วันอังคาร, มกราคม 27, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT สิงคโปร์แสดงความเป็นผู้นำในอาเซียนยึดทรัพย์ "ทุนเทา" ข้ามชาติกว่า 3.7 พันล้านบาท

 สิงคโปร์แสดงความเป็นผู้นำในอาเซียนยึดทรัพย์ “ทุนเทา” ข้ามชาติกว่า 3.7 พันล้านบาท

เผยแพร่

spot_img

สั่นคลอนเครือข่ายฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับ “Prince Group” ในกัมพูชา

                          ปฏิบัติการอันเด็ดขาดของตำรวจสิงคโปร์ในการยึดและอายัดทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 3,700 ล้านบาท ที่เชื่อมโยงกับนายเฉิน จื้อ และกลุ่ม Prince Holding Group แห่งกัมพูชา ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงถึงความจริงจังของประเทศในการต่อต้านอาชญากรรมทางการเงินข้ามชาติ 

                           การดำเนินการดังกล่าว ซึ่งเป็นผลจากการประสานงานกับสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ได้ตอกย้ำว่าเครือข่ายสแกมเมอร์ที่มีฐานอยู่ในกัมพูชานั้น ไม่ได้เป็นเพียงภัยคุกคามระดับภูมิภาค แต่ได้ฝังรากลึกและใช้กลไกการฟอกเงินที่ซับซ้อนเพื่อกัดกร่อนเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

                           การเข้าจัดการกับกลุ่มทุนใหญ่ในครั้งนี้ จึงเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าประเทศที่มีธรรมาภิบาลสูงพร้อมจะเดินหน้าเต็มที่เพื่อรักษาเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือของระบบการเงินตนเอง

                          ในขณะที่ภัยร้ายลุกลาม บทบาทของประเทศไทยในสมการอาชญากรรมไซเบอร์เหมือนจะยังไม่กระตือรือร้น

                          ความเสียหายจากขบวนการสแกมเมอร์ในประเทศไทยถูกประเมินว่าสูงถึงหลักแสนล้านบาท ซึ่งแม้จะมีการประกาศให้เป็น “วาระแห่งชาติ” และการปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ได้บ้าง แต่ประเทศไทยยังคงเผชิญความท้าทายอย่างยิ่งในการยกระดับปฏิบัติการให้เทียบเท่ากับขนาดของปัญหาที่แท้จริง

                         เนื่องจากประเทศมีความเสี่ยงสูงที่จะกลายเป็น “จุดผ่าน” (Gateway) หรือ “ศูนย์กลางการฟอกเงิน” ของทุนเทาข้ามชาติเหล่านี้ โดยมีการนำเงินสกปรกมาเปลี่ยนรูปผ่านธุรกิจและทรัพย์สินต่าง ๆ โดยอาศัยกลไกของ “ไทยเทา” ที่เชื่อมโยงกับผู้มีอิทธิพลหรือแม้กระทั่งนักการเมือง การละเลยที่จะจัดการกับ “รากฐาน” ของการฟอกเงินในประเทศอย่างจริงจัง จึงเท่ากับการปล่อยให้โครงสร้างอาชญากรรมเติบโตอย่างอิสระ ซึ่งหากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ย่อมบ่อนทำลายความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างไม่อาจแก้ไขได้

                         ถึงเวลาที่รัฐบาลไทยต้องเปลี่ยน “วาระแห่งชาติ” ให้เป็นการปฏิบัติการที่เฉียบขาด

                        ในห้วงเวลาที่สิงคโปร์ใช้ข้อมูลข่าวกรองระหว่างประเทศนำไปสู่การยึดทรัพย์มูลค่ามหาศาลอย่างรวดเร็ว เกิดคำถามที่รัฐบาลไทยต้องตอบอย่างเร่งด่วน ว่า เหตุใดการขยายผลและกวาดล้างเครือข่ายทุนเทาในประเทศที่เชื่อมโยงกับศูนย์กลางอาชญากรรมในกัมพูชา จึงยังคง “อืดอาดยืดยาด” ไม่สมกับที่ประกาศเป็น “วาระแห่งชาติ” การที่หน่วยงานรัฐได้ค้นพบการกระทำความผิดและจับกุมเครือข่ายได้บ้างแล้ว ควรเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้มาตรการทางกฎหมายและอำนาจรัฐอย่างเต็มที่เพื่อ “ตัดท่อน้ำเลี้ยง” และยึดทรัพย์สินที่ได้จากอาชญากรรมอย่างรวดเร็วและโปร่งใส 

                        การทำเพียงแค่ “เดินตามหลัง” การสืบสวนของประเทศอื่น หรือจำกัดปฏิบัติการไว้แค่ระดับผู้ปฏิบัติการ โดยไม่กล้าแตะต้อง “ผู้บงการ” และเครือข่ายฟอกเงินระดับสูงที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนในประเทศ จะทำให้ประเทศไทยพลาดโอกาสสำคัญในการปกป้องประชาชนและเสรีภาพทางเศรษฐกิจ และอาจถูกมองว่า ขาดความมุ่งมั่นอย่างแท้จริง ในการต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติครั้งใหญ่นี้

ข่าวล่าสุด

“สนามบินสุวรรณภูมิ” กับ 113 แอร์ไลน์

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกลายเป็นหนึ่งในสนามบินที่มีสายการบินพาณิชย์ใช้บริการมากถึง 113 สายการบิน สะท้อนบทบาท “ประตูการบินของภูมิภาค” อย่างชัดเจน

นักวิชาการคว่ำบาตรการเมือง : สะท้อนตัวตนนักการเมือง

กลุ่มนักวิชาการเพื่อสังคม ชี้ประเด็นสำคัญอยู่ที่ข้อเสนอให้คว่ำบาตรไม่เลือกพรรคที่มีพฤติกรรมอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการพัฒนาประเทศ

ทรัมป์ไม่อยู่กับร่องกับรอย ขู่แคนาดาจะถูกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 100%

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนแคนาดาเมื่อวันเสาร์ที่ 24ม.ค.ว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 100% กับสินค้าที่จำหน่ายในสหรัฐ หากแคนาดาทำข้อตกลงทางการค้ากับจีน

KPI Poll x LINE TODAY เปิดพื้นที่เสียงประชาชน ครั้งที่ 3

KPI Poll x LINE TODAY เปิดพื้นที่เสียงประชาชน ครั้งที่ 3 สัปดาห์นี้ โค้งสุดท้ายกับสองคำถามสำคัญ ที่อยากฟังการเมืองจากเสียงประชาชน

ข่าวอื่นๆ

“สนามบินสุวรรณภูมิ” กับ 113 แอร์ไลน์

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกลายเป็นหนึ่งในสนามบินที่มีสายการบินพาณิชย์ใช้บริการมากถึง 113 สายการบิน สะท้อนบทบาท “ประตูการบินของภูมิภาค” อย่างชัดเจน

“ข่าวปลอม” … Fake News ภัยคุกคามระดับโลก !  วิกฤตความจริงในสังคมโลกยุคดิจิทัล

”ข่าวปลอม“ หรือ Fake News ได้พัฒนาเป็นภัยคุกคามเชิงโครงสร้างของระบบข้อมูลข่าวสารโลก ไม่จำกัดอยู่เพียงความผิดพลาดทางสื่อ แต่กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อชีวิต เศรษฐกิจ และการเมืองโดยตรง

“เบื้องหลัง” กะเหรี่ยง ..กอทูเล  ...

สแกนแผนลึกเนปิดอว์ แบ่งแยกแล้วปกครอง ฉกฉวยรอยแยกชาติพันธุ์ ขยี้ปีกทายาทนักสู้ จับตาหมากรุกมหาอำนาจ สหรัฐฯ-จีน ในสงครามตัวแทนที่ปิดไม่มิด และบทพิสูจน์ชั้นเชิงอธิปไตยไทย