หน้าแรกINSIDE - INSIGHTวันนี้    “วิสาขบูชาสากลโลก”  2569  พลวัตแห่งศรัทธาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

วันนี้    “วิสาขบูชาสากลโลก”  2569  พลวัตแห่งศรัทธาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

เผยแพร่

spot_img

กับการขับเคลื่อนรักษาสันติภาพส่วนบุคคลของพุทธบริษัทสี่

                              ท่ามกลางกระแสธารแห่งความเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ซึ่งประชาคมโลกต้องเผชิญกับความท้าทายเชิงภูมิรัฐศาสตร์อันสลับซับซ้อนและวิถีทุนนิยมที่เร่งรัด วันวิสาขบูชา ประจำปีพุทธศักราช 2569 ยิ่งทวีความสำคัญในฐานะหมุดหมายเชิงอุดมการณ์ที่เตือนใจให้มนุษยชาติหันกลับมาพิจารณาถึงความสงบภายในอันเป็นรากฐานสำคัญของสันติภาพที่แท้จริง

                           วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาในวันนี้จึงมิใช่เพียงวันหยุดราชการตามจารีตประเพณีแต่เดิมมา หากแต่ทำหน้าที่เป็นกลไกเชิงคุณค่าที่สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตทางสังคม การเดินทางขององค์ความรู้เชิงศาสนศาสตร์จากอดีตสู่ปัจจุบัน และการจัดวางสถานะของพุทธศาสนิกชนไทยในฐานะพลเมืองโลกที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมตามมาตรฐานสากล

                              มิติทางประวัติศาสตร์ของพิธีวิสาขบูชาในสยามประเทศมีรากเหง้าอันยาวนานนับแต่สมัยสุโขทัยเป็นราชธานี ซึ่งได้รับแบบแผนการปฏิบัติมาจากลังกาเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา โดยปรากฏข้อเท็จจริงว่าทั้งข้าราชบริพารและอาณาประชาราษฎร์ต่างพร้อมใจกันประกอบการกุศลและจุดประทีปโคมไฟทั่วทั้งพระนครในวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนหก แม้ประเพณีดังกล่าวจะเคยผันแปรไปตามบริบทการเมืองการปกครองในบางยุคสมัย ทว่าการรื้อฟื้นครั้งใหญ่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้กลายเป็นรากฐานแห่งศรัทธาที่สืบทอดอย่างมั่นคงมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยพลังความร่วมมือร่วมใจของพุทธบริษัทสี่ในการทำนุบำรุงจารีตประเพณีให้สถิตเสถียร

                           คุณค่าอันเป็นสากลของวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ได้รับการยกระดับสู่เวทีนานาชาติอย่างเป็นทางการ เมื่อสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้มีข้อมติรับรองความสำคัญในคราวประชุมสมัยสามัญ ครั้งที่ 54   ธันวาคม พศ. 2542 ให้วันวิสาขบูชาเป็น “วันสำคัญสากลของโลก” เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์อัศจรรย์ 3 ประการ คือ การประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

                          การที่องค์กรกลางระดับโลกให้การยอมรับและมีการอัญเชิญพระเจดีย์วิสาขบูชานุสรณ์ ซึ่งได้รับประทานจากสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร ฯ ไปประดิษฐานถาวร ณ สำนักงานใหญ่ นครนิวยอร์ก ย่อมเป็นประจักษ์พยานว่า แก่นแท้ของพุทธศาสนาได้ก้าวข้ามพรมแดนทางเชื้อชาติและนิกายสู่มรดกทางปัญญาของมนุษยชาติ

                          วัตถุประสงค์หลักขององค์การสหประชาชาติในการจัดงานเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลกในแต่ละปี มุ่งเน้นการยกย่องคุณูปการของพระพุทธศาสนาที่มีต่อจิตวิญญาณของมนุษยชาติมานานกว่าสองพันห้าร้อยปี โดยมีเจตนารมณ์ในการใช้พุทธปัญญาเป็นเครื่องมือส่งเสริมสันติภาพ ความเมตตา และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ซึ่งสอดคล้องกับปฏิญญาและหลักการพื้นฐานของกฎบัตรสหประชาชาติอย่างแนบแน่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการดำเนินกิจกรรมเฉลิมฉลองระดับนานาชาติ ที่มุ่งเน้นการใช้พุทธปัญญาในการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับโลก และการสร้างอนาคตร่วมกันของมวลมนุษยชาติ เพื่อถอดรหัสคำสอนมาแก้ปัญหาความขัดแย้งเชิงโครงสร้างและวิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม

                            การรักษาความงดงามของจารีตประเพณีให้ยั่งยืน จำต้องอาศัยแรงขับเคลื่อนที่มาจากรากฐานของสังคมเป็นหลัก ปรากฏการณ์อันน่าอนุโมทนาในปีพุทธศักราช 2569 นี้ คือการปักหมุดจุดหมายแห่งศรัทธา ณ 10 วัดสำคัญทั่วประเทศ อาทิ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม, วัดตระพังทอง จังหวัดสุโขทัย, วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว จังหวัดเพชรบูรณ์ และวัดธาตุน้อย จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อรวมใจพุทธศาสนิกชนสร้างมหากุศลครั้งใหญ่ผ่านกิจกรรม “ครอบครัวหิ้วตะกร้า ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน” ร่วมจุดประทีป 1 ล้านดวง และสวดมนต์ทำนองสรภัญญะ 1 ล้านจบ ถวายเป็นพุทธบูชา  ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเมื่อศรัทธาถูกส่งต่อและโอบรับโดยภาคประชาชนอย่างแท้จริง การปฏิบัติบูชาและอามิสบูชาย่อมดำเนินไปด้วยความบริสุทธิ์ใจและเกื้อหนุนเศรษฐกิจชุมชนไปพร้อมกัน

                       การตื่นรู้และแยกแยะอย่างมีวุฒิภาวะของพุทธบริษัทในการน้อมนำหลักธรรมมาสู่การปฏิบัติจริง ตั้งแต่รุ่งอรุณด้วยการทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหารเพื่อสละความตระหนี่ การสมาทานอุโบสถศีลเพื่อความบริสุทธิ์แห่งกาย วาจา ใจ ตลอดจนการเจริญจิตภาวนา และการร่วมพิธีเวียนเทียนด้วยความสงบสำรวมในยามค่ำ นั้น

                     นับเนื่องเป็นการผสมผสานระหว่างศรัทธาอันมั่นคงของภาคประชาชน กับความตระหนักรู้ในคุณค่าสากลอันน่าเกรงขามตามแนวทางขององค์การสหประชาชาตินี้ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ส่งผ่านคุณค่าที่แท้จริงแห่งวันวิสาขบูชาให้ขจรขจายไปในระดับนานาชาติได้อย่างสง่างาม มั่นคง และเป็นปึกแผ่นสืบไป

2569-05-31  “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

จม.รักอาม่า  ดังสนั่นแผ่นดินใหญ่ ททท.คาดปลุกคนจีน เที่ยวไทย

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำหน้าที่ขยี้หัวใจของชาวจีนแต้จิ๋วโพ้นทะเล เล่าเรื่องราวความผูกพันผ่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกันได้อย่างงดงาม ประกอบกับการดึงคนไทยเชื้อสายจีนมาร่วมถ่ายทอด ยิ่งทำให้คนดูชาวจีนอินและตระหนักว่า “ไทย-จีน ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน” จากระเบียบวินัยอันเคร่งครัดสู่พระราชปณิธาน “สืบสาน-รักษา-และต่อยอด” เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฏร์

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่นๆ

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน” จากระเบียบวินัยอันเคร่งครัดสู่พระราชปณิธาน “สืบสาน-รักษา-และต่อยอด” เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฏร์

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง