วันพุธ, มีนาคม 4, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTหมายจับ “เบน สมิธ” ขยายวงจากฉ้อโกงพันล้าน 

หมายจับ “เบน สมิธ” ขยายวงจากฉ้อโกงพันล้าน 

เผยแพร่

spot_img

สู่เงาภาพถ่ายกับนักการเมืองและข้าราชการไทย

 การออกหมายจับทางอาญาต่อ Ben Smith   หรือ เบนจามิน เมาเรอร์เบอร์เกอร์ และภรรยา ในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงินมูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท ไม่เพียงเป็นพัฒนาการสำคัญของคดีอาชญากรรมเศรษฐกิจข้ามชาติ หากยังเปิดประเด็นใหม่ทางการเมือง เมื่อมีข้อมูลว่าผู้ต้องหาเคยปรากฏภาพถ่ายและมีการพบปะกับนักการเมืองไทยและข้าราชการไทยบางราย จนเกิดคำถามว่า ความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นเพียงกิจกรรมทางสังคม หรือมีนัยมากกว่านั้น

                              ศาลอาญากรุงเทพฯ ได้ออกหมายจับเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ตามคำร้องของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกล่าวหาว่า Smith หลอกลวงนักลงทุนให้ร่วมลงทุนในหุ้น อสังหาริมทรัพย์ เครื่องบิน และธุรกิจพลังงาน พร้อมอ้างผลตอบแทนสูง ขณะที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าเจ้าตัวเดินทางออกจากไทยไปก่อนหน้าแล้ว และมีรายงานว่าปลายทางอาจอยู่ที่ดูไบ รัฐบาลยืนยันจะประสานกับตำรวจสากล  Interpol เพื่อออกหมายแดง ประกาศติดตามตัวผู้ต้องหาระหว่างประเทศ Red Notice 

                             ศาลแพ่งมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายรวมกว่า 13,000 ล้านบาท ครอบคลุมบุคคลอย่างเฉินจื้อ  Chen Zhi , ยิม เลียก  Yim Leak ,และ ก๊ก อัน  Kok An  โดยใช้กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินออกนอกประเทศ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความพยายาม “ตัดวงจรการเงิน” ก่อนที่คดีจะขยายผลในชั้นศาล

                            สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเพิ่มเติมตรงกันว่า ข้อกล่าวหาต่อ Smith อาจเชื่อมโยงการฉ้อโกงข้ามพรมแดนตั้งแต่ปี 2016 มีผู้เสียหายต่างชาติถูกหลอกโอนเงินรวมกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีรูปแบบปฏิบัติการลักษณะโบอิลเลอร์รูม (Boiler Room)  หรือศูนย์หลอกลวงทางโทรศัพท์/ออนไลน์  หรือคอลเซ็นเตอร์ การเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนในกัมพูชา ทำให้คดีนี้ต้องอาศัยความร่วมมือหลายเขตอำนาจศาล และเป็นบททดสอบความสามารถของไทยในการจัดการอาชญากรรมการเงินยุคดิจิทัล

                            อย่างไรก็ดี มิติที่ยังคลางแคลงใจของสังคมไม่แพ้กัน คือ ภาพถ่ายและรายงานการพบปะระหว่างผู้ต้องหากับนักการเมืองไทยและข้าราชการไทยบางรายในช่วงที่ผ่านมา แม้ภาพถ่ายโดยลำพังไม่ใช่หลักฐานความผิด แต่ในทางรัฐศาสตร์ถือเป็น กลยุทธ์สร้างความน่าเชื่อถือทางสังคม (Social Legitimacy Strategy) ที่ผู้ระดมทุนมักใช้สร้างภาพความมั่นคงให้ธุรกิจ การมีภาพกับผู้มีอำนาจสามารถถูกนำไปสื่อสารต่อผู้ลงทุนว่าเป็นสัญญาณของการได้รับการยอมรับจากชนชั้นนำ

                           คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “ใครถ่ายภาพกับใคร” แต่คือ “มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องหรือผลประโยชน์เชื่อมโยงหรือไม่” หากเป็นเพียงงานสาธารณะหรือกิจกรรมเปิดกว้าง ภาพอาจไม่มีนัยทางกฎหมายใด ๆ แต่หากมีการพบปะในวงปิด การหารือเชิงธุรกิจ หรือธุรกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ความชัดเจนย่อมเป็นสิ่งที่สาธารณะคาดหวังจากผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในยุคที่ความโปร่งใสเป็นเงื่อนไขพื้นฐานของความเชื่อมั่นทางการเมือง

                          ในเชิงวิชาการ เรื่องนี้สะท้อนลักษณะเครือข่ายอำนาจแบบผสม(Hybrid Power Network)   ที่ประสานทุนธุรกิจสีเทากับทุนทางสังคมและการเมือง การดำเนินคดีจึงไม่ได้วัดเพียงความสามารถของตำรวจในการติดตามผู้ต้องหา แต่ยังวัดความกล้าหาญของระบบการเมืองในการเปิดเผยข้อเท็จจริง หากมีนักการเมืองไทยเกี่ยวข้องมากกว่าการปรากฏตัวในภาพ สังคมย่อมคาดหวังให้มีการชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา

                        ในโลกยุคโซเชียล ภาพถ่ายหนึ่งใบอาจมีค่ามากกว่าคำแถลงสิบหน้า 

                        บางครั้งรอยยิ้มในงานเลี้ยงอาจเป็นเพียงมารยาททางสังคม แต่บางครั้งก็อาจเป็น “ตราประทับความน่าเชื่อถือ” โดยไม่ตั้งใจ หากเฟรมถัดไปมีนักการเมืองไทยคนใดปรากฏเพิ่มขึ้น สาธารณชนคงไม่ได้ถามว่า “ยืนใกล้แค่ไหน ?“ แต่อาจถามว่า “ยืนอยู่ตรงนั้นเพื่ออะไร ?“

                     และคำตอบนั้นเอง จะเป็นตัวชี้ว่า  คดีนี้หยุดอยู่ที่อาชญากรรมเศรษฐกิจ หรือจะลามเข้าสู่บททดสอบความโปร่งใสของการเมืองไทยต่อไป

2569-03-05   “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

เศรษฐกิจเอเชียเสี่ยงหนักจากราคาน้ำมันพุ่ง

ประเทศในเอเชียพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซอย่างหนัก และอาจได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงหลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน

โรงเรียนประถมหญิงแห่งหนึ่งชื่อ Shajareh Tayyebeh ในเมือง Minab ตอนใต้ของอิหร่าน ถูกถล่มด้วยขีปนาวุธ

โรงเรียนประถมหญิงแห่งหนึ่งชื่อ Shajareh Tayyebeh ในเมือง Minab ตอนใต้ของอิหร่าน ถูกถล่มด้วยขีปนาวุธ เด็กนักเรียนและครูรวม 168 คนเสียชีวิต

IRGC อ้างว่ามี ทหารสหรัฐฯ ตายและบาดเจ็บกว่า 650 นายภายในสองวันแรก ของปฏิบัติการตอบโต้

 โฆษกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เผยมีทหารสหรัฐฯ มากกว่า 650 นายเสียชีวิตและบาดเจ็บภายในสองวันแรกของปฏิบัติการตอบโต้ “สัญญาที่แท้จริง 4” (Operation True Promise 4) ของกองกำลังติดอาวุธอิหร่าน ต่อฐานทัพและเรือรบของสหรัฐฯ...

NATO ร้าว  ทรัมป์ขู่ ‘คว่ำบาตรการค้าสเปน’ เต็มรูปแบบ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะกำหนดมาตรการคว่ำบาตรทางการค้าอย่างเต็มรูปแบบต่อสเปนเ

ข่าวอื่นๆ

ปิดน่านฟ้าไซปรัสไล่ล่า “เนทันยาฮู”  ศึกชำระแค้นสะเทือนโลก อิหร่านรุกฆาตเป้าหมายบุคคลสำคัญ ทั้งสหรัฐฯ-อิสราเอล

ไทยอ่วมราคาน้ำมันพุ่ง รัฐบาลเปิดห้องปฏิบัติการภาวะสงคราม  รับศึกยืดเยื้อ                                วิกฤตการณ์ตะวันออกกลางยกระดับสู่ “สงครามไล่ล่าสังหาร” เต็มรูปแบบ หลังมีรายงานเชิงลึกจากสำนักข่าวต่าวประเทศระบุว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล บาดเจ็บสาหัสและถูกนำตัวไปรักษาในไซปรัส ส่งผลให้อิหร่านตัดสินใจขยายวงรบเปิดศึกน่านฟ้าใหม่เพื่อปิดบัญชีแค้น ท่ามกลางยุทธศาสตร์สงครามบั่นทอนระยะยาวของกองกำลังปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่มุ่งเป้าทำลายมหาอำนาจตะวันตก...

จีน-รัสเซีย นิ่งสนิท “สลัดทิ้ง” เตหะรานลำพัง  อินทรีประกาศปิดจ็อบ “เด็ดหัวยักษ์”  

โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงยืนยันภารกิจสังหาร "คาเมเนอี" และกลุ่มแคนดิเดตทายาทอำนาจอิหร่านแบบถอนรากถอนโคน ท่ามกลางปฏิกิริยาจากจีนและรัสเซียที่ยังคงสงบนิ่งไม่ขยับช่วยพันธมิตร

สังหารผู้นำอิหร่าน “คาเมเนอี” ยักษ์ผู้ชักใย  สหรัฐฯ-อิสราเอล รุมถล่มเตหะราน-ยับ ! 

อิหร่านระดมยิงมิสไซล์กลับทั้งตะวันออกกลาง  จับตาปิด "ฮอร์มุซ" ทุบเศรษฐกิจไทยพังพาบ                                  ชนวนเหตุสำคัญของการเปิดฉากโจมตีครั้งประวัติศาสตร์โดยสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา จนนำไปสู่การยืนยันจากทางการอิหร่านในเช้าวันอาทิตย์ว่า   อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดเสียชีวิตแล้ว                                ย้อนหลัง ...