“ภูมิใจไทย” ผงาดชิงความได้เปรียบ
ประชามติรื้อกติกาใหม่ส่อเค้าฉลุย
ปรากฏการณ์ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้การเมืองไทย หลังประชาชนหลายสิบล้านคนพร้อมใจกันเผชิญวิกฤตจราจรเพื่อมุ่งหน้าสู่คูหาเลือกตั้งและออกเสียงประชามติแก้รัฐธรรมนูญ นักวิเคราะห์คาดการณ์จำนวนผู้มาใช้สิทธิอาจแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางรายงานผลการนับคะแนนเบื้องต้นที่ชี้ให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยขึ้นนำในฐานที่มั่นสำคัญทั่วประเทศ ขณะที่เสียงประชามติส่งสัญญาณบวกต่อการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
พลังบริสุทธิ์เขย่าฐานสถิติ
ความตื่นตัวทางการเมืองครั้งนี้ส่งสัญญาณชัดเจนตั้งแต่เช้าตรู่ โดยเฉพาะการหลั่งไหลมาของกลุ่มผู้มีสิทธเลือกตั้งครั้งแรก และผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่ที่ต้องการกำหนดอนาคตประเทศ สภาพการจราจรที่ติดขัดอย่างหนักทั่วเขตกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ ไม่ใช่เพียงแค่อุปสรรคในการเดินทาง แต่คือดัชนีชี้วัดความอัดอั้นที่สูงกว่าการเลือกตั้งในปี 2562 (74.87%) และ 2566 (75.71%) อย่างเห็นได้ชัด สะท้อนว่าประชาชนให้ความสำคัญกับอำนาจในมือตนเองมากกว่าครั้งใด
ภูมิใจไทย ยุทธศาสตร์ท้องถิ่นสยบกระแส
ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเผยให้เห็นความสำเร็จของพรรคภูมิใจไทยที่สามารถกวาดที่นั่ง สส. เขตได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ นำโด่งเหนือคู่แข่งในหลายพื้นที่ยุทธศาสตร์ ชัยชนะเบื้องต้นนี้สะท้อนว่านโยบายที่เน้นการปฏิบัติได้จริงและการเข้าถึงฐานรากในระดับชุมชนยังคงมีอิทธิพลสูงเหนือกระแสการเมืองระดับมหภาค ส่งผลให้ภูมิใจไทยกลายเป็นแกนนำที่มีอำนาจต่อรองสูงสุดในการจัดทำโผรัฐบาลชุดใหม่
การขับเคี่ยวของขั้วอุดมการณ์และการฟื้นตัว
ในขณะที่พรรคเพื่อไทยยังคงพยายามรักษาฐานเสียงเดิมด้วยแคมเปญเศรษฐกิจ และพรรคประชาชนรักษาคะแนนนิยมในกลุ่มบัญชีรายชื่อ ไว้อย่างเข้มแข็ง การเลือกตั้งครั้งนี้กลับแสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของเจตจำนงประชาชนที่เริ่มแยกแยะระหว่าง “ตัวบุคคล” ในเขตพื้นที่กับ “อุดมการณ์พรรค” ในระบบบัญชีรายชื่อ ทำให้ภาพรวมของสภาชุดใหม่จะมีความหลากหลายและเป็นลักษณะการเมืองหลายขั้ว
ตัวแปรชี้ขาดจากพรรคระดับกลาง
พรรคกล้าธรรม ก้าวขึ้นมาอยู่ในสถานะ “ผู้กำหนดเกม อย่างเต็มตัว ตามด้วยพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้พรรคกล้าธรรมแสดงผลงานโดดเด่นในภาคเหนือและอีสาน ขณะที่ประชาธิปัตย์ส่งสัญญาณฟื้นตัวในพื้นที่ภาคใต้ การกระจายตัวของคะแนนในกลุ่มพรรคระดับกลางนี้จะบีบให้การจัดตั้งรัฐบาลต้องอาศัยการประนีประนอมและการเจรจาข้ามขั้วมากกว่าการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จของพรรคใดพรรคหนึ่ง
ประชามติ อาณัติสัญญาณแห่งการรื้อกติกา
หัวใจสำคัญที่ควบคู่มากับการเลือกตั้งคือการลงประชามติ ซึ่งคะแนน “เห็นชอบ” ให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีแนวโน้มนำโด่งอย่างมีนัยสำคัญ ผลลัพธ์นี้เปรียบเสมือนใบสั่งทางการเมืองที่ผู้ชนะการเลือกตั้งไม่อาจบิดพลิ้วได้ และจะเป็นภารกิจแรกที่รัฐบาลชุดหน้าต้องดำเนินการเพื่อสร้างกติกาที่เป็นสากลและเป็นประชาธิปไตยตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่แสดงออกผ่านคูหาในวันนี้
บทสรุป ก้าวต่อไปของประเทศไทย
ค่ำคืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ไม่ใช่เพียงการนับคะแนนเพื่อหาผู้ชนะ แต่คือการยืนยันถึงความล้มเหลวของกติกาเดิมที่ประชาชนต้องการก้าวข้าม ไม่ว่าใครจะรวบรวมเสียงได้มากที่สุด ภารกิจเร่งด่วนคือการบริหารความคาดหวังของสังคมที่สะท้อนออกมาผ่านจำนวนผู้ใช้สิทธิมหาศาล เพื่อนำพาประเทศออกจากความขัดแย้งเชิงโครงสร้างและมุ่งหน้าสู่การปฏิรูปการเมืองอย่างสันติวิธีภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
2569-02-09 “ชัยทัศน์”



