หน้าแรกINSIDE - INSIGHTอนุทิน ประกาศ 8 ข้อ เกมการเมืองที่ประชาชนไม่ได้เกี่ยวข้อง

อนุทิน ประกาศ 8 ข้อ เกมการเมืองที่ประชาชนไม่ได้เกี่ยวข้อง

เผยแพร่

spot_img

นายกรัฐมนตรีเร่งแถลง “8 ข้อสำคัญ” เพื่อสร้างความมั่นใจทางการเมือง ท่ามกลางแรงกดดันภายในและกระแสข่าวยุบสภา ขณะที่สังคมตั้งคำถาม ประกาศครั้งนี้เพื่อความมั่นคงของอำนาจ หรือเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนกันแน่
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงข่าวต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ประกาศ “แถลงการณ์ 8 ข้อ” เพื่อยืนยันความต่อเนื่องของรัฐบาลและสยบกระแสข่าวลือยุบสภาที่แพร่สะพัดในช่วงเดือนที่ผ่านมา ท่ามกลางแรงกดดันจากกรณีร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และกระแสข่าวการชิงยุบสภาเพื่อตัดหน้าญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
แถลงการณ์ครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อควบคุมกระแสการเมือง และฟื้นความเชื่อมั่นต่อพันธมิตรพรรคร่วม โดยเฉพาะการย้ำ “ข้อตกลง (MOA)” กับพรรคประชาชนว่าจะยุบสภาภายใน 120 วัน แม้นายอนุทินจะยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า รัฐบาลชุดนี้เป็น “รัฐบาลเสียงข้างน้อย”
เราเห็นว่า การประกาศดังกล่าวไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่เป็นผลจากแรงกดดันสองด้านสำคัญ ได้แก่
1. พันธกรณีทางการเมืองตาม MOA ที่นายกรัฐมนตรต้องส่งสัญญาณให้พรรคร่วมมั่นใจว่าจะไม่ “บิดพลิ้ว” ข้อตกลงยุบสภา และ
2. วิกฤตความน่าเชื่อถือ จากกรณี ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งฝ่ายค้านเชื่อมโยงกับปัญหาทุนสีเทาและเครือข่ายสแกมเมอร์
ในแถลงข้อที่ 6 นายอนุทินระบุว่า “ไม่เคยคิดจะจับรัฐธรรมนูญเป็นตัวประกัน” และในข้อที่ 4 ย้ำว่า “ปัญหาสแกมเมอร์มีมาตั้งแต่รัฐบาลก่อน” ซึ่งถูกมองว่าเป็นการ “เบี่ยงประเด็น” เพื่อป้องกันแรงกระแทกจากภายใน ขณะเดียวกัน การไม่กล้าปลด ร.อ.ธรรมนัส สะท้อนให้เห็นว่าความจำเป็นทางอำนาจ มีน้ำหนักเหนือมาตรฐานธรรมาภิบาล เนื่องจาก ร.อ.ธรรมนัส ยังมีบทบาทสำคัญในการประสานเสียงสนับสนุนในสภา
การประกาศ 8 ข้อของนายอนุทินส่งสัญญาณทางการเมืองหลายระดับ ได้แก่
ประการแรก ต่อรัฐสภา เป็นการยอมรับสถานะ “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” (ข้อ 5) เป็นการวางเกมเชิงกลยุทธ์ เพื่อชะลอแรงผลักดันให้เกิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเชิญชวนให้ “อภิปรายเพื่อร่วมกันแก้ปัญหา” แทนการโต้แย้งทางอำนาจ
ประการที่สอง ต่อประชาชน แม้จะพูดถึง “การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า 4 เรื่อง” แต่สาระหลักยังคงเป็นการขับเคลื่อนตามกรอบ MOA มากกว่าการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชนโดยตรง
ประการสุดท้าย ต่อพันธมิตรระหว่างประเทศ ความไม่แน่นอนทางการเมืองและกรณีสแกมเมอร์ที่เชื่อมโยงชายแดน อาจกระทบความเชื่อมั่นด้านความมั่นคงและการร่วมมือข้ามพรมแดน หากรัฐบาลยังไม่สามารถสร้างเสถียรภาพทางการบริหารได้จริง
แม้แถลงการณ์ 8 ข้อของนายกรัฐมนตรีจะถูกนำเสนอในฐานะ “แผนสร้างเสถียรภาพ” แต่ในทางปฏิบัติ สิ่งที่ปรากฏคือการเมืองที่หันกลับมาดูแลตัวเองมากกว่าประชาชน
เวลาที่ควรใช้ในการผลักดันนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต กลับถูกใช้ไปกับการ “สยบข่าว” และ “รักษาสมดุลในพรรคร่วม”
ในขณะที่รัฐบาลมุ่งยืนยันความมั่นคงของอำนาจ เสียงประชาชนยังรอคำตอบว่า “เมื่อไรชีวิตจะมั่นคงเช่นเดียวกัน”

ข่าวล่าสุด

จม.รักอาม่า  ดังสนั่นแผ่นดินใหญ่ ททท.คาดปลุกคนจีน เที่ยวไทย

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำหน้าที่ขยี้หัวใจของชาวจีนแต้จิ๋วโพ้นทะเล เล่าเรื่องราวความผูกพันผ่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกันได้อย่างงดงาม ประกอบกับการดึงคนไทยเชื้อสายจีนมาร่วมถ่ายทอด ยิ่งทำให้คนดูชาวจีนอินและตระหนักว่า “ไทย-จีน ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน” จากระเบียบวินัยอันเคร่งครัดสู่พระราชปณิธาน “สืบสาน-รักษา-และต่อยอด” เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฏร์

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่นๆ

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน” จากระเบียบวินัยอันเคร่งครัดสู่พระราชปณิธาน “สืบสาน-รักษา-และต่อยอด” เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฏร์

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง