วันจันทร์, มีนาคม 9, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTอนุทิน ประกาศ 8 ข้อ เกมการเมืองที่ประชาชนไม่ได้เกี่ยวข้อง

อนุทิน ประกาศ 8 ข้อ เกมการเมืองที่ประชาชนไม่ได้เกี่ยวข้อง

เผยแพร่

spot_img

นายกรัฐมนตรีเร่งแถลง “8 ข้อสำคัญ” เพื่อสร้างความมั่นใจทางการเมือง ท่ามกลางแรงกดดันภายในและกระแสข่าวยุบสภา ขณะที่สังคมตั้งคำถาม ประกาศครั้งนี้เพื่อความมั่นคงของอำนาจ หรือเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนกันแน่
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงข่าวต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ประกาศ “แถลงการณ์ 8 ข้อ” เพื่อยืนยันความต่อเนื่องของรัฐบาลและสยบกระแสข่าวลือยุบสภาที่แพร่สะพัดในช่วงเดือนที่ผ่านมา ท่ามกลางแรงกดดันจากกรณีร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และกระแสข่าวการชิงยุบสภาเพื่อตัดหน้าญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
แถลงการณ์ครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อควบคุมกระแสการเมือง และฟื้นความเชื่อมั่นต่อพันธมิตรพรรคร่วม โดยเฉพาะการย้ำ “ข้อตกลง (MOA)” กับพรรคประชาชนว่าจะยุบสภาภายใน 120 วัน แม้นายอนุทินจะยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า รัฐบาลชุดนี้เป็น “รัฐบาลเสียงข้างน้อย”
เราเห็นว่า การประกาศดังกล่าวไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่เป็นผลจากแรงกดดันสองด้านสำคัญ ได้แก่
1. พันธกรณีทางการเมืองตาม MOA ที่นายกรัฐมนตรต้องส่งสัญญาณให้พรรคร่วมมั่นใจว่าจะไม่ “บิดพลิ้ว” ข้อตกลงยุบสภา และ
2. วิกฤตความน่าเชื่อถือ จากกรณี ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งฝ่ายค้านเชื่อมโยงกับปัญหาทุนสีเทาและเครือข่ายสแกมเมอร์
ในแถลงข้อที่ 6 นายอนุทินระบุว่า “ไม่เคยคิดจะจับรัฐธรรมนูญเป็นตัวประกัน” และในข้อที่ 4 ย้ำว่า “ปัญหาสแกมเมอร์มีมาตั้งแต่รัฐบาลก่อน” ซึ่งถูกมองว่าเป็นการ “เบี่ยงประเด็น” เพื่อป้องกันแรงกระแทกจากภายใน ขณะเดียวกัน การไม่กล้าปลด ร.อ.ธรรมนัส สะท้อนให้เห็นว่าความจำเป็นทางอำนาจ มีน้ำหนักเหนือมาตรฐานธรรมาภิบาล เนื่องจาก ร.อ.ธรรมนัส ยังมีบทบาทสำคัญในการประสานเสียงสนับสนุนในสภา
การประกาศ 8 ข้อของนายอนุทินส่งสัญญาณทางการเมืองหลายระดับ ได้แก่
ประการแรก ต่อรัฐสภา เป็นการยอมรับสถานะ “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” (ข้อ 5) เป็นการวางเกมเชิงกลยุทธ์ เพื่อชะลอแรงผลักดันให้เกิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเชิญชวนให้ “อภิปรายเพื่อร่วมกันแก้ปัญหา” แทนการโต้แย้งทางอำนาจ
ประการที่สอง ต่อประชาชน แม้จะพูดถึง “การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า 4 เรื่อง” แต่สาระหลักยังคงเป็นการขับเคลื่อนตามกรอบ MOA มากกว่าการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชนโดยตรง
ประการสุดท้าย ต่อพันธมิตรระหว่างประเทศ ความไม่แน่นอนทางการเมืองและกรณีสแกมเมอร์ที่เชื่อมโยงชายแดน อาจกระทบความเชื่อมั่นด้านความมั่นคงและการร่วมมือข้ามพรมแดน หากรัฐบาลยังไม่สามารถสร้างเสถียรภาพทางการบริหารได้จริง
แม้แถลงการณ์ 8 ข้อของนายกรัฐมนตรีจะถูกนำเสนอในฐานะ “แผนสร้างเสถียรภาพ” แต่ในทางปฏิบัติ สิ่งที่ปรากฏคือการเมืองที่หันกลับมาดูแลตัวเองมากกว่าประชาชน
เวลาที่ควรใช้ในการผลักดันนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต กลับถูกใช้ไปกับการ “สยบข่าว” และ “รักษาสมดุลในพรรคร่วม”
ในขณะที่รัฐบาลมุ่งยืนยันความมั่นคงของอำนาจ เสียงประชาชนยังรอคำตอบว่า “เมื่อไรชีวิตจะมั่นคงเช่นเดียวกัน”

ข่าวล่าสุด

Beyond Power and Technology: “A Call for Moral Leadership”

We are all human. We are born the same way, and we all require the same basic necessities to survive. How, then, have we allowed greed to consume us?

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

คนไทยสกัด “แคลเซียมพรีเมียม” จากปลาหมอคางดำ

คุณภาพเทียบชั้นแซลมอน คว้ารางวัลระดับโลก!  . ทิ้งภาพจำปลาไร้ค่าไปได้เลย! ใครจะไปเชื่อว่า "ปลาหมอคางดำ" ที่ก้างเยอะ หัวโต เนื้อน้อย จะถูกนักวิจัยไทยจับมาแปลงโฉมใหม่ สกัดเป็น "Bio-Calcium เกรดพรีเมียม" ที่คุณภาพเบียดตีคู่มากับปลาแซลมอนราคาแพง! งานนี้ไม่ได้เก่งแค่ในประเทศ แต่บินไปคว้า...

ไปรษณีย์ไทย เปิดตัวแสตมป์ พระแม่ธรณีบีบมวยผม รับ ‘วันสตรีสากล’ 8 มีนาคม

“วันสตรีสากล” (International Women's Day : IWD) ถือเป็นการระลึกพลัง ความสามารถ และความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงสังคม

ข่าวอื่นๆ

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...