วันจันทร์, มีนาคม 9, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTวิกฤตศรัทธา "กัน จอมพลัง" กับเงินบริจาคกว่า 200 ล้าน

วิกฤตศรัทธา “กัน จอมพลัง” กับเงินบริจาคกว่า 200 ล้าน

เผยแพร่

spot_img

  มูลนิธิ “กัน จอมพลัง ช่วยสู้” ซึ่งระดมเงินบริจาคจากสาธารณชนได้มากกว่า 200 ล้านบาท กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตความเชื่อมั่นครั้งใหญ่ หลังถูกตรวจสอบเข้มข้นถึงโครงสร้างการบริหารจัดการและความโปร่งใสทางกฎหมาย 

                         โดยเฉพาะประเด็นที่ผู้ก่อตั้งและผู้รณรงค์หลักไม่ได้มีตำแหน่งกรรมการอย่างเป็นทางการ และข้อบังคับที่ระบุให้โอนทรัพย์สินที่เหลือแก่ “มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า” หากมีการยุบเลิก ทำให้เกิดคำถามถึงแรงจูงใจและความสัมพันธ์เชิงผลประโยชน์แอบแฝง ซึ่งเป็นจุดบกพร่องที่ส่งผลกระทบต่อหลักธรรมาภิบาลขององค์กรสาธารณกุศลอย่างรุนแรง

                        แม้ กัน จอมพลัง จะออกมาชี้แจงและยืนยันความบริสุทธิ์ใจ โดยอ้างว่าข้อบังคับดังกล่าวกระทำไปตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่และได้สั่งการให้ แก้ไขข้อ 39 โดยจะเปลี่ยนผู้รับโอนทรัพย์สินเป็น มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ พร้อมทั้งประกาศจะเข้ารับตำแหน่งประธานมูลนิธิด้วยตนเองเพื่อสร้างความเชื่อมั่นอย่างชัดเจน 

                       อย่างไรก็ตาม ข้อกังขาเรื่องการกล่าวคำเท็จยังคงอยู่ เมื่อกรณีการบริจาคเสื้อเกราะระดับ 4 ให้หน่วยทหารแนวหน้าปรากฏหลักฐานหนังสือขอความอนุเคราะห์จากหน่วยงานในพื้นที่ (ตชด./ทหารพราน) จริง แต่โฆษกกองทัพบกยืนยันว่ากองทัพไม่ได้ขาดแคลนและไม่มีนโยบายรับบริจาค แต่รับไว้ด้วยน้ำใจ 

                     ความขัดแย้งระหว่าง “ความต้องการระดับหน้างาน” กับ “นโยบายระดับกองทัพ” เป็นสิ่งที่มูลนิธิต้องเร่งเปิดเผยรายการใช้จ่ายและเอกสารทั้งหมดต่อสาธารณะ เพื่อให้เงินทุกบาททุกสตางค์ตอบโจทย์ผู้บริจาคได้อย่างปราศจากข้อสงสัย

                    เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่งที่ “กัน จอมพลัง” ซึ่งเชี่ยวชาญในการแฉความไม่ชอบมาพากลของผู้อื่น กลับพลาดท่าอย่างง่ายดายด้วย “ลายเซ็นที่ปรากฏในข้อบังคับมูลนิธิ” ของตนเอง การระบุชื่อมูลนิธิการเมืองในวรรคสุดท้ายของเอกสารสำคัญทางกฎหมาย ได้จุดชนวนให้เงินบริจาคกว่า 200 ล้านบาท ถูกลดทอนความศักดิ์สิทธิ์ลงทันที

                   ความปรารถนาดีที่เกิดขึ้นจากความเร่งรีบและไม่รอบคอบ ได้กลายเป็นอาวุธย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวเอง และทำให้ภารกิจ “ช่วยสู้” ต้องกลายเป็นการ “สู้” เพื่อพิสูจน์ว่าตนไม่ได้เป็นเครื่องมือทางการเมืองใดๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การต่อสู้เพื่อความโปร่งใสต้องเริ่มต้นด้วยความโปร่งใสของตนเองก่อน แม้แต่ในตัวอักษรสุดท้ายของข้อบังคับก็ตาม

ข่าวล่าสุด

Beyond Power and Technology: “A Call for Moral Leadership”

We are all human. We are born the same way, and we all require the same basic necessities to survive. How, then, have we allowed greed to consume us?

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

คนไทยสกัด “แคลเซียมพรีเมียม” จากปลาหมอคางดำ

คุณภาพเทียบชั้นแซลมอน คว้ารางวัลระดับโลก!  . ทิ้งภาพจำปลาไร้ค่าไปได้เลย! ใครจะไปเชื่อว่า "ปลาหมอคางดำ" ที่ก้างเยอะ หัวโต เนื้อน้อย จะถูกนักวิจัยไทยจับมาแปลงโฉมใหม่ สกัดเป็น "Bio-Calcium เกรดพรีเมียม" ที่คุณภาพเบียดตีคู่มากับปลาแซลมอนราคาแพง! งานนี้ไม่ได้เก่งแค่ในประเทศ แต่บินไปคว้า...

ไปรษณีย์ไทย เปิดตัวแสตมป์ พระแม่ธรณีบีบมวยผม รับ ‘วันสตรีสากล’ 8 มีนาคม

“วันสตรีสากล” (International Women's Day : IWD) ถือเป็นการระลึกพลัง ความสามารถ และความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงสังคม

ข่าวอื่นๆ

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...