วันอาทิตย์, มีนาคม 29, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTหมายจับ “เบน สมิธ” ขยายวงจากฉ้อโกงพันล้าน 

หมายจับ “เบน สมิธ” ขยายวงจากฉ้อโกงพันล้าน 

เผยแพร่

spot_img

สู่เงาภาพถ่ายกับนักการเมืองและข้าราชการไทย

 การออกหมายจับทางอาญาต่อ Ben Smith   หรือ เบนจามิน เมาเรอร์เบอร์เกอร์ และภรรยา ในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงินมูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท ไม่เพียงเป็นพัฒนาการสำคัญของคดีอาชญากรรมเศรษฐกิจข้ามชาติ หากยังเปิดประเด็นใหม่ทางการเมือง เมื่อมีข้อมูลว่าผู้ต้องหาเคยปรากฏภาพถ่ายและมีการพบปะกับนักการเมืองไทยและข้าราชการไทยบางราย จนเกิดคำถามว่า ความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นเพียงกิจกรรมทางสังคม หรือมีนัยมากกว่านั้น

                              ศาลอาญากรุงเทพฯ ได้ออกหมายจับเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ตามคำร้องของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกล่าวหาว่า Smith หลอกลวงนักลงทุนให้ร่วมลงทุนในหุ้น อสังหาริมทรัพย์ เครื่องบิน และธุรกิจพลังงาน พร้อมอ้างผลตอบแทนสูง ขณะที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าเจ้าตัวเดินทางออกจากไทยไปก่อนหน้าแล้ว และมีรายงานว่าปลายทางอาจอยู่ที่ดูไบ รัฐบาลยืนยันจะประสานกับตำรวจสากล  Interpol เพื่อออกหมายแดง ประกาศติดตามตัวผู้ต้องหาระหว่างประเทศ Red Notice 

                             ศาลแพ่งมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายรวมกว่า 13,000 ล้านบาท ครอบคลุมบุคคลอย่างเฉินจื้อ  Chen Zhi , ยิม เลียก  Yim Leak ,และ ก๊ก อัน  Kok An  โดยใช้กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินออกนอกประเทศ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความพยายาม “ตัดวงจรการเงิน” ก่อนที่คดีจะขยายผลในชั้นศาล

                            สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเพิ่มเติมตรงกันว่า ข้อกล่าวหาต่อ Smith อาจเชื่อมโยงการฉ้อโกงข้ามพรมแดนตั้งแต่ปี 2016 มีผู้เสียหายต่างชาติถูกหลอกโอนเงินรวมกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีรูปแบบปฏิบัติการลักษณะโบอิลเลอร์รูม (Boiler Room)  หรือศูนย์หลอกลวงทางโทรศัพท์/ออนไลน์  หรือคอลเซ็นเตอร์ การเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนในกัมพูชา ทำให้คดีนี้ต้องอาศัยความร่วมมือหลายเขตอำนาจศาล และเป็นบททดสอบความสามารถของไทยในการจัดการอาชญากรรมการเงินยุคดิจิทัล

                            อย่างไรก็ดี มิติที่ยังคลางแคลงใจของสังคมไม่แพ้กัน คือ ภาพถ่ายและรายงานการพบปะระหว่างผู้ต้องหากับนักการเมืองไทยและข้าราชการไทยบางรายในช่วงที่ผ่านมา แม้ภาพถ่ายโดยลำพังไม่ใช่หลักฐานความผิด แต่ในทางรัฐศาสตร์ถือเป็น กลยุทธ์สร้างความน่าเชื่อถือทางสังคม (Social Legitimacy Strategy) ที่ผู้ระดมทุนมักใช้สร้างภาพความมั่นคงให้ธุรกิจ การมีภาพกับผู้มีอำนาจสามารถถูกนำไปสื่อสารต่อผู้ลงทุนว่าเป็นสัญญาณของการได้รับการยอมรับจากชนชั้นนำ

                           คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “ใครถ่ายภาพกับใคร” แต่คือ “มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องหรือผลประโยชน์เชื่อมโยงหรือไม่” หากเป็นเพียงงานสาธารณะหรือกิจกรรมเปิดกว้าง ภาพอาจไม่มีนัยทางกฎหมายใด ๆ แต่หากมีการพบปะในวงปิด การหารือเชิงธุรกิจ หรือธุรกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ความชัดเจนย่อมเป็นสิ่งที่สาธารณะคาดหวังจากผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในยุคที่ความโปร่งใสเป็นเงื่อนไขพื้นฐานของความเชื่อมั่นทางการเมือง

                          ในเชิงวิชาการ เรื่องนี้สะท้อนลักษณะเครือข่ายอำนาจแบบผสม(Hybrid Power Network)   ที่ประสานทุนธุรกิจสีเทากับทุนทางสังคมและการเมือง การดำเนินคดีจึงไม่ได้วัดเพียงความสามารถของตำรวจในการติดตามผู้ต้องหา แต่ยังวัดความกล้าหาญของระบบการเมืองในการเปิดเผยข้อเท็จจริง หากมีนักการเมืองไทยเกี่ยวข้องมากกว่าการปรากฏตัวในภาพ สังคมย่อมคาดหวังให้มีการชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา

                        ในโลกยุคโซเชียล ภาพถ่ายหนึ่งใบอาจมีค่ามากกว่าคำแถลงสิบหน้า 

                        บางครั้งรอยยิ้มในงานเลี้ยงอาจเป็นเพียงมารยาททางสังคม แต่บางครั้งก็อาจเป็น “ตราประทับความน่าเชื่อถือ” โดยไม่ตั้งใจ หากเฟรมถัดไปมีนักการเมืองไทยคนใดปรากฏเพิ่มขึ้น สาธารณชนคงไม่ได้ถามว่า “ยืนใกล้แค่ไหน ?“ แต่อาจถามว่า “ยืนอยู่ตรงนั้นเพื่ออะไร ?“

                     และคำตอบนั้นเอง จะเป็นตัวชี้ว่า  คดีนี้หยุดอยู่ที่อาชญากรรมเศรษฐกิจ หรือจะลามเข้าสู่บททดสอบความโปร่งใสของการเมืองไทยต่อไป

2569-03-05   “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

เรือไทย ดังข้ามโลก

ความภาคภูมิใจ ของ เรือไทย เมื่อ Red Bull เครื่องดื่มชูกำลัง แบรนด์ระดับโลก เลือก แม่น้ำเจ้าพระยา และ เรือสำราญสุดหรูของไทย Wonderful Pearl cruise เป็น โลเคชั่น ถ่ายทำโฆษณาชุดใหม่ ออกเผยแพร่ทั่วโลก

ชำแหละกำไรโรงกลั่น ? ลาภลอยบนหยาดเหงื่อ  และทางออกที่รัฐ (ต้อง) กล้าเลือก !

เมื่อหนี้ “แสนล้าน” เป็นของประชาชน แต่ส่วนต่าง “ แสนสุข" เป็นของทุนพลังงาน ? ต่อเนื่องจากวิกฤตการณ์ที่ กบน. ประกาศขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา ทิ้งให้สังคมจมอยู่กับคำถามถึงความยุติธรรมในโครงสร้างราคา

“กองทุนน้ำมัน” ฟางเส้นสุดท้ายที่แบกหนี้แสนล้าน… ? บนความคลุมเครือของอำนาจ กบน. (Ep1/2)

เมื่อไฟสงคราม "สหรัฐฯ-อิหร่าน" เผาพลาญเศรษฐกิจโลก ชำแหละกลไก "กองทุนน้ำมัน" ในม่านหมอก

วิกฤตราคาน้ำมันเขย่าความเชื่อมั่น “จริยธรรม” รัฐบาล ถูกตั้งคำถามในยามวิกฤตพลังงาน

ราคาน้ำมันพุ่งต่อเนื่อง บางพื้นที่ขาดตลาด จุดชนวนข้อสงสัยโครงสร้างพลังงานและความเป็นกลางของผู้กำหนดนโยบาย

ข่าวอื่นๆ

ชำแหละกำไรโรงกลั่น ? ลาภลอยบนหยาดเหงื่อ  และทางออกที่รัฐ (ต้อง) กล้าเลือก !

เมื่อหนี้ “แสนล้าน” เป็นของประชาชน แต่ส่วนต่าง “ แสนสุข" เป็นของทุนพลังงาน ? ต่อเนื่องจากวิกฤตการณ์ที่ กบน. ประกาศขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา ทิ้งให้สังคมจมอยู่กับคำถามถึงความยุติธรรมในโครงสร้างราคา

“กองทุนน้ำมัน” ฟางเส้นสุดท้ายที่แบกหนี้แสนล้าน… ? บนความคลุมเครือของอำนาจ กบน. (Ep1/2)

เมื่อไฟสงคราม "สหรัฐฯ-อิหร่าน" เผาพลาญเศรษฐกิจโลก ชำแหละกลไก "กองทุนน้ำมัน" ในม่านหมอก

วิกฤตราคาน้ำมันเขย่าความเชื่อมั่น “จริยธรรม” รัฐบาล ถูกตั้งคำถามในยามวิกฤตพลังงาน

ราคาน้ำมันพุ่งต่อเนื่อง บางพื้นที่ขาดตลาด จุดชนวนข้อสงสัยโครงสร้างพลังงานและความเป็นกลางของผู้กำหนดนโยบาย