชื่อมโยงบุคคลระดับรัฐมนตรีตามที่เคยถูกอภิปรายไว้ รัฐบาลจะถึงจุดวิกฤตความเชื่อมั่นทันที 

                  รัฐบาลชุดนี้กำลังสร้างประวัติศาสตร์ทางการเมืองใหม่  แทนที่จะเป็นรัฐบาลที่ต้องแก้ปัญหา ความขัดแย้งทางการเมืองอย่างที่เคยเป็นมา แต่กำลังจะกลายเป็นรัฐบาลที่ต้องเอาตัวรอดจากปัญหา อาชญากรรมไซเบอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ ที่แทรกซึมเข้ามาถึงในทำเนียบรัฐบาลเอง 

                ดังนั้น แนวโน้มที่จะต้องยุบสภาหรือมีการปรับคณะรัฐมนตรีใหญ่ก่อนวันที่ 31 มกราคม 2569 จึงอยู่ในระดับสูงมาก หากรัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยการขจัดตัดชิ้นเนื้อร้ายออกจากกลุ่มผลประโยชน์สีเทาได้อย่างเด็ดขาดและเป็นที่ประจักษ์

ข่าวล่าสุด

 ‘โมจตาบา คอเมเนอี’ ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ที่กำลังถูก ‘สหรัฐฯ-อิสราเอล’ หมายหัว

โมจตาบา ในวัย 56 ปี ได้รับการคัดเลือกโดยสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน ซึ่งเป็นองค์กรที่มีสมาชิก 88 คน มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการแต่งตั้งผู้มีอำนาจสูงสุดทางการเมืองและศาสนาของประเทศ

ตาต่อตา! ฟันต่อฟัน!! 239 ล้ง ขู่!ประกาศจะงดซื้อมะพร้าว 2วัน 

คำขู่จากล้ง กลุ่มล้งประกาศจะ "งดซื้อ"มะพร้าว เป็นเวลา 2 วัน เพื่อดูว่ากระทรวงพาณิชย์ จะจัดการอย่างไร

ตอนนี้กรุงเตหะรานเหมือนตกอยู่ในนรก

การเผาไหม้น้ำมันในปริมาณมหาศาลทำให้เกิด "ฝนกรดสีดำ" จากการที่ไอเสียลอยขึ้นไปทำปฏิกิริยากับความชื้นในอากาศจนกลายเป็นกรดซัลฟิวริกและกรดไนตริกที่สะสมอยู่ในก้อนเมฆ และตกลงมาเป็นฝนสีดำสนิท

ทุนอาหรับหนีสงครามเข้าเอเชียตะวันออก–ไทยโดดเด่น

‘จาง เว่ยเว่ย’ ฟันธงสงครามรุกรานอิหร่านคือจุดจบของอเมริกา คลื่นเงินทุนมหาศาลไหลออกจากเอเชียตะวันตก มุ่งสู่ประเทศไทย

ข่าวอื่นๆ

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...