หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“เกาะสมุย” ติดอันดับ 1 ของโลก แต่โจทย์ใหญ่ของไทยเพิ่งเริ่มต้น

“เกาะสมุย” ติดอันดับ 1 ของโลก แต่โจทย์ใหญ่ของไทยเพิ่งเริ่มต้น

เผยแพร่

spot_img

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์”

ประจำวันที่ 18 กรกฎาคม 2569

รางวัลระดับโลกคือโอกาสทองของเศรษฐกิจไทย แต่ความสำเร็จจะยั่งยืนได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย การจัดระเบียบสังคม และการปกป้องภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก

                                การที่ เกาะสมุยได้รับการจัดอันดับเป็น “เกาะที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2026” จากนิตยสารท่องเที่ยวระดับโลก Travel + Leisure ขณะที่ภูเก็ตติดอันดับ 5 ของโลก ถือเป็นข่าวดีของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และเป็นโอกาสสำคัญในการดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลกเข้ามาสัมผัสนั้น  อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จดังกล่าวกำลังนำมาซึ่งความท้าทายครั้งใหม่ เมื่อหน่วยงานภาครัฐต้องเร่งจัดระเบียบธุรกิจผิดกฎหมาย ปราบปรามนอมินี แก้ปัญหาอาชญากรรม และยกระดับความปลอดภัย เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวในระยะยาว

                             การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง เกาะสมุยอันดับ 1 ของโลก ไม่ได้เป็นเพียงความภาคภูมิใจของจังหวัดสุราษฎร์ธานีเท่านั้น แต่ยังสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวระดับพรีเมียม ความโดดเด่นของธรรมชาติ โรงแรมระดับลักชัวรี การบริการ และแรงส่งจาก Soft Power ผ่านผลงานบันเทิงระดับโลก ทำให้ชื่อของเกาะสมุยกลายเป็นจุดหมายที่นักเดินทางจำนวนมากต้องการมาเยือน ส่งผลให้ภาคธุรกิจ โรงแรม ร้านอาหาร และบริการด้านการท่องเที่ยวได้รับอานิสงส์ทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ

                               การเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดท่องเที่ยว ย่อมดึงดูดทั้งการลงทุนที่ถูกต้องและกลุ่มทุนที่อาศัยช่องว่างของกฎหมาย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเดินหน้าตรวจสอบธุรกิจนอมินี การถือครองกิจการโดยอำพรางสัญชาติ การประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการควบคุมการทำงานของชาวต่างชาติผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ยังต้องเฝ้าระวังปัญหาการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว การเรียกเก็บค่าบริการเกินจริง การหลอกลวงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ตลอดจนสถานบริการที่ดำเนินกิจการโดยไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

                                โจทย์สำคัญของภาครัฐจึงไม่ได้อยู่เพียงการประชาสัมพันธ์ความสำเร็จของรางวัลระดับโลก แต่ต้องเร่งสร้างระบบกำกับดูแลที่เข้มแข็ง ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อให้การแข่งขันทางธุรกิจเป็นธรรม รายได้จากการท่องเที่ยวกระจายสู่ผู้ประกอบการไทยและชุมชนท้องถิ่นอย่างแท้จริง พร้อมยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย การคมนาคม การคุ้มครองผู้บริโภค และการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่นักท่องเที่ยวยุคใหม่ให้ความสำคัญไม่แพ้ความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยว

                                 ในระยะยาว ตำแหน่ง “เกาะที่ดีที่สุดในโลก” จะมีความหมายมากกว่ารางวัล หากประเทศไทยสามารถเปลี่ยนความนิยมจากนักท่องเที่ยวให้กลายเป็นความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืน ด้วยการบริหารจัดการที่โปร่งใส การบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ และการยกระดับมาตรฐานบริการในทุกมิติ เพราะชื่อเสียงที่สร้างขึ้นใช้เวลาหลายปี แต่สามารถถูกบั่นทอนได้จากเหตุการณ์เพียงไม่กี่ครั้ง หากปล่อยให้ปัญหาสะสมโดยไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง

                               วันนี้โลกกำลังเดินทางมาตามรอย “เกาะสมุยอันดับ 1 ของโลก” แต่สิ่งที่ประเทศไทยต้องทำให้ได้ ไม่ใช่เพียงการต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยรอยยิ้ม หากต้องเร่งปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ ตั้งแต่การหลอกลวง โก่งราคา ธุรกิจผิดกฎหมาย ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ ไปจนถึงการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว เพราะรีวิวเชิงลบเพียงไม่กี่บรรทัดบนโลกออนไลน์ อาจทำลายชื่อเสียงที่ประเทศไทยใช้เวลาสร้างมาทั้งปี ขณะที่ความปลอดภัยและความเป็นธรรมต่างหาก คือรางวัลที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกคาดหวังจะได้รับ เมื่อเลือกเดินทางมาตามรอยแชมป์โลกแห่งนี้

ข่าวล่าสุด

ร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินยอดขายธุรกิจร้านขายยาในปี 2567 ประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

เรื่องสั้น  “ตามล่า..มาเฟีย” |  “ชัยทัศน์”

เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์ร้ายที่กำลังซุ่มเงียบในป่าคอนกรีตที่เต็มไปด้วยกิเลส ภารกิจขุดรากถอนโคนแก๊งยาเสพติดข้ามชาติที่ชื่อว่า "โทนี่" ลากยาวมาหลายเดือน ข้อมูลเดียวที่เขามีคือมันร่อนเร่ไปตามแหล่งบันเทิง และมี "นกต่อ" เป็นสาวสวยคอยกรองลูกค้าชั้นดี มันคือ “มาเฟีย..” ที่เขาต้องขจัดให้ได้

อนุทินเดินสาย ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์   สร้างความเชื่อมั่นนอกบ้าน  แต่อย่าทิ้ง..ต้องปัดกวาดบ้าน !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 องคาพยพการทูต “อนุทิน” ข้ามสมุทรแปซิฟิก   รื้อฟื้นสะพานเชื่อมมหาอำนาจกลาง สู่เกมสมดุลพลิกเกมคานอำนาจโลก                            ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจโลกที่ทวีความตึงเครียด รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินเกมรุกทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกำหนดการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ...

“ปิด-ล้าง-เลี่ยง-หยุด” 4 เกราะ..สู้ไข้หวัดใหญ่ 2.47 แสนราย

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 27 กรกฎาคม 2569 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสม 247,215 ราย เสียชีวิต 25 ราย ขณะที่โควิด-19 พบผู้ป่วย 36,246 ราย เสียชีวิต 5 ราย

ข่าวอื่นๆ

ร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินยอดขายธุรกิจร้านขายยาในปี 2567 ประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

อนุทินเดินสาย ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์   สร้างความเชื่อมั่นนอกบ้าน  แต่อย่าทิ้ง..ต้องปัดกวาดบ้าน !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 องคาพยพการทูต “อนุทิน” ข้ามสมุทรแปซิฟิก   รื้อฟื้นสะพานเชื่อมมหาอำนาจกลาง สู่เกมสมดุลพลิกเกมคานอำนาจโลก                            ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจโลกที่ทวีความตึงเครียด รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินเกมรุกทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกำหนดการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ...

“ปิด-ล้าง-เลี่ยง-หยุด” 4 เกราะ..สู้ไข้หวัดใหญ่ 2.47 แสนราย

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 27 กรกฎาคม 2569 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสม 247,215 ราย เสียชีวิต 25 ราย ขณะที่โควิด-19 พบผู้ป่วย 36,246 ราย เสียชีวิต 5 ราย