วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTสด ๆ ร้อน ๆ กับวิกฤตศรัทธารัฐบาลใหม่  ที่มีข้อเสนอ 40 ล้าน แลกไม่จับคอลเซ็นเตอร์

สด ๆ ร้อน ๆ กับวิกฤตศรัทธารัฐบาลใหม่  ที่มีข้อเสนอ 40 ล้าน แลกไม่จับคอลเซ็นเตอร์

เผยแพร่

spot_img

 สะท้อนธรรมาภิบาลที่ต้องพิสูจน์ทันที

                          การแถลงนโยบายรัฐบาลใหม่เมื่อวันที่ 29–30 กันยายน 2568 ถูกบดบังด้วยประเด็นร้อน เมื่อนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ลุกขึ้นเปิดเผยในที่ประชุมรัฐสภาว่า มีการเสนอเงินสินบนมูลค่าสูงถึง 40 ล้านบาทต่อเดือน เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินการปราบปรามเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมออนไลน์ 

                         เรื่องนี้ไม่เพียงกระทบความน่าเชื่อถือของรัฐบาล แต่ยังเข้าข่ายความผิดอาญาที่ต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

                         การเปิดเผยของรัฐมนตรีดีอี สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อการเมืองและระบบยุติธรรม เนื่องจากเป็นข้อกล่าวหาที่สะท้อนการดำรงอยู่ขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติซึ่งมีอิทธิพลเพียงพอที่จะพยายามซื้อความเงียบจากรัฐผ่านการจ่ายสินบนมหาศาล ความผิดลักษณะนี้เข้าข่าย “ติดสินบนเจ้าพนักงาน” ตามประมวลกฎหมายอาญา และตามหลักกฎหมาย รัฐมนตรีผู้ได้รับข้อมูลย่อมมีหน้าที่ต้องส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

                          กรณีดังกล่าวยังนำไปสู่การเคลื่อนไหวทางการเมือง เมื่อคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐมีมติเรียก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ ฯ  สะท้อนแรงกดดันจากสังคมที่ตั้งคำถามถึงท่าทีของฝ่ายบริหาร ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังถูกมองว่ามีความล่าช้าและขัดแย้งกับนโยบาย “ปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์” ที่เพิ่งประกาศชั่วข้ามคืน

                           นักวิเคราะห์มองว่า รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งรัดปฏิบัติการในเชิงบูรณาการ ทั้งการติดตามเส้นทางการเงินโดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การตรวจสอบธุรกรรมโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์  รวมถึงการใช้ศักยภาพของหน่วยข่าวกรองและตำรวจไซเบอร์ เพื่อสืบสวนตั้งแต่ระดับผู้ปฏิบัติไปจนถึงผู้บงการที่อยู่เบื้องหลัง 

                           การดำเนินการที่ชัดเจนและโปร่งใสจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่ารัฐบาลใหม่มีเจตจำนงทางการเมืองจริงจังเพียงใดในการแก้ไขปัญหาที่เป็นภัยต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ

                           ในมุมเชิงสัญลักษณ์ เหตุการณ์นี้กลายเป็นบททดสอบแรกสุดของธรรมาภิบาลรัฐบาลชุดใหม่ หากมีการดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา รัฐบาลอาจฟื้นศรัทธาและสร้างความเชื่อมั่นได้ แต่หากปล่อยให้เรื่องเงียบหาย จะไม่เพียงแต่บั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนเท่านั้น แต่ยังอาจสะท้อนว่าคำแถลงนโยบายในสภาเป็นเพียง “คำพูดที่ไม่มีการปฏิบัติ” ซึ่งจะส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเมืองในระยะยาว

                         ในบรรดานโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลใหม่เอี่ยมถอดด้าม บางทีอาจต้องเพิ่มอีกหนึ่งข้อพิเศษ  “นโยบายตามล่าผู้เสนอ 40 ล้าน” เพราะจำนวนเงินมหาศาลนี้ไม่ใช่เพียงสินบน หากแต่กลายเป็นบทพิสูจน์ความโปร่งใสของผู้มีอำนาจที่ประชาชนกำลังจับตาอยู่ทุกฝีก้าว และคงไม่มีใครอยากเห็น “เบนจามิน” กลายเป็นคาถาที่ทำให้รัฐมนตรีหายไปจากบัลลังก์ในเวลาสำคัญอีกต่อไป

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย

อย่าให้ใครเรียก …“สยาม…เมืองส่วย !”  เมื่อทุนเทา-สแกมเมอร์ ขี่คออำนาจรัฐ

เมื่อคำว่า "ตอ" แข็งแกร่งกว่า "กฎหมาย" และ "สายอินเทอร์เน็ต" ข้ามโขงยาวไกลกว่า "สายตาผู้ตรวจสอบ" ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ยอดเหยื่อสแกมเมอร์ที่พุ่งสูง แต่คือความเชื่อมั่นของประเทศที่พังทลายจนฉุดไม่อยู่