หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“สูตรเด็ด ? ” ปลุกไทยประหยัดน้ำมัน “ครอบครัวละ 1 ลิตร” อนุทิน อ้างช่วยชาติวันละ 600 ล้านบาท ดีเดย์พ่วงงบ...

“สูตรเด็ด ? ” ปลุกไทยประหยัดน้ำมัน “ครอบครัวละ 1 ลิตร” อนุทิน อ้างช่วยชาติวันละ 600 ล้านบาท ดีเดย์พ่วงงบ “คนละครึ่งพลัส” กู้ศรัทธาหลังเลิกตรึงราคา

เผยแพร่

spot_img

                                 กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ทันที เมื่อนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เปิดทำเนียบรัฐบาลจัดวง “Meet the Press” เพื่อเช็กอุณหภูมิความเดือดร้อนท่ามกลางวิกฤตราคาน้ำมันที่พุ่งพรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร 

                              โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การหยิบยกตัวเลขสถิติมาสร้างแรงจูงใจแนวใหม่ ขอความร่วมมือให้ 10 ล้านครอบครัวไทยช่วยกันประหยัดน้ำมันเพียงครอบครัวละ 1 ลิตรต่อวัน ซึ่งนายกฯ คำนวณให้เสร็จสรรพว่าจะช่วยลดการใช้น้ำมันรวมได้ถึง 10 ล้านลิตร และเซฟงบประมาณแผ่นดินที่ต้องนำไปอุดหนุนส่วนต่างได้สูงถึงวันละ 600 ล้านบาท

                            การขยับตัวครั้งนี้ถือเป็นการ “บริหารความคาดหวัง”  ที่แยบยล นายกฯ ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาถึงความผิดพลาดในการประเมินสถานการณ์โลก โดยเฉพาะไฟสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อจนรัฐบาลแบกภาระการตรึงราคาต่อไปไม่ไหว การประกาศเลิกตรึงราคาจึงไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขที่ติดลบในกองทุนน้ำมัน แต่คือการส่งสัญญาณว่า “รัฐบาลหลังพิงฝาแล้ว” และจำเป็นต้องดึงประชาชนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรับผิดชอบความเสี่ยงร่วมกัน

                            ทว่าในเชิงวิเคราะห์ การนำงบประมาณที่ประหยัดได้จาก “หยาดเหงื่อ” ของประชาชนที่ยอมลดการใช้รถ ไปเติมเชื้อไฟให้กับโครงการ “คนละครึ่งพลัส” กลับถูกมองว่าเป็นตลกร้ายทางการเมือง เพราะในขณะที่รัฐบาลขอให้ชาวบ้านรัดเข็มขัดและลดการเคลื่อนไหวเพื่อประหยัดน้ำมัน แต่กลับพยายามกระตุ้นให้คนออกไปใช้จ่ายผ่านโครงการประชานิยมขนานใหญ่ เป็นการย้อนแย้งในเชิงนโยบายที่ว่า “จะให้ประหยัดเพื่อเอาเงินไปใช้” หรือ “จะให้ใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ” กันแน่

                           มาตรการ 4 เสาหลักที่นายกฯ ประกาศ ทั้งการเพิ่มน้ำมันสำรองเป็น 100 วัน และการคุมราคาสินค้า ดูเหมือนจะเป็นยาแก้ปวดที่ออกฤทธิ์ช้าเกินไป เมื่อเทียบกับค่าครองชีพที่พุ่งทะยานล่วงหน้าไปก่อนแล้ว โดยเฉพาะข้อเสนอให้ลดเที่ยววิ่งรถโดยสารสาธารณะเพื่อประหยัดพลังงาน ซึ่งถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการผลักภาระให้กลุ่มเป้าหมายที่เปราะบางที่สุดในสังคม ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการเดินทางเพิ่มขึ้นไปอีก ราวกับจะบอกว่าถ้าน้ำมันแพงก็ให้จอดรถนอนอยู่บ้าน

                             ในมุมมองของสื่อมวลชน วงสนทนาที่ดูเป็นกันเองในทำเนียบฯ อาจช่วยลดทอนความแข็งกร้าวของภาพลักษณ์รัฐบาลได้ชั่วคราว เปลี่ยนโทนข่าวจาก “วิกฤตที่ไร้ทางออก” ให้กลายเป็น “ภารกิจร่วมกันของคนไทย” แต่วิธีคิดเรื่องประหยัดน้ำมันครอบครัวละ 1 ลิตรนั้น เป็นเพียงคณิตศาสตร์บนกระดาษที่วัดผลจริงได้ยากตราบใดที่โครงสร้างขนส่งมวลชนยังไม่เอื้ออำนวย และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคยังขยับขึ้นตามต้นทุนขนส่งอย่างไร้การควบคุม

                             บทสรุปของ Meet the Press ครั้งนี้จึงเป็นเพียงการซื้อเวลาด้วยวาทกรรม “ประหยัดช่วยชาติ” เพื่อประคองความเชื่อมั่นที่กำลังสั่นคลอนจากการที่รัฐบาลเลิกอุ้มราคาน้ำมัน แม้นายกฯ อนุทินจะพยายามใช้ไมโครโฟนกล่อมสื่อให้เห็นภาพบวกเพียงใด แต่ตราบใดที่ตัวเลขหน้าหัวจ่ายยังเผากระเป๋าเงินประชาชนจนทะลุ ยานอนหลับทางการเมืองขนานนี้ก็อาจจะออกฤทธิ์ได้ไม่นานนัก ก่อนที่เสียงก่นด่าจะดังกว่าเสียงชัตเตอร์อีกครั้ง

                            สุดท้ายแล้ว สูตร “ประหยัด 1 ลิตร” ของนายกฯ อนุทิน จะกลายเป็นตำนานบทใหม่ของการแก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน หรือจะเป็นเพียงแค่การขายฝันกลางวงล้อมสื่อ คงต้องรอให้เข็มน้ำมันในรถของประชาชนเป็นผู้ให้คำตอบที่แท้จริงในเร็ววันนี้

2569-03-30   ผู้เขียน  “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

ข่าวอื่นๆ

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

แบตเตอรี่ลิเธียมล้นเมือง  ความท้าทายใหม่ที่รัฐต้องเร่งจัดการ

จากเหตุการณ์ระทึกขวัญของข่าวรถขนส่งแบตเตอรี่บนทางด่วนบูรพาวิถีเกืดเหตุระเบิด เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่สร้างความตระหนกให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน แต่ยังเป็น "กรณีศึกษา" สำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบโลจิสติกส์ขยะอันตรายในประเทศไทย

ความสัมพันธ์ 170 ปี “ไทย-ฝรั่งเศส”   “การทูตเชิงรุก”ต้องดับฝัน กัมพูชา-ใช้ปารีสเคลมพรมแดน

ยุทธศาสตร์การทูตครั้งนี้คือ "ปฏิบัติการเชิงรุก" เพื่อนำข้อเท็จจริงปมพรมแดนและพื้นที่ทับซ้อน (OCA) ไปแสดงต่อประธานาธิบดี เอมานูเอล มาครง