วันจันทร์, มีนาคม 9, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTหยุดยิง 72 ชั่วโมง…! สนามรบไม่จบที่ชายแดน

หยุดยิง 72 ชั่วโมง…! สนามรบไม่จบที่ชายแดน

เผยแพร่

spot_img

  ไทยยืนกรอบสากล โต้สงครามข้อมูลกัมพูชา

บททดสอบสันติภาพที่วัดกันด้วยความจริง ไม่ใช่เอกสารใส่ร้าย

                               การหยุดยิง 72 ชั่วโมง  บททดสอบเจตจำนง หรือฉากซ้ำของสงครามข้อมูลกัมพูชา

                              เมื่อสนามรบไม่ได้อยู่แค่แนวชายแดน แต่ขยายไปถึงเวทีเอกสารและการลอบบี้โลก

                              การลงนามข้อตกลงหยุดยิง 72 ชั่วโมง ระหว่างไทย กัมพูชา ภายใต้กรอบการประชุม GBC มีผลตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ถูกจับตามองในฐานะ “ช่วงเวลาเปราะบาง” ที่จะชี้วัดว่าความตึงเครียดชายแดนจะคลี่คลาย หรือจะกลายเป็นเพียงอีกตอนหนึ่งของเกมการเมืองและสงครามข้อมูลที่กัมพูชาใช้ต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ ขณะที่ฝ่ายไทยย้ำการยึดถือข้อตกลงและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด

                           ข้อตกลงหยุดยิง 72 ชั่วโมงมีสาระหลักคือ การยุติการใช้กำลังทุกรูปแบบ ห้ามการเคลื่อนย้ายกำลังเชิงรุก และเปิดช่องให้กลไกตรวจสอบจากภายนอก โดยเฉพาะบทบาทของอาเซียน เพื่อสร้างความโปร่งใสในพื้นที่ชายแดน ฝ่ายไทยยืนยันชัดเจนว่า การหยุดยิงครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อคุ้มครองชีวิตพลเรือน ลดความเสี่ยงการปะทะ และเปิดทางให้การเจรจาทางการทูตเดินหน้าต่อไปภายใต้กรอบสากล

                          ประสบการณ์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวข้อตกลง แต่อยู่ที่ “พฤติการณ์หลังข้อตกลง” ของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งมักใช้ยุทธศาสตร์ สงครามข้อมูล ควบคู่กับสถานการณ์ในพื้นที่จริง ตั้งแต่การกล่าวหา การจัดทำเอกสารฝ่ายเดียว การใช้เครือข่ายลอบบี้ยิสต์ในต่างประเทศ ไปจนถึงการสร้างภาพว่าเป็นความขัดแย้งที่ “ต่างฝ่ายต่างผิด” ทั้งที่ฝ่ายไทยยึดแนวทางอดกลั้นและปฏิบัติตามกรอบที่ตกลงมาโดยตลอด

                         ในทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พฤติการณ์ลักษณะนี้เข้าข่ายการบิดเบือนกรอบการรับรู้ เพื่อถ่วงดุลแรงกดดันจากนานาชาติ ข้อตกลงหยุดยิงระยะสั้นจึงมักถูกใช้เป็น “เวลาหายใจ” มากกว่าความตั้งใจแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง หากไม่มีระบบตรวจสอบที่เข้มแข็ง และหากยังปล่อยให้สงครามข้อมูลเดินหน้าโดยไร้การโต้กลับอย่างเป็นระบบ โอกาสที่สถานการณ์จะกลับไปสู่การปะทะย่อมยังคงอยู่ในระดับสูง

                          บทเรียนสำคัญสำหรับฝ่ายไทยคือ การสู้รบครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่แนวชายแดน แต่เป็นการเผชิญหน้าบนเวทีการสื่อสารระหว่างประเทศ ไทยจำเป็นต้องเดินเกมเชิงรุกมากขึ้น ทั้งการบันทึกข้อเท็จจริงอย่างเป็นระบบ การสื่อสารเชิงรุกกับองค์กรระหว่างประเทศ และการเปิดโปงเครือข่ายลอบบี้ยิสต์ที่บิดเบือนข้อมูล เพื่อไม่ให้กรอบความจริงถูกแทนที่ด้วยวาทกรรมฝ่ายเดียว

                          ที่สำคัญ อย่าให้เหตุการณ์นี้กลายเป็นภาพซ้ำของ “ปฏิญญากัวลาลัมเปอร์” ในอดีต ที่น้ำหมึกในเอกสารยังไม่ทันแห้งดี เสียงปืนจากฝั่งกัมพูชาก็ดังขึ้นมาก่อนใคร เพราะหากบทเรียนเดิมยังไม่ถูกจดจำ ข้อตกลงหยุดยิงใด ๆ ก็อาจเป็นเพียงกระดาษอีกแผ่นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ความล้มเหลวของการทูตในภูมิภาคนี้

28/12/2568  “ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

สีฟ้าๆ คือประเทศที่ปลอดภัยสุดเมื่อเกิดสงครามโลก

สีฟ้าๆ คือประเทศที่ปลอดภัยสุดเมื่อเกิดสงครามโลก...ไทยแลนด์คือ 1 ในนั้น โชคดีแล้วที่เกิดมาที่เมืองไทย

 ‘โมจตาบา คอเมเนอี’ ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ที่กำลังถูก ‘สหรัฐฯ-อิสราเอล’ หมายหัว

โมจตาบา ในวัย 56 ปี ได้รับการคัดเลือกโดยสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน ซึ่งเป็นองค์กรที่มีสมาชิก 88 คน มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการแต่งตั้งผู้มีอำนาจสูงสุดทางการเมืองและศาสนาของประเทศ

ตาต่อตา! ฟันต่อฟัน!! 239 ล้ง ขู่!ประกาศจะงดซื้อมะพร้าว 2วัน 

คำขู่จากล้ง กลุ่มล้งประกาศจะ "งดซื้อ"มะพร้าว เป็นเวลา 2 วัน เพื่อดูว่ากระทรวงพาณิชย์ จะจัดการอย่างไร

ตอนนี้กรุงเตหะรานเหมือนตกอยู่ในนรก

การเผาไหม้น้ำมันในปริมาณมหาศาลทำให้เกิด "ฝนกรดสีดำ" จากการที่ไอเสียลอยขึ้นไปทำปฏิกิริยากับความชื้นในอากาศจนกลายเป็นกรดซัลฟิวริกและกรดไนตริกที่สะสมอยู่ในก้อนเมฆ และตกลงมาเป็นฝนสีดำสนิท

ข่าวอื่นๆ

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...