วันอาทิตย์, กุมภาพันธ์ 15, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTสยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

เผยแพร่

spot_img

อนุทิน..รวบ 3 พรรคใส่กระเป๋าแล้วแช่แข็ง “กล้าธรรม” ?

                         “น้ำเงิน” สถาปนาเป็นเจ้าของคอกใหม่! 

จัดระเบียบชนชั้นอำนาจ 2569 บีบพรรคร่วมนอบน้อมเข้าหา  ไร้เงื่อนไขต่อรอง

                          ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3   ฝ่ายที่ “ได้” ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ “เกราะป้องกัน” จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย      

                          ภูมิใจไทยในวันนี้จึงไม่ได้มีเพียงแค่ตัวเลข สส. ในมือ แต่ยังมี “แต้มต่อ” ในการยึดกุมกระทรวงเกรด A โดยมีเพื่อไทยทำหน้าที่เป็นนั่งร้านค้ำยันเสถียรภาพเพื่อแลกกับการได้บริหารอำนาจรัฐ

                          สำหรับพรรคเพื่อไทย สถานะในเกมนี้ชัดเจนว่าเป็นฝ่าย “เสีย” ต้นทุนทางศรัทธาและสัญลักษณ์อย่างมหาศาล การยอมรับสภาพ “พรรคเบอร์ 2 ในขั้วรัฐบาล” ภายใต้การนำของภูมิใจไทยคือความเจ็บปวดเชิงยุทธศาสตร์ แต่ในความเสียนั้น เพื่อไทยหวังผลในเรื่อง “การหยุดเลือด” และการประคองอำนาจบริหารเพื่อป้องกันไม่ให้พรรคถูกโดดเดี่ยวจนสูญพันธุ์ทางการเมือง ท่ามกลางการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของพรรคประชาชนที่รั้งอันดับ 2 ของประเทศ

                        อย่างไรก็ตาม จุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือชั้นเชิงของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ยังคง “สงวนท่าที” อย่างชัดเจนต่อพรรคกล้าธรรม แม้จะเป็นที่ทราบกันดีว่ากลุ่มของร้อยเอกธรรมนัส มีตัวเลข สส. ในมือที่เป็นปัจจัยบวกต่อเสถียรภาพรัฐบาล แต่การที่แกนนำภูมิใจไทยยังไม่เปิดประตูรับอย่างเป็นทางการ คือการแสดงอำนาจในฐานะ “ผู้คุมเกม” เพื่อดึงราคาและบีบให้กล้าธรรมอยู่ในสถานะผู้รอ ซึ่งเป็นการลดอำนาจต่อรองของกลุ่มบ้านใหญ่ไม่ให้เข้ามากดดันโควตารัฐมนตรีในสัดส่วนที่สูงเกินไป

                         การสงวนท่าทีของอนุทินในครั้งนี้ ยังเป็นการส่งสัญญาณไปถึงทุกขั้วอำนาจว่า ในรัฐบาลชุดที่ 27 “สิทธิ์ในการเลือกผู้ร่วมงาน” อยู่ที่พรรคอันดับ 1 เพียงผู้เดียว การเว้นระยะห่างกับกล้าธรรมช่วยให้ภูมิใจไทยรักษาภาพลักษณ์การเป็นแกนนำที่สดใหม่ ไม่ถูกมองว่ารีบตะครุบกลุ่มอำนาจเดิมเพื่อสืบทอดอำนาจในทันที เป็นการสร้างความชอบธรรมให้รัฐบาลผสมชุดนี้ดูมีความเป็น “สถาบันการเมือง” มากกว่าการเป็นเพียงการรวมตัวเฉพาะกิจเพื่อผลประโยชน์

                          ประเด็นที่สะท้อนถึงความชาญฉลาดและแสบสันเชิงยุทธศาสตร์ของนายอนุทิน คือการกวาดเอา 3 พรรคเล็ก (เศรษฐกิจ-ประชาธิปไตยใหม่-พรรคใหม่) ใส่กระเป๋าตุนแต้มต่อรองไว้เรียบร้อยตั้งแต่รอบแรก ส่งผลให้ภูมิใจไทยอยู่ในสถานะ “ผู้เลือก” ที่ทรงอิทธิพลจนสามารถย้อนถามพรรคอันดับ 3 อย่างเพื่อไทยถึงความพร้อมในการเป็นส่วนหนึ่งขององคาพยพสีน้ำเงินได้อย่างเต็มภาคภูมิ

                          การรวบรวมพรรคเล็กไว้ก่อนเช่นนี้ ทำให้อำนาจตัดสินใจเบ็ดเสร็จนิ่งอยู่ที่คนเพียงกลุ่มเดียว ปล่อยให้พรรคอื่นที่เหลือต้องแสดงท่าทีนอบน้อมเพื่อรอส่วนแบ่งในโควตาที่เหลือ โดยไม่มีอำนาจต่อรองใดๆ ที่จะกระทบต่อเป้าหมายหลักของพรรคแกนนำได้เลย

                       ในท้ายที่สุด ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นอาจเป็นบทเรียนสำคัญของลัทธิสัจนิยมทางการเมือง เมื่อพรรคที่เคยเป็นแกนนำทางอุดมการณ์อย่างเพื่อไทย จำเป็นต้องลดบทบาทลงมาเป็นผู้สนับสนุนเพื่อรักษาพื้นที่ในอำนาจบริหาร ขณะที่ภาพของนายอนุทิน ชาญวีรกูล กับการรวบรวมพรรคเล็กไว้ในมืออย่างรวดเร็ว สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค “คณาธิปไตยเชิงจัดการ” ที่อำนาจการต่อรองกระจุกตัวอยู่ที่ผู้ควบคุมทรัพยากรเบ็ดเสร็จเพียงจุดเดียว 

                       การที่พรรคอื่นๆ ยังคงต้องเฝ้ารอสัญญาณด้วยท่าทีที่นอบน้อม จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการร่วมรัฐบาล แต่คือการยอมรับความจริงใหม่ที่ว่า ในสนามอำนาจครั้งนี้ มีเพียงผู้ที่ถือไพ่ในมือครบชุดเท่านั้นที่จะเป็นผู้ออกแบบกฎกติกา ส่วนที่เหลือเป็นเพียงผู้อ่านบทตามที่ได้รับการจัดสรรไว้ให้เพียงเท่านั้น

2569-02-15  “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

จีนเปิดตัวเรือดำน้ำจิ๋ว SDV-01 ชูจุดเด่นวิธีคอมมานโดปฏิบัติการลับ

การปรากฏตัวอย่างเงียบๆ ของยานคอมมานโดใต้น้ำรุ่นใหม่ของจีนในซาอุดีอาระเบีย สะท้อนให้เห็นการเชื่อมโยงระหว่างยุทธศาสตร์ปฏิบัติการพิเศษกับการรุกขยายตลาดอาวุธสู่ต่างประเทศของปักกิ่งอย่างชัดเจน

LivingDrugs_ยามีชีวิต

ถ้าพูดถึงโรคร้ายอย่าง มะเร็ง หรือ โรคทางพันธุกรรมเรื้อรัง อย่าง ธาลัสซีเมีย สิ่งแรกที่แวบเข้ามาในหัวของคนไทยหลายคน นอกจากความเจ็บปวดทางกายแล้ว คือ ความเจ็บปวดทางกระเป๋าสตางค์

พระบรมราชโองการ ประกาศ เรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา ปี 2569

ในขณะนี้อยู่ระหว่างการยุบสภาผู้แทนราษฎร แต่เนื่องจากมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งรัฐที่วุฒิสภาจะต้องมีการประชุมเพื่อทำหน้าที่พิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่งตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญตามมาตรา126 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

อย่าให้ใครเรียก …“สยาม…เมืองส่วย !”  เมื่อทุนเทา-สแกมเมอร์ ขี่คออำนาจรัฐ

เมื่อคำว่า "ตอ" แข็งแกร่งกว่า "กฎหมาย" และ "สายอินเทอร์เน็ต" ข้ามโขงยาวไกลกว่า "สายตาผู้ตรวจสอบ" ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ยอดเหยื่อสแกมเมอร์ที่พุ่งสูง แต่คือความเชื่อมั่นของประเทศที่พังทลายจนฉุดไม่อยู่

ข่าวอื่นๆ

อย่าให้ใครเรียก …“สยาม…เมืองส่วย !”  เมื่อทุนเทา-สแกมเมอร์ ขี่คออำนาจรัฐ

เมื่อคำว่า "ตอ" แข็งแกร่งกว่า "กฎหมาย" และ "สายอินเทอร์เน็ต" ข้ามโขงยาวไกลกว่า "สายตาผู้ตรวจสอบ" ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ยอดเหยื่อสแกมเมอร์ที่พุ่งสูง แต่คือความเชื่อมั่นของประเทศที่พังทลายจนฉุดไม่อยู่

ไฟโหม…ให้นับคะแนนใหม่ เพิ่มมากขึ้น  ขณะ กรรมการ กกต. นั่งรอในห้องประชุม

ข้อพิรุธในกระบวนการ "นับคะแนน" หลังการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 กลายเป็นชนวนเหตุสำคัญที่สร้างแรงกระเพื่อมจากชลบุรีลามสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ปปช.ชงดาบประหาร 44 สส.  ปิดสวิตช์แกนนำพรรคประชาชน

เปิดเส้นทางนิติสงครามระลอกใหม่ เมื่อการเสนอกฎหมายกลายเป็น "จริยธรรมร้ายแรง" สั่นคลอนโครงสร้างฝ่ายค้านถึงรากฐาน ท่ามกลางคำถามคาใจ ปราบโกง หรือ จ้องทำลาย?