วันจันทร์, มีนาคม 9, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“ศึกกลางสภาสูง ส.ว.ปากกล้า ปะทะ ส.ว.สายสีน้ำเงิน”

“ศึกกลางสภาสูง ส.ว.ปากกล้า ปะทะ ส.ว.สายสีน้ำเงิน”

เผยแพร่

spot_img

 นี่ไม่ใช่ศึกอภิปรายธรรมดาในสภาสูง แต่คือการปะทะระหว่าง “ส.ว.ปากกล้า” ผู้กล้าเปิดโปง กับ “ส.ว.สายสีน้ำเงิน” ที่ถูกกล่าวหาว่าได้มาด้วยกระบวนการไม่ชอบธรรม เป็นภาพสะท้อนความร้อนแรงในวุฒิสภายุคใหม่ ที่กลายเป็นสมรภูมิของอำนาจ และผลประโยชน์แฝงเร้น

                         ย้อนไปหลังการเลือกตั้ง ส.ว. ปี 2567 น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว.หญิงจากสายอิสระ ได้ลุกขึ้นอภิปรายเปิดโปง “ขบวนการฮั๊วเลือก ส.ว.” ซึ่งเธอเรียกอีกฝ่ายว่า “ส.ว.สายสีน้ำเงิน” โดยระบุว่าการได้มาของกลุ่มนี้ ไม่ใช่การแข่งขันเสรีอย่างที่กฎหมายกำหนด แต่เป็นการคัดเลือกกันเองล่วงหน้าในเครือข่ายเดียวกัน มีการจัดวางตัวผู้สมัครเป็นชั้น ๆ เพื่อรับคะแนนไขว้ พร้อมข้อกล่าวหาว่า มี “เงิน” เข้ามาเกี่ยวพันในขั้นตอนบางส่วน

                       ข้อมูลที่เธอเปิดเผยสอดคล้องกับรายงานของสื่อและองค์กรภาคประชาชนบางแห่ง ที่พบความผิดปกติในการเลือกตั้งส.ว. เช่น ผู้สมัครจากจังหวัดฐานเสียงของพรรคภูมิใจไทยชนะในสัดส่วนสูงผิดปกติ และมีแนวโน้มเป็นเครือข่ายเดียวกัน จนเกิดคำเรียกขาน “ส.ว.สายสีน้ำเงิน” ว่าเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลครองเก้าอี้ในวุฒิสภามากกว่า 70%

                      แต่ในอีกด้าน น.ส.นันทนา ก็ถูกมองว่ากลายเป็น “ส.ว.ปากกล้า” ที่พูดแรงเกินขอบเขต จนถูกยื่นเรื่องให้คณะกรรมการจริยธรรมตรวจสอบว่าใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมต่อเพื่อนสมาชิก ขณะที่ฝ่ายถูกกล่าวหาก็ออกมาตอบโต้ว่า “ไม่มีหลักฐานใดชี้ชัดว่าการเลือกตั้งผิดกฎหมาย” และทุกขั้นตอนดำเนินไปตามระเบียบของ กกต.

                      อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในสภายืนยันว่า กกต. กำลังสอบสวน ส.ว.กว่า 130 คนที่ถูกพาดพิงถึง “กระบวนการฮั๊ว” หากพบมูล อาจมีผลให้การได้มาของตำแหน่งถูกเพิกถอน ซึ่งจะเป็นแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ของวุฒิสภาไทย

                     ข้อกล่าวหาของ น.ส.นันทนา มีน้ำหนักในระดับ “มีมูลทางพฤติการณ์” มากกว่าพิสูจน์ได้ทางกฎหมาย เพราะแม้จะไม่มีหลักฐานชัดเรื่องเงิน แต่ลักษณะการจัดวางผู้สมัครซ้ำกลุ่มเดิม การโหวตแบบไขว้ และสัดส่วนคะแนนในบางจังหวัด ล้วนสร้างข้อสงสัยต่อความบริสุทธิ์ของกระบวนการเลือกส.ว. หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ ความน่าเชื่อถือของสภาสูงในฐานะ “กลั่นกรองกฎหมายเพื่อประชาชน” อาจถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง

                    สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เพียงทำร้ายภาพลักษณ์ของวุฒิสภา แต่สะท้อนโครงสร้างการเมืองไทยที่ยังหนีไม่พ้น “การเมืองเชิงอุปถัมภ์”  เปลี่ยนสนามเลือกตั้งเป็นสนามของกลุ่มผลประโยชน์ ไม่ใช่ของปัญญาชนที่อยากรับใช้ประเทศ

                    ในสภาที่ใครพูดความจริงกลับถูกกล่าวหาว่าล้ำเส้นจริยธรรม

                   ใครยิ้มเฉย ๆ กลับได้เก้าอี้เสริมอำนาจ

                   บางที…การเมืองไทยอาจไม่ต้องการ “คนกล้า”

แต่ต้องการ “คนกลืน”   แล้วอย่างนี้  ยังกล้าเล่นการเมืองไทยเพื่อประเทศชาติอยู่ไหม?

ข่าวล่าสุด

Beyond Power and Technology: “A Call for Moral Leadership”

We are all human. We are born the same way, and we all require the same basic necessities to survive. How, then, have we allowed greed to consume us?

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

คนไทยสกัด “แคลเซียมพรีเมียม” จากปลาหมอคางดำ

คุณภาพเทียบชั้นแซลมอน คว้ารางวัลระดับโลก!  . ทิ้งภาพจำปลาไร้ค่าไปได้เลย! ใครจะไปเชื่อว่า "ปลาหมอคางดำ" ที่ก้างเยอะ หัวโต เนื้อน้อย จะถูกนักวิจัยไทยจับมาแปลงโฉมใหม่ สกัดเป็น "Bio-Calcium เกรดพรีเมียม" ที่คุณภาพเบียดตีคู่มากับปลาแซลมอนราคาแพง! งานนี้ไม่ได้เก่งแค่ในประเทศ แต่บินไปคว้า...

ไปรษณีย์ไทย เปิดตัวแสตมป์ พระแม่ธรณีบีบมวยผม รับ ‘วันสตรีสากล’ 8 มีนาคม

“วันสตรีสากล” (International Women's Day : IWD) ถือเป็นการระลึกพลัง ความสามารถ และความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงสังคม

ข่าวอื่นๆ

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...