วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTหยุดยิง 72 ชั่วโมง…! สนามรบไม่จบที่ชายแดน

หยุดยิง 72 ชั่วโมง…! สนามรบไม่จบที่ชายแดน

เผยแพร่

spot_img

  ไทยยืนกรอบสากล โต้สงครามข้อมูลกัมพูชา

บททดสอบสันติภาพที่วัดกันด้วยความจริง ไม่ใช่เอกสารใส่ร้าย

                               การหยุดยิง 72 ชั่วโมง  บททดสอบเจตจำนง หรือฉากซ้ำของสงครามข้อมูลกัมพูชา

                              เมื่อสนามรบไม่ได้อยู่แค่แนวชายแดน แต่ขยายไปถึงเวทีเอกสารและการลอบบี้โลก

                              การลงนามข้อตกลงหยุดยิง 72 ชั่วโมง ระหว่างไทย กัมพูชา ภายใต้กรอบการประชุม GBC มีผลตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ถูกจับตามองในฐานะ “ช่วงเวลาเปราะบาง” ที่จะชี้วัดว่าความตึงเครียดชายแดนจะคลี่คลาย หรือจะกลายเป็นเพียงอีกตอนหนึ่งของเกมการเมืองและสงครามข้อมูลที่กัมพูชาใช้ต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ ขณะที่ฝ่ายไทยย้ำการยึดถือข้อตกลงและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด

                           ข้อตกลงหยุดยิง 72 ชั่วโมงมีสาระหลักคือ การยุติการใช้กำลังทุกรูปแบบ ห้ามการเคลื่อนย้ายกำลังเชิงรุก และเปิดช่องให้กลไกตรวจสอบจากภายนอก โดยเฉพาะบทบาทของอาเซียน เพื่อสร้างความโปร่งใสในพื้นที่ชายแดน ฝ่ายไทยยืนยันชัดเจนว่า การหยุดยิงครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อคุ้มครองชีวิตพลเรือน ลดความเสี่ยงการปะทะ และเปิดทางให้การเจรจาทางการทูตเดินหน้าต่อไปภายใต้กรอบสากล

                          ประสบการณ์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวข้อตกลง แต่อยู่ที่ “พฤติการณ์หลังข้อตกลง” ของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งมักใช้ยุทธศาสตร์ สงครามข้อมูล ควบคู่กับสถานการณ์ในพื้นที่จริง ตั้งแต่การกล่าวหา การจัดทำเอกสารฝ่ายเดียว การใช้เครือข่ายลอบบี้ยิสต์ในต่างประเทศ ไปจนถึงการสร้างภาพว่าเป็นความขัดแย้งที่ “ต่างฝ่ายต่างผิด” ทั้งที่ฝ่ายไทยยึดแนวทางอดกลั้นและปฏิบัติตามกรอบที่ตกลงมาโดยตลอด

                         ในทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พฤติการณ์ลักษณะนี้เข้าข่ายการบิดเบือนกรอบการรับรู้ เพื่อถ่วงดุลแรงกดดันจากนานาชาติ ข้อตกลงหยุดยิงระยะสั้นจึงมักถูกใช้เป็น “เวลาหายใจ” มากกว่าความตั้งใจแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง หากไม่มีระบบตรวจสอบที่เข้มแข็ง และหากยังปล่อยให้สงครามข้อมูลเดินหน้าโดยไร้การโต้กลับอย่างเป็นระบบ โอกาสที่สถานการณ์จะกลับไปสู่การปะทะย่อมยังคงอยู่ในระดับสูง

                          บทเรียนสำคัญสำหรับฝ่ายไทยคือ การสู้รบครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่แนวชายแดน แต่เป็นการเผชิญหน้าบนเวทีการสื่อสารระหว่างประเทศ ไทยจำเป็นต้องเดินเกมเชิงรุกมากขึ้น ทั้งการบันทึกข้อเท็จจริงอย่างเป็นระบบ การสื่อสารเชิงรุกกับองค์กรระหว่างประเทศ และการเปิดโปงเครือข่ายลอบบี้ยิสต์ที่บิดเบือนข้อมูล เพื่อไม่ให้กรอบความจริงถูกแทนที่ด้วยวาทกรรมฝ่ายเดียว

                          ที่สำคัญ อย่าให้เหตุการณ์นี้กลายเป็นภาพซ้ำของ “ปฏิญญากัวลาลัมเปอร์” ในอดีต ที่น้ำหมึกในเอกสารยังไม่ทันแห้งดี เสียงปืนจากฝั่งกัมพูชาก็ดังขึ้นมาก่อนใคร เพราะหากบทเรียนเดิมยังไม่ถูกจดจำ ข้อตกลงหยุดยิงใด ๆ ก็อาจเป็นเพียงกระดาษอีกแผ่นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ความล้มเหลวของการทูตในภูมิภาคนี้

28/12/2568  “ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย

อย่าให้ใครเรียก …“สยาม…เมืองส่วย !”  เมื่อทุนเทา-สแกมเมอร์ ขี่คออำนาจรัฐ

เมื่อคำว่า "ตอ" แข็งแกร่งกว่า "กฎหมาย" และ "สายอินเทอร์เน็ต" ข้ามโขงยาวไกลกว่า "สายตาผู้ตรวจสอบ" ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ยอดเหยื่อสแกมเมอร์ที่พุ่งสูง แต่คือความเชื่อมั่นของประเทศที่พังทลายจนฉุดไม่อยู่