วันจันทร์, มีนาคม 9, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTวิกฤตความน่าเชื่อถือข้าราชการการเมืองไทย

วิกฤตความน่าเชื่อถือข้าราชการการเมืองไทย

เผยแพร่

spot_img

 การที่ ข้าราชการการเมืองประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง ในทีมงานของ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้รับมอบอำนาจทางกฎหมายจาก นายเบน สมิท (Benjamin Mauerberger) เพื่อยื่นฟ้องหมิ่นประมาท สส. รังสิมันต์ โรม จากการกล่าวหาพาดพิงถึงความเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์และธุรกิจสีเทา นับเป็นเหตุการณ์ที่สั่นคลอน มาตรฐานจริยธรรมสากล ของรัฐบาลไทยอย่างรุนแรง

                              ข้อเท็จจริงที่สร้างความย้อนแย้ง คือ ขณะที่รัฐบาลไทยประกาศเป็นวาระแห่งชาติในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างสแกมเมอร์อย่างแข็งขัน แต่ “คนใน” กลไกอำนาจรัฐกลับปรากฏตัวในฐานะผู้ปกป้องทางกฎหมายให้กับบุคคลที่ถูกตั้งคำถามถึงที่มาของความมั่งคั่งและความสัมพันธ์กับทุนสีเทา 

                             ความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างนายเบน สมิท กับเครือข่ายอำนาจการเมือง รวมถึงการที่ ร.อ. ธรรมนัส ยอมรับว่ารู้จักคุ้นเคย ยิ่งทำให้ประเด็นนี้ขยายตัวจากเรื่องส่วนตัวไปสู่ วิกฤตความเชื่อมั่นต่อธรรมาภิบาล (Crisis of Governance) ของรัฐบาลโดยรวม

                           การกระทำดังกล่าวถือเป็นการ ขัดแย้งเชิงผลประโยชน์ (Conflict of Interest) อย่างโจ่งแจ้งและบ่อนทำลายความชอบธรรมของนโยบายรัฐบาลอย่างไม่อาจยอมรับได้ตามหลักสากล

                           การที่ข้าราชการการเมืองใช้สถานะและเครือข่ายของตนมา เป็นเครื่องมือทางกฎหมายให้แก่ผู้ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม ทำให้เกิดการตีความว่ารัฐบาลกำลังใช้ “ยุทธศาสตร์สองหน้า” โดยมือหนึ่งโฆษณาการปราบปราม แต่ด้วยอีกมือหนึ่งกลับให้ความช่วยเหลือแก่เครือข่ายที่ควรจะเป็นเป้าหมายของการปราบปรามเสียเอง

                        นี่คือการจุดอันตรายต่อหลักนิติรัฐ เพราะมันสะท้อนว่า เส้นแบ่งระหว่างอำนาจรัฐ หน้าที่สาธารณะ และผลประโยชน์ส่วนตัว/พวกพ้อง ได้ถูกทำให้เลือนหายไปอย่างสิ้นเชิง 

                       นอกจากนี้ เมื่อนักข่าวพยายามสอบถามนายกรัฐมนตรีถึงความเหมาะสม นายกฯ กลับเลือกที่จะ “โอนภาระความรับผิดชอบ” ไปให้ ร.อ. ธรรมนัส เป็นผู้ชี้แจง ซึ่งเป็นการแสดงออกที่ชี้ให้เห็นว่าผู้นำรัฐบาลเลือกที่จะ “รักษาระยะห่าง” เพื่อปกป้องตำแหน่งของตนเอง โดยยอมให้ประเด็นทางจริยธรรมนี้ถูกยกระดับให้เป็น “ปัญหาภายในกระทรวง” แทนที่จะเป็น “ปัญหาความรับผิดชอบของคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ”

                       เรื่องนี้  เป็นบททดสอบความจริงใจ (Test of Sincerity) ของรัฐบาลในการต่อต้านอาชญากรรมอย่างแท้จริง การที่บุคลากรในกลไกอำนาจรัฐอาสารับหน้าเป็นหัวหอกในการฟ้องคดีเพื่อ “ปิดปาก” นักการเมืองฝ่ายตรวจสอบที่ทำหน้าที่ในสภาฯ ยิ่งตอกย้ำข้อกล่าวหาว่า นี่อาจเป็นการใช้กลไกทางกฎหมายเป็นเครื่องมือในการ ข่มขู่ผู้เปิดโปง (SLAPP – Strategic Lawsuit Against Public Participation) ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาคมโลกต่อต้านอย่างหนัก

                        หากรัฐบาลไทยไม่เร่งดำเนินการสอบสวนทางจริยธรรมอย่างโปร่งใสและเด็ดขาดต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และกำหนดมาตรฐานการวางตัวที่เข้มงวดสำหรับข้าราชการการเมืองอย่างเร่งด่วน ความน่าเชื่อถือของรัฐบาลในเวทีโลกก็จะถูกลดทอนลงจนเหลือเพียง “ความว่างเปล่า” เนื่องจากรัฐบาลมิได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำในด้านจริยธรรมที่จำเป็นต้องมีในการนำพาประเทศไปสู่ความโปร่งใสและธรรมาภิบาล

ข่าวล่าสุด

Beyond Power and Technology: “A Call for Moral Leadership”

We are all human. We are born the same way, and we all require the same basic necessities to survive. How, then, have we allowed greed to consume us?

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

คนไทยสกัด “แคลเซียมพรีเมียม” จากปลาหมอคางดำ

คุณภาพเทียบชั้นแซลมอน คว้ารางวัลระดับโลก!  . ทิ้งภาพจำปลาไร้ค่าไปได้เลย! ใครจะไปเชื่อว่า "ปลาหมอคางดำ" ที่ก้างเยอะ หัวโต เนื้อน้อย จะถูกนักวิจัยไทยจับมาแปลงโฉมใหม่ สกัดเป็น "Bio-Calcium เกรดพรีเมียม" ที่คุณภาพเบียดตีคู่มากับปลาแซลมอนราคาแพง! งานนี้ไม่ได้เก่งแค่ในประเทศ แต่บินไปคว้า...

ไปรษณีย์ไทย เปิดตัวแสตมป์ พระแม่ธรณีบีบมวยผม รับ ‘วันสตรีสากล’ 8 มีนาคม

“วันสตรีสากล” (International Women's Day : IWD) ถือเป็นการระลึกพลัง ความสามารถ และความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงสังคม

ข่าวอื่นๆ

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...