วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 17, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT สิงคโปร์แสดงความเป็นผู้นำในอาเซียนยึดทรัพย์ "ทุนเทา" ข้ามชาติกว่า 3.7 พันล้านบาท

 สิงคโปร์แสดงความเป็นผู้นำในอาเซียนยึดทรัพย์ “ทุนเทา” ข้ามชาติกว่า 3.7 พันล้านบาท

เผยแพร่

spot_img

สั่นคลอนเครือข่ายฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับ “Prince Group” ในกัมพูชา

                          ปฏิบัติการอันเด็ดขาดของตำรวจสิงคโปร์ในการยึดและอายัดทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 3,700 ล้านบาท ที่เชื่อมโยงกับนายเฉิน จื้อ และกลุ่ม Prince Holding Group แห่งกัมพูชา ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงถึงความจริงจังของประเทศในการต่อต้านอาชญากรรมทางการเงินข้ามชาติ 

                           การดำเนินการดังกล่าว ซึ่งเป็นผลจากการประสานงานกับสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ได้ตอกย้ำว่าเครือข่ายสแกมเมอร์ที่มีฐานอยู่ในกัมพูชานั้น ไม่ได้เป็นเพียงภัยคุกคามระดับภูมิภาค แต่ได้ฝังรากลึกและใช้กลไกการฟอกเงินที่ซับซ้อนเพื่อกัดกร่อนเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

                           การเข้าจัดการกับกลุ่มทุนใหญ่ในครั้งนี้ จึงเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าประเทศที่มีธรรมาภิบาลสูงพร้อมจะเดินหน้าเต็มที่เพื่อรักษาเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือของระบบการเงินตนเอง

                          ในขณะที่ภัยร้ายลุกลาม บทบาทของประเทศไทยในสมการอาชญากรรมไซเบอร์เหมือนจะยังไม่กระตือรือร้น

                          ความเสียหายจากขบวนการสแกมเมอร์ในประเทศไทยถูกประเมินว่าสูงถึงหลักแสนล้านบาท ซึ่งแม้จะมีการประกาศให้เป็น “วาระแห่งชาติ” และการปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ได้บ้าง แต่ประเทศไทยยังคงเผชิญความท้าทายอย่างยิ่งในการยกระดับปฏิบัติการให้เทียบเท่ากับขนาดของปัญหาที่แท้จริง

                         เนื่องจากประเทศมีความเสี่ยงสูงที่จะกลายเป็น “จุดผ่าน” (Gateway) หรือ “ศูนย์กลางการฟอกเงิน” ของทุนเทาข้ามชาติเหล่านี้ โดยมีการนำเงินสกปรกมาเปลี่ยนรูปผ่านธุรกิจและทรัพย์สินต่าง ๆ โดยอาศัยกลไกของ “ไทยเทา” ที่เชื่อมโยงกับผู้มีอิทธิพลหรือแม้กระทั่งนักการเมือง การละเลยที่จะจัดการกับ “รากฐาน” ของการฟอกเงินในประเทศอย่างจริงจัง จึงเท่ากับการปล่อยให้โครงสร้างอาชญากรรมเติบโตอย่างอิสระ ซึ่งหากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ย่อมบ่อนทำลายความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างไม่อาจแก้ไขได้

                         ถึงเวลาที่รัฐบาลไทยต้องเปลี่ยน “วาระแห่งชาติ” ให้เป็นการปฏิบัติการที่เฉียบขาด

                        ในห้วงเวลาที่สิงคโปร์ใช้ข้อมูลข่าวกรองระหว่างประเทศนำไปสู่การยึดทรัพย์มูลค่ามหาศาลอย่างรวดเร็ว เกิดคำถามที่รัฐบาลไทยต้องตอบอย่างเร่งด่วน ว่า เหตุใดการขยายผลและกวาดล้างเครือข่ายทุนเทาในประเทศที่เชื่อมโยงกับศูนย์กลางอาชญากรรมในกัมพูชา จึงยังคง “อืดอาดยืดยาด” ไม่สมกับที่ประกาศเป็น “วาระแห่งชาติ” การที่หน่วยงานรัฐได้ค้นพบการกระทำความผิดและจับกุมเครือข่ายได้บ้างแล้ว ควรเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้มาตรการทางกฎหมายและอำนาจรัฐอย่างเต็มที่เพื่อ “ตัดท่อน้ำเลี้ยง” และยึดทรัพย์สินที่ได้จากอาชญากรรมอย่างรวดเร็วและโปร่งใส 

                        การทำเพียงแค่ “เดินตามหลัง” การสืบสวนของประเทศอื่น หรือจำกัดปฏิบัติการไว้แค่ระดับผู้ปฏิบัติการ โดยไม่กล้าแตะต้อง “ผู้บงการ” และเครือข่ายฟอกเงินระดับสูงที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนในประเทศ จะทำให้ประเทศไทยพลาดโอกาสสำคัญในการปกป้องประชาชนและเสรีภาพทางเศรษฐกิจ และอาจถูกมองว่า ขาดความมุ่งมั่นอย่างแท้จริง ในการต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติครั้งใหญ่นี้

ข่าวล่าสุด

ข่าว Short News 2569-02-16

เกิดเหตุระทึกกลางงานคอนเสิร์ตที่พัทยา เมื่อ "เสี่ยตัน" พลาดตกเวทีความสูง 2 เมตร ขณะร่วมงานดนตรี ล่าสุดถูกนำตัวส่ง รพ.กรุงเทพ-พัทยา พบอาการปวดต้นคอและหลัง แพทย์สั่งเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

ภูมิใจไทยบนทาง “สองแพร่งอำนาจ” !

การจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวมเสียงให้เกินครึ่งในสภา หากแต่เป็นการวางทิศทางภาพลักษณ์ทางการเมืองในสายตาประชาชน

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่นๆ

ภูมิใจไทยบนทาง “สองแพร่งอำนาจ” !

การจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวมเสียงให้เกินครึ่งในสภา หากแต่เป็นการวางทิศทางภาพลักษณ์ทางการเมืองในสายตาประชาชน

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย