วันจันทร์, มีนาคม 9, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTสื่อโลกชี้ “ทรัมป์” สร้างเรื่องหยุดยิงก่อนความจริง

สื่อโลกชี้ “ทรัมป์” สร้างเรื่องหยุดยิงก่อนความจริง

เผยแพร่

spot_img

มาเลย์ตั้งเส้นตาย 22.00 น. เกมการทูตที่ไทยต้องอ่านให้ขาด

                             สื่อหลักระดับโลกอย่าง The Guardian, Reuters และ The Wall Street Journal รายงานตรงกันว่า คำกล่าวอ้างของโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าการสนทนาทางโทรศัพท์กับผู้นำไทยและกัมพูชานำไปสู่ “ข้อตกลงหยุดยิง” นั้น ไม่สอดคล้องกับบทสนทนาจริงและข้อเท็จจริงในพื้นที่ โดยทั้งรัฐบาลไทยและกัมพูชาไม่ได้ออกแถลงยืนยันว่ามีข้อตกลงหยุดยิงเกิดขึ้นตามที่ทรัมป์กล่าว ขณะที่สถานการณ์ปะทะยังคงดำเนินอยู่ในช่วงเวลาหลังคำประกาศดังกล่าว สื่อเหล่านี้จึงเลือกใช้ถ้อยคำอย่าง “claimed” และ “unverified” อย่างระมัดระวัง เพื่อแยกคำอ้างออกจากข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้

                          Reuters ระบุชัดว่า ฝ่ายไทยยืนยันไม่มีการตกลงหยุดยิงในการสนทนาทางโทรศัพท์ ขณะที่ The Guardian ชี้ว่าคำกล่าวของทรัมป์สวนทางกับรายงานจากภาคสนาม ส่วน The Wall Street Journal ตั้งข้อสังเกตว่า ไม่มีแถลงการณ์ร่วม ไม่มีเอกสารทางการ และไม่มีกรอบเวลาที่ตกลงกันจริง สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นเพียงคำอ้างจากฝ่ายเดียว มากกว่าผลลัพธ์ของกระบวนการทูตที่เป็นทางการ

                          ในจังหวะเดียวกัน นาย อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน ได้ออกมาเสนอให้ทั้งสองประเทศ “หยุดยิงภายในเวลา 22.00 น.” ของคืนวันที่ 13 ธันวาคม หรือคืนเดียวกัน โดยไม่มีการชี้ชัดว่าเส้นตายดังกล่าวมาจากการตกลงร่วมของคู่ขัดแย้ง หรือเป็นผลจากบทสนทนาใดก่อนหน้านั้น 

                          ข้อเสนอนี้ถูกกัมพูชาขานรับทันที ขณะที่ฝ่ายไทยยังไม่ให้คำตอบ สื่อต่างประเทศจำนวนหนึ่งจึงตั้งข้อสังเกตว่า เส้นตาย 22.00 น. อาจเป็นการ ยกสถานะของข้อเสนอให้กลายเป็นข้อสรุปทางการเมือง โดยอาศัยจังหวะที่สร้างเรื่องราว “การหยุดยิง” ถูกปล่อยออกมาแล้วจากฝั่งทรัมป์ ทำให้ภาพรวมบนเวทีโลกเกิดความคลุมเครือว่า อะไรคือข้อตกลงจริง และอะไรคือการเร่งเกมทางการทูต

                            สื่อต่างประเทศประเมินว่าพฤติกรรมเหล่านี้สะท้อนรูปแบบการเมืองที่คุ้นตา คือ การนำเสนอความสำเร็จก่อนมีหลักฐานสนับสนุน ใช้ถ้อยคำที่เกินจริง และลดทอนความซับซ้อนของความขัดแย้งระหว่างรัฐให้กลายเป็นเรืาองราวที่ชวนให้เชื่อตาม มากกว่าข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ 

                           รัฐบาลไทยต้องระวังให้จงหนักว่า การเดินเกมท่ามกลางแรงกดดันเช่นนี้เปรียบเสมือนการทรงตัวบนเส้นด้าย ระหว่างคำประกาศของผู้นำมหาอำนาจ เส้นตายจากตัวกลาง และความจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่จริง แต่แม้จะอยู่บนเส้นด้าย ความจริงย่อมไม่หายไป และสุดท้ายจะประกาศตัวเองต่อสายตานานาชาติ หากรัฐนั้นเลือกยืนอยู่กับข้อเท็จจริง มากกว่าปล่อยให้ผู้อื่นกำหนดเวลาและเขียนเรื่องราวแทน

15/12/2568    “ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

ซาอุฯ รวบ “สายลับอิสราเอล” จัดฉากป่วน

ซาอุดีอาระเบียและกาตาร์เพิ่งรวบตัว "สายลับมอสสาด" ของอิสราเอลได้คาหนังคาเขา ขณะกำลังพยายามเข้าไปจัดฉากวางบึ้มป่วนเมือง

สีฟ้าๆ คือประเทศที่ปลอดภัยสุดเมื่อเกิดสงครามโลก

สีฟ้าๆ คือประเทศที่ปลอดภัยสุดเมื่อเกิดสงครามโลก...ไทยแลนด์คือ 1 ในนั้น โชคดีแล้วที่เกิดมาที่เมืองไทย

 ‘โมจตาบา คอเมเนอี’ ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ที่กำลังถูก ‘สหรัฐฯ-อิสราเอล’ หมายหัว

โมจตาบา ในวัย 56 ปี ได้รับการคัดเลือกโดยสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน ซึ่งเป็นองค์กรที่มีสมาชิก 88 คน มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการแต่งตั้งผู้มีอำนาจสูงสุดทางการเมืองและศาสนาของประเทศ

ตาต่อตา! ฟันต่อฟัน!! 239 ล้ง ขู่!ประกาศจะงดซื้อมะพร้าว 2วัน 

คำขู่จากล้ง กลุ่มล้งประกาศจะ "งดซื้อ"มะพร้าว เป็นเวลา 2 วัน เพื่อดูว่ากระทรวงพาณิชย์ จะจัดการอย่างไร

ข่าวอื่นๆ

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...