หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“ลิซ่า-เนเน่” 2 เด็กไทยเขย่าเวทีโลกกระหึ่ม ขับเคลื่อน Soft Power ไร้พรมแดน

“ลิซ่า-เนเน่” 2 เด็กไทยเขย่าเวทีโลกกระหึ่ม ขับเคลื่อน Soft Power ไร้พรมแดน

เผยแพร่

spot_img

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์”

ประจำวันที่ 16 กรกฎาคม 2569

แต่ภาพจำความทุจริตในบ้านเกิดยังคงส่งเสียงดังไม่หยุดหย่อน

                              วงการบันเทิงระดับโลกในปัจจุบันต่างต้องหันมาจับตามองความเคลื่อนไหวของสองศิลปินสาวสายเลือดไทยอย่าง “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” และ “เนเน่-พรนับพัน พรเพ็ญพิพัฒน์” ผู้ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ศักยภาพ ทักษะ และวินัยของเมดอินไทยแลนด์สามารถพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดของอุตสาหกรรมบันเทิงระดับนานาชาติได้อย่างไร้ข้อกังขา ในขณะที่แสงสว่างจากความสำเร็จส่วนบุคคลของพวกเธอกำลังส่องประกายอย่างเจิดจ้า คำถามสำคัญที่สะท้อนย้อนกลับมายังประเทศบ้านเกิดก็คือ ชื่อเสียงอันสง่างามที่พวกเธอพากเพียรสร้างขึ้น จะต้องมาถูกบดบังด้วยกระแสข่าวทุจริตเชิงระบบที่กัดกินความเชื่อมั่นของชาติอยู่รายวันหรือไม่ ?

                             ไอคอนหญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งยุค คงไม่มีใครปฏิเสธชื่อของ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ที่ปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงแค่ป๊อปสตาร์แห่งวงการ K-Pop แต่เธอคือ Global Icon ที่แผ่ขยายอาณาจักรความปังไปสู่วงการแฟชั่นระดับไฮเอนด์ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของแบรนด์ระดับท็อป และการพิสูจน์ฝีมือในฐานะนักแสดงระดับฮอลลีวูดผ่านซีรีส์ฟอร์มยักษ์ The White Lotus ซีซัน 3 ทุกการขยับตัวของเธอคือการสร้างเม็ดเงินมหาศาล และทำให้วัฒนธรรมความเป็นไทยกลายเป็นความเท่ที่คนทั่วโลกอยากสัมผัส

                               ในขณะที่ลิซ่าครองใจฝั่งตะวันตกและสากล เนเน่-พรนับพัน พรเพ็ญพิพัฒน์ (เจิ้งหน่ายซิน) สาวน้อยเมืองภูเก็ต ก็คือหัวหอกคนสำคัญที่สามารถเจาะทะลวงกำแพงเมืองจีนที่มีการแข่งขันสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลกได้อย่างราบคาบ จากเด็กสาวที่เริ่มต้นเรียนภาษาจีนจากศูนย์ในรายการ Chuang 2020 วันนี้เธอก้าวสู่การเป็นศิลปินเดี่ยวแถวหน้าภายใต้ค่ายเพลงระดับโลก Sony Music China ควบตำแหน่งเมนเทอร์ และนักแสดงซีรีส์จีนที่มีฐานแฟนคลับชาวจีนหนาแน่นนับล้านคน เสน่ห์และพลังเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอคือสะพานเชื่อมวัฒนธรรมไทย-จีนที่ดีที่สุดในยุคปัจจุบัน

                            หากนำศักยภาพของทั้งสองสาวไทยไปเปรียบเทียบกับโมเดลการสร้างศิลปินของต่างประเทศ จะเห็นได้ชัดว่าเด็กไทยมีจุดแข็งที่โดดเด่นมากในเรื่องของความยืดหยุ่นทางวัฒนธรรม และความทรหด ขณะที่ระบบสร้างไอดอลของเกาหลีใต้หรือจีนมักจะผลิตศิลปินตามพิมพ์นิยมที่มีกรอบชัดเจน แต่ ลิซ่า และ เนเน่ กลับสามารถดึงเอาเสน่ห์ตามธรรมชาติ รอยยิ้ม ความอ่อนน้อมถ่อมตนแบบฉบับคนไทยผสมผสานเข้ากับมาตรฐานวินัยขั้นสูง จนสามารถเบียดเอาชนะเด็กฝึกท้องถิ่นในต่างแดนและคว้าหัวใจคนดูได้อย่างงดงาม สะท้อนว่าโครงสร้างสมองและฝีมือของคนไทยนั้นมีวัตถุดิบชั้นเลิศที่ไม่เคยเป็นรองชาติใดในปฐพี

                               เมื่อหันกลับมามองโลกความเป็นจริงในบ้านเกิด ความสำเร็จอันแสนงดงามบนเวทีโลกกลับตัดสลับกับภาพความหดหู่ใจของระบบโครงสร้างไทยอย่างสิ้นเชิง สายตาชาวโลกอาจมองเห็นความโปร่งใสและโอกาสที่เด็กไทยสองคนได้รับจากการแข่งขันระดับสากล สวนทางกับหน้าข่าวในประเทศที่หนาแน่นไปด้วยความสิ้นหวังจากปัญหาทุจริตฝังราก ตั้งแต่กระบวนการโกงสอบเข้าทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข่าวข้าราชการเรียกรับผลประโยชน์กลุ่มทุน ไปจนถึงเกมการเมืองระดับชาติอย่างข้อครหาเรื่องการฮั้วสรรหา สว.ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เผยให้เห็นพฤติกรรมการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบเพื่อผลประโยชน์ของพวกพ้อง ซึ่งทำลายระบบคุณธรรมและบดขยี้โอกาสในการเติบโตของเด็กเก่งที่ไร้เส้นสายอย่างไม่มีชิ้นดี

                               ความย้อนแย้งขนานใหญ่ที่เกิดขึ้นนี้กลายเป็นภาพสะท้อนที่ตัดกันอย่างรุนแรง เพราะในขณะที่สองเด็กสาวไทยกำลังทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างชื่อเสียงระดับสากลเพื่อกู้หน้าตาให้ประเทศ แต่ภายในบ้านเกิดกลับยังคงมีเรื่องฉาวโฉ่เกิดขึ้นรายวัน ไม่ว่าจะเป็นการโกงสอบท้องถิ่น ข้าราชการตบทรัพย์ หรือข้อครหาเรื่องการฮั้วเก้าอี้สภา ซึ่งหากปล่อยให้ความเหลวแหลกเหล่านี้ยังคงส่งเสียงดังและเลื่องลือในทางเสียหายจนกลบรัศมีผลงานของพวกเธอ ปลายทางของประเทศก็คงไม่มีวันเปลี่ยน ต่อให้มีเด็กไทยไปเขย่าโลกเพิ่มขึ้นอีกกี่คน ตราบใดที่สิ่งโสโครกในบ้านยังไม่ถูกสะสาง ภาพจำที่ชาวโลกใช้ตัดสินและนิยามความเป็นไทย ก็ยังคงเป็นความฉาวโฉ่ที่เกิดขึ้นในบ้านของเราเองอยู่ดี

#เนเน่#ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล#INSIDE INSIGHT#ชัยทัศน์วิเคราะห์#Soft Power

ข่าวล่าสุด

เกาหลีใต้ปูพรมแบน “4 จังหวัดอีสาน” บีบไทยล้างบาง “ผีน้อย”

มาตรการลงโทษทางภูมิศาสตร์ของรัฐบาลเกาหลีใต้ที่สั่งระงับวีซ่าเกษตรตามฤดูกาล (E-8) จาก 4 จังหวัดใหญ่ภาคอีสาน (อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ มหาสารคาม)

“ทิ้งซิม” เท่ากับ“ทิ้งเงิน” ..พันล้านที่ถูกกลืนเงียบในระบบเติมเงินไทย

2569-07-14 INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 “เบอร์“เป็นของรัฐ ”วัน“เป็นของระบบ แต่ ”เงิน“ ต้องเป็นของประชาชน                            ท่ามกลางยุคสมัยที่เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยขับเคลื่อนด้วยความเร็วแสงและการเข้าถึงโครงข่ายโทรคมนาคมกลายเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ทว่ากลับมี “หลุมดำ” ขนาดใหญ่ที่ถูกมองข้ามมานานหลายทศวรรษ...

เชียงใหม่,กรุงเทพ ฯ ติด “เมืองงามอันดับโลก”  ภาพสะท้อนเบื้องหลังยังสอบตกผุกร่อนด้วยทุนเทา-สแกมเมอร์

Travel + Leisure ประกาศให้ "เชียงใหม่" คว้าอันดับ 3 และ "กรุงเทพมหานคร" ติดอันดับ 6 เมืองที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2569 คือยากระตุ้นหัวใจชั้นดีของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

อิจฉา…“คนรวย”  และ สงสาร…”คนจน”   มายาคติบน “กระดานเอียง..” ที่ไร้กติกา

“คนราย” กับ “คนจน” ปมปัญหาที่แท้จริงหาใช่เรื่องของบุญวาสนาหรือความเกียจคร้านไม่ แต่คือ “ความอยุติธรรมของกติกาเชิงโครงสร้าง” ที่เอื้อให้เกิดการผูกขาด ขัดขวางการขยับสถานะทางสังคม (Social Mobility)

ข่าวอื่นๆ

เกาหลีใต้ปูพรมแบน “4 จังหวัดอีสาน” บีบไทยล้างบาง “ผีน้อย”

มาตรการลงโทษทางภูมิศาสตร์ของรัฐบาลเกาหลีใต้ที่สั่งระงับวีซ่าเกษตรตามฤดูกาล (E-8) จาก 4 จังหวัดใหญ่ภาคอีสาน (อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ มหาสารคาม)

“ทิ้งซิม” เท่ากับ“ทิ้งเงิน” ..พันล้านที่ถูกกลืนเงียบในระบบเติมเงินไทย

2569-07-14 INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 “เบอร์“เป็นของรัฐ ”วัน“เป็นของระบบ แต่ ”เงิน“ ต้องเป็นของประชาชน                            ท่ามกลางยุคสมัยที่เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยขับเคลื่อนด้วยความเร็วแสงและการเข้าถึงโครงข่ายโทรคมนาคมกลายเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ทว่ากลับมี “หลุมดำ” ขนาดใหญ่ที่ถูกมองข้ามมานานหลายทศวรรษ...

เชียงใหม่,กรุงเทพ ฯ ติด “เมืองงามอันดับโลก”  ภาพสะท้อนเบื้องหลังยังสอบตกผุกร่อนด้วยทุนเทา-สแกมเมอร์

Travel + Leisure ประกาศให้ "เชียงใหม่" คว้าอันดับ 3 และ "กรุงเทพมหานคร" ติดอันดับ 6 เมืองที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2569 คือยากระตุ้นหัวใจชั้นดีของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย