วันจันทร์, มีนาคม 30, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTอย่าให้ใครเรียก …“สยาม…เมืองส่วย !”  เมื่อทุนเทา-สแกมเมอร์ ขี่คออำนาจรัฐ

อย่าให้ใครเรียก …“สยาม…เมืองส่วย !”  เมื่อทุนเทา-สแกมเมอร์ ขี่คออำนาจรัฐ

เผยแพร่

spot_img

  วิกฤต CPI 2025 ระบุ..ไทยดิ่งอันดับ 116 ต่ำสุดในรอบ 19 ปี สอบตกซ้ำซากหลังเพื่อนบ้านแซงมิดไมล์

                         เมื่อคำว่า “ตอ” แข็งแกร่งกว่า “กฎหมาย” และ “สายอินเทอร์เน็ต” ข้ามโขงยาวไกลกว่า “สายตาผู้ตรวจสอบ” ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ยอดเหยื่อสแกมเมอร์ที่พุ่งสูง แต่คือความเชื่อมั่นของประเทศที่พังทลายจนฉุดไม่อยู่

                        รายงานดัชนีการรับรู้การทุจริต (CORRUPTION PERCEPTION INDEX  CPI) ประจำปี 2025 โดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ  Transparency International (TI) ประกาศผลเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กลายเป็น “ใบเกรด” ที่ทำเอาคนไทยต้องหลบตาชาวโลก เมื่อประเทศไทยร่วงลงไปอยู่ที่อันดับ 116 ของโลก ด้วยคะแนนเพียง 33 เต็ม 100 ถือเป็นตัวเลขที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ และที่น่าเจ็บปวดกว่านั้นคือการเสียแชมป์ความโปร่งใสในภูมิภาค โดยพ่ายแพ้ให้กับทั้งเวียดนาม ลาว และอินโดนีเซีย อย่างราบคาบ

                                 หากจะไล่เลียงดูสถิติย้อนหลัง 10 ปี คะแนนของประเทศไทยวนเวียนอยู่ที่ 35-38 คะแนน มาโดยตลอด แต่ในช่วง 2 ปีหลัง 2024-2025 กราฟกลับปักหัวลงอย่างรุนแรง การร่วงจากอันดับ 107 มาสู่ 116 ในปีล่าสุด สะท้อนว่าความพยายาม “ปฏิรูป” ที่ภาครัฐประกาศปาวๆ นั้นเป็นเพียงพิธีกรรมทางตัวอักษร เพราะในสายตาผู้ประเมินระดับโลก ความเสี่ยงในการลงทุนและภาพลักษณ์ทางนิติรัฐของไทยกำลังถอยหลังไปสู่จุดที่ใกล้เคียงกับประเทศที่ถูกปกครองโดยระบอบอำนาจนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

                                ปัจจัยหลักที่ฉุดคะแนนในปีนี้หนีไม่พ้นข่าวอื้อฉาวเรื่อง “แก๊งสแกมเมอร์” และ “อาชญากรรมข้ามชาติ” ที่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง ตั้งแต่การอำนวยความสะดวกเรื่องสัญญาณสื่อสารข้ามพรมแดน ไปจนถึงการ “ขายสิทธิ์” ความเป็นพลเมืองผ่านวีซ่าผิดประเภทให้นายทุนสีเทา ความเชื่อมโยงระหว่างนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง และเม็ดเงินมหาศาลจากธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ภาพลักษณ์ของไทยกลายเป็น “Safe Zone” ของเหล่าอาชญากร แทนที่จะเป็นเขตปลอดภัยของพลเมือง

                              คะแนนในส่วนของ World Justice Project (WJP) หรือหลักนิติธรรมของไทย คือส่วนที่ดิ่งเหวที่สุด การที่คดีทุจริตระดับ “บิ๊กเนม” มักลงเอยด้วยการหมดอายุความ หรือการจับกุมที่หยุดอยู่ที่แค่ “ตัวเบี้ย” แต่ไม่เคยสาวถึง “ตัวขุน” ทำให้โลกรับรู้ว่าระบบยุติธรรมไทยมีไว้เพื่อจัดการคนไม่มีอำนาจ แต่มีไว้เพื่อประนีประนอมกับผู้มีบารมี หน่วยงานตรวจสอบที่ควรจะเป็นอิสระกลับถูกมองว่าทำงานตาม “ใบสั่ง” มากกว่าตามหลักฐาน

                            ที่น่าขบคิดคือในขณะที่เพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและอินโดนีเซียเริ่มยกระดับความเข้มข้นในการปราบปรามคอร์รัปชันเชิงระบบเพื่อดึงดูดนักลงทุนคุณภาพ แต่ไทยกลับยังติดหล่มอยู่กับระบบอุปถัมภ์เดิมๆ การที่ “ลาว” (34 คะแนน) แซงหน้าไทยไปในปีนี้ เป็นสัญญาณเตือนภัยที่ดังที่สุดว่า มาตรฐานความโปร่งใสของเราไม่ได้ย่ำแย่แค่ในระดับโลก แต่เรากำลังกลายเป็น “คนป่วยแห่งอาเซียน” ที่เพื่อนบ้านไม่อยากเดินตามอีกต่อไป

                            อันดับ 116 ในปีนี้ คือหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงความล้มเหลวในการขจัดระบบพวกพ้องและการทุจริตเชิงนโยบายอย่างสิ้นเชิง สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการปราบปรามที่ผ่านมายังขาดความจริงจังเมื่อต้องเผชิญกับเครือข่ายผลประโยชน์ขนาดใหญ่ ผลลัพธ์นี้ยืนยันว่าตราบใดที่กระบวนการยุติธรรมยังถูกตั้งคำถาม และการบังคับใช้กฎหมายยังเลือกปฏิบัติ ความโปร่งใสย่อมเกิดขึ้นจริงไม่ได้ ในวันที่นานาชาติยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลเพื่อสร้างความเชื่อมั่น แต่ประเทศไทยกลับปล่อยให้ตัวเลขความโปร่งใสตกต่ำลงสู่จุดวิกฤต ซึ่งหากยังไม่มีการปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่เห็นผลเป็นรูปธรรม เราอาจต้องยอมรับความจริงว่า ประเทศกำลังถอยหลังเข้าสู่ภาวะวิกฤตศรัทธาที่ยากจะกอบกู้ในสายตาชาวโลก

2569-02-14 “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

เรือไทย ดังข้ามโลก

ความภาคภูมิใจ ของ เรือไทย เมื่อ Red Bull เครื่องดื่มชูกำลัง แบรนด์ระดับโลก เลือก แม่น้ำเจ้าพระยา และ เรือสำราญสุดหรูของไทย Wonderful Pearl cruise เป็น โลเคชั่น ถ่ายทำโฆษณาชุดใหม่ ออกเผยแพร่ทั่วโลก

ชำแหละกำไรโรงกลั่น ? ลาภลอยบนหยาดเหงื่อ  และทางออกที่รัฐ (ต้อง) กล้าเลือก !

เมื่อหนี้ “แสนล้าน” เป็นของประชาชน แต่ส่วนต่าง “ แสนสุข" เป็นของทุนพลังงาน ? ต่อเนื่องจากวิกฤตการณ์ที่ กบน. ประกาศขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา ทิ้งให้สังคมจมอยู่กับคำถามถึงความยุติธรรมในโครงสร้างราคา

“กองทุนน้ำมัน” ฟางเส้นสุดท้ายที่แบกหนี้แสนล้าน… ? บนความคลุมเครือของอำนาจ กบน. (Ep1/2)

เมื่อไฟสงคราม "สหรัฐฯ-อิหร่าน" เผาพลาญเศรษฐกิจโลก ชำแหละกลไก "กองทุนน้ำมัน" ในม่านหมอก

วิกฤตราคาน้ำมันเขย่าความเชื่อมั่น “จริยธรรม” รัฐบาล ถูกตั้งคำถามในยามวิกฤตพลังงาน

ราคาน้ำมันพุ่งต่อเนื่อง บางพื้นที่ขาดตลาด จุดชนวนข้อสงสัยโครงสร้างพลังงานและความเป็นกลางของผู้กำหนดนโยบาย

ข่าวอื่นๆ

ชำแหละกำไรโรงกลั่น ? ลาภลอยบนหยาดเหงื่อ  และทางออกที่รัฐ (ต้อง) กล้าเลือก !

เมื่อหนี้ “แสนล้าน” เป็นของประชาชน แต่ส่วนต่าง “ แสนสุข" เป็นของทุนพลังงาน ? ต่อเนื่องจากวิกฤตการณ์ที่ กบน. ประกาศขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา ทิ้งให้สังคมจมอยู่กับคำถามถึงความยุติธรรมในโครงสร้างราคา

“กองทุนน้ำมัน” ฟางเส้นสุดท้ายที่แบกหนี้แสนล้าน… ? บนความคลุมเครือของอำนาจ กบน. (Ep1/2)

เมื่อไฟสงคราม "สหรัฐฯ-อิหร่าน" เผาพลาญเศรษฐกิจโลก ชำแหละกลไก "กองทุนน้ำมัน" ในม่านหมอก

วิกฤตราคาน้ำมันเขย่าความเชื่อมั่น “จริยธรรม” รัฐบาล ถูกตั้งคำถามในยามวิกฤตพลังงาน

ราคาน้ำมันพุ่งต่อเนื่อง บางพื้นที่ขาดตลาด จุดชนวนข้อสงสัยโครงสร้างพลังงานและความเป็นกลางของผู้กำหนดนโยบาย