วันจันทร์, มีนาคม 9, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTสด ๆ ร้อน ๆ กับวิกฤตศรัทธารัฐบาลใหม่  ที่มีข้อเสนอ 40 ล้าน แลกไม่จับคอลเซ็นเตอร์

สด ๆ ร้อน ๆ กับวิกฤตศรัทธารัฐบาลใหม่  ที่มีข้อเสนอ 40 ล้าน แลกไม่จับคอลเซ็นเตอร์

เผยแพร่

spot_img

 สะท้อนธรรมาภิบาลที่ต้องพิสูจน์ทันที

                          การแถลงนโยบายรัฐบาลใหม่เมื่อวันที่ 29–30 กันยายน 2568 ถูกบดบังด้วยประเด็นร้อน เมื่อนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ลุกขึ้นเปิดเผยในที่ประชุมรัฐสภาว่า มีการเสนอเงินสินบนมูลค่าสูงถึง 40 ล้านบาทต่อเดือน เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินการปราบปรามเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมออนไลน์ 

                         เรื่องนี้ไม่เพียงกระทบความน่าเชื่อถือของรัฐบาล แต่ยังเข้าข่ายความผิดอาญาที่ต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

                         การเปิดเผยของรัฐมนตรีดีอี สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อการเมืองและระบบยุติธรรม เนื่องจากเป็นข้อกล่าวหาที่สะท้อนการดำรงอยู่ขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติซึ่งมีอิทธิพลเพียงพอที่จะพยายามซื้อความเงียบจากรัฐผ่านการจ่ายสินบนมหาศาล ความผิดลักษณะนี้เข้าข่าย “ติดสินบนเจ้าพนักงาน” ตามประมวลกฎหมายอาญา และตามหลักกฎหมาย รัฐมนตรีผู้ได้รับข้อมูลย่อมมีหน้าที่ต้องส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

                          กรณีดังกล่าวยังนำไปสู่การเคลื่อนไหวทางการเมือง เมื่อคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐมีมติเรียก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ ฯ  สะท้อนแรงกดดันจากสังคมที่ตั้งคำถามถึงท่าทีของฝ่ายบริหาร ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังถูกมองว่ามีความล่าช้าและขัดแย้งกับนโยบาย “ปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์” ที่เพิ่งประกาศชั่วข้ามคืน

                           นักวิเคราะห์มองว่า รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งรัดปฏิบัติการในเชิงบูรณาการ ทั้งการติดตามเส้นทางการเงินโดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การตรวจสอบธุรกรรมโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์  รวมถึงการใช้ศักยภาพของหน่วยข่าวกรองและตำรวจไซเบอร์ เพื่อสืบสวนตั้งแต่ระดับผู้ปฏิบัติไปจนถึงผู้บงการที่อยู่เบื้องหลัง 

                           การดำเนินการที่ชัดเจนและโปร่งใสจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่ารัฐบาลใหม่มีเจตจำนงทางการเมืองจริงจังเพียงใดในการแก้ไขปัญหาที่เป็นภัยต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ

                           ในมุมเชิงสัญลักษณ์ เหตุการณ์นี้กลายเป็นบททดสอบแรกสุดของธรรมาภิบาลรัฐบาลชุดใหม่ หากมีการดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา รัฐบาลอาจฟื้นศรัทธาและสร้างความเชื่อมั่นได้ แต่หากปล่อยให้เรื่องเงียบหาย จะไม่เพียงแต่บั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนเท่านั้น แต่ยังอาจสะท้อนว่าคำแถลงนโยบายในสภาเป็นเพียง “คำพูดที่ไม่มีการปฏิบัติ” ซึ่งจะส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเมืองในระยะยาว

                         ในบรรดานโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลใหม่เอี่ยมถอดด้าม บางทีอาจต้องเพิ่มอีกหนึ่งข้อพิเศษ  “นโยบายตามล่าผู้เสนอ 40 ล้าน” เพราะจำนวนเงินมหาศาลนี้ไม่ใช่เพียงสินบน หากแต่กลายเป็นบทพิสูจน์ความโปร่งใสของผู้มีอำนาจที่ประชาชนกำลังจับตาอยู่ทุกฝีก้าว และคงไม่มีใครอยากเห็น “เบนจามิน” กลายเป็นคาถาที่ทำให้รัฐมนตรีหายไปจากบัลลังก์ในเวลาสำคัญอีกต่อไป

ข่าวล่าสุด

Beyond Power and Technology: “A Call for Moral Leadership”

We are all human. We are born the same way, and we all require the same basic necessities to survive. How, then, have we allowed greed to consume us?

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

คนไทยสกัด “แคลเซียมพรีเมียม” จากปลาหมอคางดำ

คุณภาพเทียบชั้นแซลมอน คว้ารางวัลระดับโลก!  . ทิ้งภาพจำปลาไร้ค่าไปได้เลย! ใครจะไปเชื่อว่า "ปลาหมอคางดำ" ที่ก้างเยอะ หัวโต เนื้อน้อย จะถูกนักวิจัยไทยจับมาแปลงโฉมใหม่ สกัดเป็น "Bio-Calcium เกรดพรีเมียม" ที่คุณภาพเบียดตีคู่มากับปลาแซลมอนราคาแพง! งานนี้ไม่ได้เก่งแค่ในประเทศ แต่บินไปคว้า...

ไปรษณีย์ไทย เปิดตัวแสตมป์ พระแม่ธรณีบีบมวยผม รับ ‘วันสตรีสากล’ 8 มีนาคม

“วันสตรีสากล” (International Women's Day : IWD) ถือเป็นการระลึกพลัง ความสามารถ และความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงสังคม

ข่าวอื่นๆ

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...