หน้าแรกINSIDE - INSIGHTสองล้นเกล้า ฯ เสด็จ ฯ  เยือนเวียดนาม   พระราชไมตรีครึ่งศตวรรษ จารึกพระเกียรติยศสูงสุดในภูมิภาค

สองล้นเกล้า ฯ เสด็จ ฯ  เยือนเวียดนาม   พระราชไมตรีครึ่งศตวรรษ จารึกพระเกียรติยศสูงสุดในภูมิภาค

เผยแพร่

spot_img

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์”

ประจำวันที่ 14 กันยายน 2569

สะท้อนพระบุญญาบารมีไพศาล

สู่ดุลยภาพแห่งมิตรภาพอันยั่งยืนในระดับสากล

                                 ภายใต้พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 14 ถึง 16 กันยายน พ.ศ. 2569 ตามคำทูลเชิญของ นายโต เลิม (To Lam) เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ถือเป็นหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญที่จารึกความสง่างามของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยในระดับสากล และเป็นสัญลักษณ์สูงสุดแห่งพระราชไมตรีอันพูนทวี ในวาระเฉลิมฉลองการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนาม ครบ 50 ปี

                             ย้อนประวัติศาสตร์ สายใยแห่งมิตรภาพระหว่างไทยและเวียดนามได้ถักทอผ่านความสัมพันธ์อันดีและมิติด้านวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง ตลอดจนการเคารพในเกียรติภูมิของกันและกันมาอย่างยาวนาน 

                           การเสด็จพระราชดำเนินเยือนในครั้งนี้จึงนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ทางการทูตยุคใหม่ ที่พระมหากษัตริย์และพระบรมราชินีแห่งราชอาณาจักรไทยเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ยังความปลื้มปีติและนับเป็นเกียรติยศอันยิ่งใหญ่แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ ตรากตรำเป็นรากฐานที่มั่นคงในการส่งต่อมิตรไมตรีอันยั่งยืน

                           ในการนี้ ผู้นำระดับสูงและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ได้จัดพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการเพื่อถวายพระเกียรติยศสูงสุด โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน และสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ พร้อมทั้งพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายเล มิง ฮึง (Le Minh Hung) นายกรัฐมนตรี และนายเจิ่น ทัญ เหมิน (Tran Thanh Man) ประธานสภาแห่งชาติ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ตลอดจนการร่วมงานถวายเลี้ยงพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ซึ่งสะท้อนถึงพระบุญญาบารมีและดุลยภาพทางการทูตอันแน่นแฟ้น

                             นัยสำคัญของการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ ยังโดดเด่นด้วยพระราชกรณียกิจที่สอดประสานระหว่าง “จารีตประเพณี” และ “สัมพันธไมตรีทางวัฒนธรรมและศาสนา” การเสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดหง็อกเซิน เพื่อทอดพระเนตรการแสดงทางวัฒนธรรม ร่วมกับผู้นำเวียดนามและภริยา ตลอดจนการเสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดกวานสือ ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนาม นับเป็นการกระชับความเข้าใจอันดีและสายใยทางจิตวิญญาณของประชาชนทั้งสองชาติให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

                             ขณะเดียวกัน การเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการดำเนินงานของศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมไทย ณ มหาวิทยาลัยฮานอย ยังแสดงให้เห็นถึงสายพระเนตรอันยาวไกลในการส่งเสริมการศึกษา ภาษา และวัฒนธรรม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างรากฐานความเข้าใจอันดีระหว่างเยาวชนและประชาชนรุ่นหลัง 

                            การเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามในครั้งนี้ จึงมิใช่เพียงงานด้านการทูตระดับทวิภาคี แต่คือการจารึกบทใหม่แห่งศตวรรษของพระราชไมตรีอันยั่งยืน เพิ่มพูนเกียรติภูมิของประเทศไทยในประชาคมอาเซียนและเวทีโลก

ข่าวล่าสุด

วิกฤต “แพงทั้งแผ่นดิน”… รีดเนื้อเค้นกระดูกชนชั้นกลาง

ดัชนีราคาผู้บริโภค เดือนสิงหาคมที่พุ่งสูงขึ้น 2.53% ส่งผลให้สินค้าจำเป็นพาเหรดปรับราคาขึ้นรวดเดียว 310 รายการ นำโดยราคาพลังงานที่ทะยานชนเพดาน 14.12% วิกฤตค่าครองชีพในขณะนี้กำลังลุกลามจากกลุ่มเปราะบางเข้าสู่ “ชนชั้นกลางตัวจริง”

จากกุฏิถึงสภา  ตัณหาคราบสบง-นักการเมือง กับสูตร.. “เงิน อำนาจ สตรี“

ตำรวจกองปราบปรามในการบุกจับกุม "หลวงพ่ออติโชติ" เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ในข้อหายักยอกเงินวัดกว่า 92 ล้านบาทไปให้สีกาคนสนิท พร้อมหลักฐานเสพเมถุนชัดเจน

ถอดบทเรียน 4 ชาติอาเซียนกับทางออกพหุสังคม 3 จว.ชายแดนใต้  เปลี่ยนบทบาทรัฐจาก“ผู้ควบคุม”มาเป็น“ผู้ประคอง” 

การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนใต้ไม่อาจยึดติดอยู่กับทางเลือกสุดขั้วอย่างการตั้ง "เขตปกครองพิเศษ" ที่สุ่มเสี่ยงต่อข้อตกลงเชิงโครงสร้างส่วนกลาง หรือการพึ่งพากำลังทหารและกฎหมายพิเศษไปตลอดกาล

คลองถมเซ็นเตอร์  แผลเป็นของมหานคร

เหตุเพลิงไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เมื่อคืนของปลายเดือนก่อน สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อพื้นที่ค้าขายและโครงสร้างอาคาร

ข่าวอื่นๆ

วิกฤต “แพงทั้งแผ่นดิน”… รีดเนื้อเค้นกระดูกชนชั้นกลาง

ดัชนีราคาผู้บริโภค เดือนสิงหาคมที่พุ่งสูงขึ้น 2.53% ส่งผลให้สินค้าจำเป็นพาเหรดปรับราคาขึ้นรวดเดียว 310 รายการ นำโดยราคาพลังงานที่ทะยานชนเพดาน 14.12% วิกฤตค่าครองชีพในขณะนี้กำลังลุกลามจากกลุ่มเปราะบางเข้าสู่ “ชนชั้นกลางตัวจริง”

จากกุฏิถึงสภา  ตัณหาคราบสบง-นักการเมือง กับสูตร.. “เงิน อำนาจ สตรี“

ตำรวจกองปราบปรามในการบุกจับกุม "หลวงพ่ออติโชติ" เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ในข้อหายักยอกเงินวัดกว่า 92 ล้านบาทไปให้สีกาคนสนิท พร้อมหลักฐานเสพเมถุนชัดเจน

ถอดบทเรียน 4 ชาติอาเซียนกับทางออกพหุสังคม 3 จว.ชายแดนใต้  เปลี่ยนบทบาทรัฐจาก“ผู้ควบคุม”มาเป็น“ผู้ประคอง” 

การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนใต้ไม่อาจยึดติดอยู่กับทางเลือกสุดขั้วอย่างการตั้ง "เขตปกครองพิเศษ" ที่สุ่มเสี่ยงต่อข้อตกลงเชิงโครงสร้างส่วนกลาง หรือการพึ่งพากำลังทหารและกฎหมายพิเศษไปตลอดกาล