วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTอย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายต่างจับตาดูอย่างใกล้ชิดถึงท่าทีของผู้นำทั้งสองประเทศ และบทบาทของประชาคมโลกในการช่วยยุติความขัดแย้งที่กำลังคุกคามสันติภาพในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายต่างจับตาดูอย่างใกล้ชิดถึงท่าทีของผู้นำทั้งสองประเทศ และบทบาทของประชาคมโลกในการช่วยยุติความขัดแย้งที่กำลังคุกคามสันติภาพในภูมิภาค

เผยแพร่

spot_img

  ชายแดนไทย-กัมพูชาทำท่าจะดุเดือดยอดผู่เสียชีวิตพุ่งและวิกฤติการณ์การทูตสั่นคลอน

                  สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาปะทุขึ้นอีกครั้งอย่างรุนแรงเป็นวันที่สองติดต่อกัน ท่ามกลางรายงานความสูญเสียที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจของทั้งสองฝ่าย รวมถึงการยกระดับการตอบโต้ทางการทูตส่อเค้าว่าความขัดแย้งอาจบานปลายจนยากจะควบคุม

                  การปะทะได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยมีรายงานการใช้ทั้งอาวุธเบา ปืนใหญ่และจรวด BM-21 จากฝั่งกัมพูชา ขณะที่กองทัพอากาศไทยได้ตอบโต้ด้วยการส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 ขึ้นปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถึง 2 ครั้งในพื้นที่เป้าหมายทางทหารของกัมพูชา

                 มีรายงานว่ามีพลเรือนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 13 ราย รวมถึงเด็กด้วยและทหารเสียชีวิต 1 นาย นอกจากนี้ยังมีทหารได้รับบาดเจ็บ 15 นาย และพลเรือนอีก 30 ราย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการโจมตีเป้าหมายพลเรือนและโรงพยาบาลในไทยที่ถูกประณามว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ

               ส่วนกัมพูชามีรายงานระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 24 ราย ส่วนใหญ่เป็นทหาร นอกจากนี้ยังมีพลเรือนเสียชีวิต 4 ราย และพระสงฆ์ 1 รูป พร้อมด้วยผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก  ทำให้

สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น จนต้องอพยพประชาชรออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อวิถีชีวิตและการค้าชายแดนที่ต้องหยุดชะงัก

                    ท่ามกลางการปะทะที่ดำเนินไปอย่างดุเดือด ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศก็เข้าสู่ภาวะวิกฤตเช่นกัน โดยกระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ตัดสินใจเรียกเอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชากลับ และดำเนินการขับเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยออกนอกประเทศ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนของการลดระดับความสัมพันธ์

                            วิกฤตการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปะทะทางทหารแต่เป็นการทดสอบครั้งสำคัญสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านและเสถียรภาพในภูมิภาคอาเซียน

                            สิ่งที่ติดตามมาให้ขบคิดและดำเนินการไม่ว่าการตกลงหยุดยิงอย่างเป็นทางการและถาวร เพื่อยุติการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและกำลังพลทั้งสองฝ่าย  

                            สิ่งที่เห็นได้ชัดคือผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่รัฐบาลทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องเร่งให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ รวมถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจชายแดนเมื่อสถานการณ์กลับคืนสู่ภาวะปกติ

                            ด้วยความรุนแรงของการปะทะในขณะนี้และการขาดสัญญาณที่ชัดเจนของการเจรจาเพื่อลดความตึงเครียด คาดว่าสถานการณ์ชายแดนในวันถัด ๆ ไปในสัปดาห์นี้จะยังคงตึงเครียดสูงและมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการปะทะย่อยๆขึ้นอีกในหลายพื้นที่ 

                          ยังมีเสียงวิวิจารณ์มากขึ้นและจับตาดูอย่างใกล้ชิดถึงท่าทีของผู้นำฝ่ายไทยที่เป็นรักษาการนายกรัฐมนตรีไม่ได้แสดงบทบาทชัดเจนในทางรุกดละตอบโต้อย่างทันการมากไปกว่าประคองสถานการณ์ไว้เท่านั้น

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย

อย่าให้ใครเรียก …“สยาม…เมืองส่วย !”  เมื่อทุนเทา-สแกมเมอร์ ขี่คออำนาจรัฐ

เมื่อคำว่า "ตอ" แข็งแกร่งกว่า "กฎหมาย" และ "สายอินเทอร์เน็ต" ข้ามโขงยาวไกลกว่า "สายตาผู้ตรวจสอบ" ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ยอดเหยื่อสแกมเมอร์ที่พุ่งสูง แต่คือความเชื่อมั่นของประเทศที่พังทลายจนฉุดไม่อยู่