วันอาทิตย์, มีนาคม 8, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT”วันนี้“ 8 กพ. ทั้ง  “เลือกตั้ง”  “ประชามติ”  บททดสอบของ “เจตจำนง” กับ “การจัดการ”

”วันนี้“ 8 กพ. ทั้ง  “เลือกตั้ง”  “ประชามติ”  บททดสอบของ “เจตจำนง” กับ “การจัดการ”

เผยแพร่

spot_img

                           “ต่อเนื่องจากบทวิเคราะห์ถึงความรับผิดชอบของ กกต. ในระดับนโยบาย เมื่อมองลึกลงไปในทางปฏิบัติหน้าคูหา โจทย์ใหญ่ที่ กกต. ต้องตีให้แตกคือการเปลี่ยนความซับซ้อนของ ‘บัตร 3 สี’ ให้กลายเป็นความราบรื่น เพื่อไม่ให้เจตจำนงของประชาชนกลายเป็นบัตรเสีย…”

 สามบัตร สามสี ในสถานที่เดียวกัน

 ความชัดเจนของ กกต. คือกุญแจป้องกันบัตรเสียและวิกฤตศรัทธา

                             การเลือกตั้งทั่วไปสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติว่าด้วยรัฐธรรมนูญในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นครั้งแรกที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต. จัดให้มีการลงคะแนนทั้งสองกระบวนการพร้อมกันในสถานที่เดียวกัน แม้จะแยกเป็นคนละส่วนอย่างชัดเจน แต่ความซับซ้อนของขั้นตอนและจำนวนบัตรลงคะแนนถึง 3 ใบ ทำให้การบริหารจัดการของ กกต. และความเข้าใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กลายเป็นตัวแปรสำคัญต่อความเรียบร้อย ความสุจริต และความเชื่อมั่นต่อผลการเลือกตั้งทั้งระบบ

บทเรียนจากเลือกตั้งล่วงหน้าและรอยรั่วที่ไม่ควรมองข้าม

                            การเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แม้ กกต. จะสรุปภาพรวมว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากหลายพื้นที่ ทั้งปัญหาเอกสารประกาศรายชื่อผู้สมัคร การสื่อสารข้อมูลคลาดเคลื่อน และความสับสนในขั้นตอนบางช่วง สะท้อนว่า “ความบกพร่องทางธุรการ” แม้จะไม่กระทบสาระสำคัญของการลงคะแนนโดยตรง แต่หากปล่อยให้สะสมโดยไม่จัดการเชิงระบบ อาจถูกนำไปขยายผลเป็นข้อร้องเรียนเรื่องความไม่สุจริตและความไม่เป็นธรรมในการเลือกตั้งได้ในภายหลัง

กกต. ในฐานะ “คณะ” ไม่ใช่ภาระของฝ่ายธุรการเพียงลำพัง

                          หัวใจของปัญหาไม่ได้อยู่ที่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง หากแต่อยู่ที่บทบาทของ กกต. ในฐานะ “คณะกรรมการ” ซึ่งมีการแบ่งความรับผิดชอบเป็นด้าน ๆ อย่างชัดเจน รวมถึง “ด้านบริหารจัดการเลือกตั้ง”  โดยตรง เมื่อเกิดปัญหาเชิงระบบหรือขั้นตอน กรรมการ กกต. ที่รับผิดชอบด้านนั้นควรเป็นผู้ลงมาคลี่คลายและสื่อสารกับสาธารณะด้วยตนเอง การปล่อยให้เลขาธิการ กกต. ซึ่งทำหน้าที่ฝ่ายธุรการ ต้องออกมารับหน้าแทบทุกกรณี อาจทำให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อนถึงโครงสร้างความรับผิดชอบ และกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรอิสระในระยะยาว

“3 บัตร”  “3 สี”  “2 จังหวะ”  ความเสี่ยงที่ต้องบริหาร

                            ในวันเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิจะต้องลงคะแนนภายใต้กฎหมายสองฉบับ ด้วยบัตรลงคะแนน 3 ใบ เริ่มจากการเลือกตั้ง สส. ซึ่งใช้ บัตรสีเขียว สำหรับแบบแบ่งเขต และ บัตรสีชมพู สำหรับแบบบัญชีรายชื่อ หย่อนลงใน 2 หีบ ตามลำดับ จากนั้นจึงต้องแสดงตัวตนอีกครั้งเพื่อรับ บัตรสีเหลือง สำหรับออกเสียงประชามติ และหย่อนลงในอีกหีบหนึ่ง แม้ทั้งหมดจะอยู่ในสถานที่เดียวกันแต่แยกเป็นคนละส่วน ขั้นตอนลักษณะนี้ หากขาดการอธิบายและการดูแลอย่างใกล้ชิด ย่อมมีความเสี่ยงต่อความสับสนและการเกิดบัตรเสียจำนวนมากโดยไม่จำเป็น

เจตจำนงของประชาชน ต้องมาก่อนการจับผิด

                              สิ่งที่ กกต. ไม่ควรมองข้ามคือ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เดินทางออกจากถิ่นฐานไปใช้สิทธิ คือผู้ที่แสดง “เจตจำนง” อย่างชัดเจนในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตย การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งจึงควรตั้งอยู่บนหลักการอำนวยความสะดวกและการแนะนำอย่างทันท่วงที มากกว่าการ“เฝ้าจับตา” ทุกอิริยาบถด้วยมุมมองทางกฎหมายเพียงด้านเดียว หากเกิดความผิดพลาดโดยไม่มีเจตนาทุจริต การชี้แนะในจังหวะที่เหมาะสมย่อมป้องกันปัญหาได้ดีกว่าการปล่อยให้บัตรเสียแล้วค่อยอธิบายภายหลัง

บทเรียนจากต่างประเทศ และโจทย์การฟื้นศรัทธา

                              หลายประเทศที่มีระบบเลือกตั้งซับซ้อน เช่น ญี่ปุ่น เยอรมนี หรือออสเตรเลีย ใช้หลักการเดียวกันคือ “ลดภาระการตัดสินใจของผู้ใช้สิทธิ และเพิ่มบทบาทเจ้าหน้าที่อธิบายขั้นตอน” พร้อมทั้งให้ผู้กำหนดนโยบายลงมาควบคุมภาพรวมอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้เป็นภาระของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการเพียงลำพัง บทเรียนเหล่านี้คือสิ่งที่ กกต. ไทยซึ่งเดินทางไปศึกษาดูงานหลากหลายประเทศ ต้องนำมาปรับใช้จริง เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนในช่วงเวลาที่องค์กรถูกตั้งคำถามจากสังคมอย่างต่อเนื่อง

                                ท้ายที่สุด การเลือกตั้งไม่ควรเป็นสนามทดสอบว่าใครจะ “พลาด” มากกว่ากัน ระหว่าง “ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง” กับ “เจ้าหน้าที่” ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งออกมาเพราะอยากใช้เสียง ไม่ใช่มาเพื่อถูกจ้องจับผิด ขณะเดียวกัน กกต. ในฐานะผู้จัดการเลือกตั้ง ต้องแสดงให้เห็นว่าความรับผิดชอบไม่ได้กระจุกอยู่ที่โต๊ะธุรการ แต่กระจายอยู่ในมือของกรรมการทุกคนที่สังคมมอบอำนาจให้ 

                              หากทั้งสองฝ่ายเดินไปในทิศทางเดียวกัน วันนี้  วันที่ 8 กุมภาพันธ์ จะไม่ใช่แค่วันเลือกตั้ง แต่จะเป็นวันที่ศรัทธาต่อ“กระบวนการประชาธิปไตย” ได้ถูกนับคะแนนไปพร้อมกับบัตรเลือกตั้ง

2569-02-08  “ชัยทัศน์”  ผู้เขียน

ข่าวล่าสุด

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

เรื่อง ลำดับชั้น (Hierachy)ของนิกายชีอะ (Shia) นี้สำคัญมาก

การจะได้เลื่อนชั้นของระดับก่อนจะเป็นอะยาตอลล่าห์(Ayattollah)นั้น จะต้องได้รับการยอมรับจากนักวิชาการและมีลูกศิษย์( Followers) 200,000 คน

High Tea Concert เพลงสากลยุค 60-70-80s

ร่วมเฉลิมฉลองวาระประวัติศาสตร์ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา ในบรรยากาศแห่งมิตรภาพไทย–อเมริกัน ที่ผสานเสียงเพลง ความทรงจำ และพลังแห่งความสุขไว้ด้วยกัน

“อาเทเฟห์” เด็กสาวชาวอิหร่านวัย 16 ปี ที่ถูกประหารชีวิตเมื่อ 21 ปีก่อน

ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล อเมริกา และอิหร่าน เรื่องของ “อาเทเฟห์” (Atefah Rajabi Sahaaleh) เด็กสาวชาวอิหร่านวัย 16 ปี ที่ถูกประหารชีวิตเมื่อ 21 ปีก่อน ได้ถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง

ข่าวอื่นๆ

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...

รอยร้าวใต้แผ่นดินไทย  บททดสอบระบบเตือนภัยปี 2026

เหตุการณ์อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่มเมื่อปีที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเพียงโศกนาฏกรรมของโครงสร้างอาคารที่ล้มเหลว แต่กลายเป็นสัญญาณเตือนถึง “รอยร้าวเชิงระบบ”